‘วสุวัส-สาริน’ เผยเบื้องหลัง ทำอย่างไร ถึงพา ‘Holiday Pastry’ ขึ้นแท่นร้านอาหาร นทท.อยากมาเช็คอิน

19.10.23 | 14:02 น.

‘วสุวัส-สาริน’ เผยเบื้องหลัง ทำอย่างไร ถึงพา ‘Holiday Pastry’ ขึ้นแท่นร้านอาหาร นทท.อยากมาเช็คอิน

ขึ้นแท่นร้านอาหารมาแรงด้วยเป็น “Global Destinations” ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สำหรับร้าน “Holiday Pastry” ที่มี 2 หนุ่มหล่อ “ไท้-วสุวัส คูหาเปรมกิจ” นักธุรกิจและไฮโซชื่อดังจับมือกับ “อิน-สาริน รณเกียรติ” นักแสดงและนักธุรกิจ ร่วมกันปลุกปั้นโดยใช้โอกาสช่วงโควิด-19 เปิดร้านขนมออนไลน์ เมื่อ 3 ปีก่อน จนกลายมาเป็น ร้านขนมและ All Day Dining สุดฮอตย่านเจริญนคร ตอกย้ำความเป็น ‘Creative Dining Destination’ แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย

ร้าน Holiday Pastry

ผลประกอบการเรียกว่า “ปังเวอร์” เพราะเติบโตปีละ 100 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาเพียง 3 ปีเติบโตถึง 300 เปอร์เซ็นต์! และคาดว่า ปลายปี 2566 ยอดขายปีนี้แตะ 100 ล้านบาท!!

วสุวัส คูหาเปรมกิจ Co-Founder และ Brand Director บริษัท เดอะ ฮอลิเดย์ จำกัด กล่าวว่า Holiday Pastry สร้างชื่อจากร้านขนมออนไลน์ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน จากการเล็งเห็นช่องว่างของตลาดร้านขนมในประเทศไทย ที่ยังมีผู้เล่นหลัก ๆ ไม่กี่ราย และยังขาดความหลากหลาย เมื่อเทียบกับนิวยอร์ก ลอนดอน โซล และซิดนีย์ ที่สำคัญร้านขนมที่มีส่วนใหญ่ยังเป็นร้าน Specialty ที่เน้นขายเฉพาะขนมอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงมีไอเดียว่าอยากปั้นแบรนด์ร้านขนมที่เป็น The One and Only นำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย

“เราทั้งคู่เป็นคนชอบกิน ที่ไหนอร่อยไปหมด กินมาแล้วทั่วโลก เมื่อชอบกินก็เกิดคำแนะนำเพื่อน ๆ ซึ่งฟีดแบคกลับมาคือ คนรู้สึกว่าร้านที่เราแนะนำให้ไปกิน อร่อย ตรงนี้ก็แปลว่า ลิ้นของเราตรงกับคนส่วนมาก ความอร่อยของเราตรงกับความอร่อยของคนอื่น ก็เลยตัดสินใจเปิดร้าน โดยเริ่มต้นจากการเปิดร้านออนไลน์ เน้นขายผ่านเดลิเวอรี เพราะเปิดตัวในช่วงโควิด-19 พอดี”

Advertisement
ไท้-วสุวัส คูหาเปรมกิจ

มาถึงตรงนี้ อิน-สาริน รณเกียรติ Co-Founder และ Creative Director บริษัท เดอะ ฮอลิเดย์ จำกัด กล่าวเสริมว่า เราเริ่มจากออนไลน์ เพราะเห็นว่าเป็นโอกาส และช่วงนั้นคนซื้อของฝากกันเยอะ ออนไลน์บูม ก็ถือเป็นวิชาตัวเบา โดยเริ่มจากพรีออเดอร์ก่อน และพัฒนาขึ้นมาเป็นหน้าร้าน
“ขนมชิ้นแรกคือ ชีสเค้กหน้าไหม้ ขายวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 100 ก้อน ใช้เตาอบเล็ก ๆ มีทีมอยู่ 4 คน เรา 2 คน และเด็กอีก 2 คน ช่วยกันทำขนม ตอบไลน์ลูกค้า ในช่วง 3 เดือนแรก ทำทุกอย่างเองหมด ออกแบบกราฟิก หาซื้อกล่องแพคเกจจิ้ง จริงจังมาก”

