‘วาดดาว’ เดินหน้า เสิร์ฟ ‘สมรสเท่าเทียม’ ที่ ‘นายกฯ เศรษฐา’ รับปากไว้
เข้าสู่เดือนที่ 2 ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ซึ่งเป็นระยะเวลาเกือบสองเดือนในการทำหน้าที่ในฐานะผู้นำประเทศ ดูเหมือนจะเป็นการต้อนรับการมาถึงของนายกคนใหม่ เพราะโจทย์ยากในด้านต่างๆ ถาโถมเข้ามาแบบไม่มียั้ง
ท่ามกลางสถานการณ์ประเทศ และสถานการณ์โลก รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว และแน่นอนว่าในขณะนี้นายกฯ คนใหม่ยังคงดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเต็มที่ แต่ถึงอย่างนั้น แม้จะมีเรื่องไม่คาดคิดแทรกเข้ามา แต่เรื่องเร่งด่วนอื่นๆ ก็ ‘สำคัญ’ ไม่แพ้กัน รวมไปถึงเรื่อง ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ ที่มีการเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง
โดยก่อนหน้านี้ ได้มีโอกาสต่อสายหา ‘วาดดาว-ชุมาพร แต่งเกลี้ยง’ ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้ขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ ถึงความเป็นไปได้ในเรื่อง ‘สมรสเท่าเทียม’ ภายใต้การนำของรัฐบาลเศรษฐา ซึ่งก่อนหน้านี้ เผยว่า กำลังดำเนินการยื่นร่างกฏหมายภาคประชาชน 3 ฉบับ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นธรรมทางเพศ มุ่งสู่สังคมที่เท่าเทียม ซึ่งประกอบไปด้วย ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิก พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พ.ศ. …., ร่าง พ.ร.บ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ พ.ศ. …. หรือ ร่างกฎหมายรับรองเพศสภาพ GEN-ACT และ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. …. หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งล่าสุดได้ดำเนินการยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา

วาดดาวเผยว่า “สิ่งที่ต้องการให้แก้ไขคือ แก้ไขจากคำว่าสามีภรรยาเป็นคู่สมรส เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้กับสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น สิทธิประโยชน์จากสวัสดิการข้าราชการ ให้สิทธิประโยชน์ภรรยา สิทธิประโยชน์สามี ทำให้ทุกเพศ และทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แก้ไขเพื่อที่จะให้การรับรองบุตรนั้นเกิดขึ้นได้โดยใช้คำว่าบุพการี หรือผู้ปกครอง แทนคำว่าบิดา มารดา”
ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ภาคประชาชนกำลังเคลื่อนไหว และพยายามผลักดันอย่างไม่ลดละ ในประเด็นของสมรสเท่าเทียม ที่เธอพยายามส่งอย่างสุดมือเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย
ซึ่งแน่นอนว่า สมรสเท่าเทียมคือนโนยายร้อนที่เธอต้องการให้ลงมือทำเร่งด่วนที่สุด เพราะ “อีกแค่นิดเดียว ก็จะผ่านแล้ว”
“เรื่องของสมรสเท่าเทียมจะเป็นตัวเขยื้อนต่อไปที่ทำให้การรับรองกฎหมายอื่นๆ ของ LGBTQ+ หลังจากสมรสเท่าเทียมผ่าน เราก็คาดหวังว่าการรับรองเพศสภาพก็จะต้องผ่านด้วย”
วาดดาวเชื่อมั่นว่าภายใต้รัฐบาลของนายกฯ เศรษฐา เรื่องเหล่านี้จะยังถูกขับเคลื่อนต่อไป และ ‘ไม่น่ามีปัญหา’ เพราะเป็นเรื่องที่นายกฯ ‘รับปากไว้แล้ว’