อิน-สาริน รณเกียรติ

การันตีว่า “ไม่ได้มาเล่น ๆ” โดยหนุ่มวสุวัส เสริมเรื่องนี้ว่า “มีคนบอกว่า ทำกันเล่น ๆ หรือเปล่า เราก็ยืนยันว่าค่อนข้างจริงจังเลย”

2 ปีที่อยู่บนออนไลน์ เมื่อไม่ได้มาเล่น ๆ จึงวางแผนธุรกิจ 5 ปี ระหว่างปี 2020-2025 ตั้งแต่แรกว่าจะขยายธุรกิจ ดังนี้ ปี 2021 เน้นการสร้าง Brand Awareness ให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และเน้นสร้างโฟลโลเวอร์และแฟนเบสในช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างอีโคซิสเตมที่แข็งแรงให้กับแบรนด์ ปี 2022 เน้นเรื่องการสร้างแบรนด์ และสร้างภาพจำให้แบรนด์ชัดและแข็งแรงขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของแบรนด์ในอนาคต จึงตัดสินใจเปิด Flagship Store โดยชูคอนเซปต์ที่ตอกย้ำความเป็น “The One & Only” พาทุกคนท่องเที่ยวทั่วโลกผ่านจานอาหารและขนม รวมถึงธีมในการตกแต่งร้าน

ปี 2023 เพิ่มทางเลือกเมนูที่หลากหลาย เสริมทัพอาหาร All Day Dining และขนมหวานกว่า 100 เมนู รวมทั้งขยายไปสู่บริการสั่งเค้กวันเกิด ขนมไหว้พระจันทร์ และ Catering อีกด้วย ปี 2024 ขยายสาขา เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์ Dining Destination รูปแบบใหม่ๆทั่วเมือง พร้อมกับ ไป Collaboration กับแบรนด์ระดับโลก และแตกแบรนด์เพิ่ม ปี 2025 ก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายธุรกิจ Food Retail พร้อมแตกแบรนด์ลูก และ ธุรกิจอื่น ๆ เพิ่มเติม
“เราอยากการทำแฟลกชิฟสโตร์ เพราะมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำแบรนด์ให้แข็งแรง จากเมื่อก่อนคนรู้จักเราจากมือถือ แต่เราอยากทำร้านเพื่อให้คนมีประสบการณ์กับเรามากขึ้น รู้จักแบรนด์เรา มาจับต้องได้ มาทานได้ มาใช้ชีวิตใช้เวลากับเรา ซึ่งผลตอบรับดีมาก” วสุวัส กล่าว

ขณะที่ สาริน ก็เสริมว่า ตอนนี้เรามีฟอลโล่เวอร์ในไลน์ ออฟฟิเชียล 80,000 ไอจีก็ 80,000 ถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างดี แและเกิดการซื้อซ้ำค่อนข้างสูง หรือช่องทางติ๊กตอก เฟซบุ๊ก ที่ค่อนข้างเยอะ

 

นอกจากแผนธุรกิจ กลยุทธ์การตลาดของ Holiday Pastry ก็แน่นไม่แพ้กัน ทำให้ Holiday Pastry ได้รับการตอบรับอย่างดีตั้งแต่เปิดตัว รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดปีละ 100% โดยกลยุทธ์ที่เป็นแกนหลัก คือ กลยุทธ์ 3C ประกอบด้วย Customer Experiences เน้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า Care for the quality ใส่ใจในคุณภาพทั้งในเรื่องคุณภาพและรสชาติ และ Creativity & innovativeness ชูความคิดสร้างสรรค์และนำนวัตกรรมมาต่อยอด