“เมื่อครั้งที่เราได้ทำงานร่วมกับคุณเศรษฐาในช่วงของการเลือกตั้ง ประเด็นสมรสเท่าเทียมคือคุณเศรษฐารับปากไว้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการหาเสียงในที่สาธารณะ หรือการพบปะกับพวกเราเมื่อครั้งที่ได้มีโอกาสนำเสนอนโยบาย คุณเศรษฐาได้ใช้คำพูดนี้ว่า ถ้าหากเขาได้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาจะผลักดันเรื่องนี้ โดยที่ประชาชนไม่ต้องเหนื่อย หรือรวบรวมรายชื่อ”
ซึ่งหากมองตามกระแสของสังคม ทางฝั่งภาคประชาชนต่างเห็นพ้องต้องกันถึงเรื่องกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่มีการร่วมกันขับเคลื่อนมาอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกแบบใดก็แล้วแต่ ทุกสิ่งล้วนแสดงถึงสัญลักษณ์ และการยืนหยัดต่อเรื่องเหล่านี้อย่างน่าชื่นชม ทว่า…
“ต้องรอดูความจริงใจของการโหวตในสภาว่าการโหวตนั้นจะมีความจริงใจในการขับเคลื่อนเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทยเอง นโยบายของพรรคฝ่ายค้าน อย่างพรรคก้าวไกล เห็นชอบเรื่องนี้ คิดว่าเส้นทางของการทำงานไม่น่าจะติดขัดมากมาย ถ้าหากว่ารัฐบาลต้องการให้เกิดขึ้น เพราะว่าน่าจะมองเห็นถึงเสียงตอบรับจากประชาชน”
โดยภารกิจของนายกฯ ที่เปรียบเสมือนการเปิดรับความหลากหลาย ในการ ‘สร้างห้องน้ำสีรุ้งในทำเนียบรัฐบาล’ เธอแสดงความคิดเห็นว่า
“การสร้างห้องน้ำสีรุ้งในทำเนียบเป็นสิ่งที่เราเสนออยู่แล้ว เพราะว่าพื้นที่สาธารณะจะต้องเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้กับทุกคน เพราะฉะนั้นห้องน้ำที่ไม่เหมาะ หรือเข้ากับคนที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ หรือเป็นเพศหลากหลายอื่น ๆ รัฐก็จะต้องเปลี่ยนแปลง เรื่องนี้ตอนที่เรามีโอกาสคุยกับคุณเศรษฐาในช่วงของการหาเสียง ท่านให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นพิเศษ และก็รับหลาย ๆ ข้อเสนอ อาทิ การทำให้พื้นที่สาธารณะ ห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน มีห้องน้ำที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศ มันคือตัวชี้วัดที่สำคัญมากว่าประเทศนี้รองรับในความหลากหลายของทุกคน และถ้าหากทำเนียบรัฐบาลเองเปลี่ยนแปลง รัฐสภาเปลี่ยนแปลง จะส่งผลให้พื้นที่เล็ก ๆ ก็คงอยากจะเปลี่ยนแปลงด้วย ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิต หรือมีเสรีภาพในที่ทำงาน”
“ผู้นำอย่างคุณเศรษฐาที่ทำให้แสนสิริ เป็นบริษัทแรกๆ ด้วยซ้ำที่ตอบรับความหลากหลายทางเพศอย่างรอบด้านทั้งหมด แต่พอมาอยู่ในบทบาทของการบริหารบ้านเมืองที่มีส่วนผสมของ Gen Baby boomer อยู่จำนวนหนึ่ง เขาจะมีความเป็นผู้นำที่กล้าเสนอความต้องการของพวกเราได้มากน้อยขนาดไหน ดาวยังไม่กล้าให้คะแนน หรือยืนยันว่าเขาจะทำได้หรือไม่ จนกว่าเขาจะทำ ซึ่งมันจะเป็นการพิสูจน์ตัวของเขาเองด้วย”
เป็นความท้าทาย เป็นความหวัง และเป็นโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ทั้งหมดคือเสียงจากประชาชนคนหนึ่ง ที่เคารพต่อความหลากหลายด้วยหัวใจของความเท่าเทียม