จากร้านสาขาแรก ที่โครงการ Ours เจริญนคร ล่าสุด Holiday Pastry รุกขยายอีกสาขาใหม่เข้าศูนย์การค้าใจกลางกรุง ประเดิมด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนออาหารร่วมสมัยจากหลากหลายสัญชาติในรูปแบบ All-Day Dining ตั้งแต่มื้อสายไปจนถึงมื้อค่ำ จัดเต็มอาหารและขนมกว่า 100 เมนู และปลายปี 2566 มีแพลนเปิดอีกสาขาที่โครงการ ดิเอ็มสเฟียร์ จับตาขึ้นแท่นเชนร้านอาหารมาแรง แบรนด์ดังระดับเอเชีย-ระดับโลก
โดยล่าสุด Holiday Pastry ขึ้นแท่นร้านอาหารมาแรงด้วยเป็นร้าน “Global Destinations” ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

“ปลื้มใจมาก ๆ เพราะอยากให้ร้านอาหารไทยมีแบบนี้มานานแล้ว มันเกิดขึ้นเอง เริ่มจากคนไทยเริ่มเช็คอินกันเยอะ และต่างชาติก็มา” สาริน พูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ปัจจุบันลูกค้าของเราเป็นคนไทย 60% ชาวต่างชาติ 40% โดยฐานลูกค้าหลักที่เรามองไว้ คือ กลุ่มครอบครัว และนักท่องเที่ยว” วสุวัส เสริม

สาริน เล่าต่อว่า “สถิติเช็คอินในไอจีร้านเราอยู่ที่ 35,000 บวกๆ ของคนที่เช็คอินโลเคชั่น แปลว่า visitor ต่อปีต่อสาขาเป็นหลักแสน พอมีคนเช็คอินเยอะๆ ต่างชาติเห็นก็เริ่มเข้ามาและมีเป็นที่แนะนำต่อ และรีวิวเวอร์ KOL ทั้งของจีน ญี่ป่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย มาหมดเลย ก็ดีใจที่ร้านเราได้ปักหมุดให้คนอยากมาเที่ยวประเทศไทย เหมือนเวลาเราไปเกาหลี เราอยากไปร้านนู้น ร้านนี้ ก็เหมือนกัน เป็นความภูมิใจเล็กๆ ของเรา” ซึ่ง “อาหาร” เป็นหนึ่งในซอฟต์เพาเวอร์ที่ “รัฐบาล” เตรียมผลักดัน

สาริน แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า เราว่าฟู้ดคือเทรนด์ อาหารก็เป็นแฟชั่นเหมือนกัน แล้วมันเป็นซอฟเพาเวอร์ในเรื่องการท่องเที่ยวได้ด้วย นักท่องเที่ยวที่มาไทยก็ด้วยซอฟเพาเวอร์หลายอย่าง เช่น ซีรีย์วาย ตอนนี้ประสบความสำเร็จมาก ๆ ทำให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยส่งออกได้กับเค้าแล้ว เช่นเดียวกัน ธุรกิจอาหาร ถึงเวลาแล้วที่ร้านอาหารเจ๋ง ๆ ในประเทศไทย ต้องยกระดับให้เป็น Global Destinations ให้เป็นเช็คลิสต์ที่คนต่างชาติอยากมา แน่นอนประเทศไทยมีทะเลสวย มีภูเขา มีแลนด์สเคปที่ดี แต่จะดีกว่ามั้ยที่จะมีอุตสาหกรรมอื่นๆ เข้ามาผลักดันซอฟเพาเวอร์ให้คนอยากมาเที่ยวบ้านเรามากขึ้น

ขณะที่ วสุวัส ก็เห็นว่า อาหารเป็นอะไรที่เข้าใจง่าย เป็นเหมือนภาษา 1 ภาษา แต่เป็นภาษาที่ไม่มีขอบเขต เพราะทุกคนกินอาหารต้องกินทุกวันอยู่แล้ววัน 3 มื้อ ทุกคนสามารถเอ็นจอยกับอาหารได้ และอาหาร 1 จาน คือวัฒนธรรมด้วย มันสะท้อนไปถึงวัฒนธรรมว่าเป็นยังไง ความคิดของเค้ามายังไง ผมว่าอาหารเหมือนเสพอาร์ตไปด้วย

สำหรับความท้าทายของธุรกิจของอาหารและขนม สาริน กล่าวว่า Food is Fashion ธุรกิจอาหารก็เหมือนแฟชั่น มีเทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้น นอกจากจะฟังเสียงลูกค้า เรายังต้องตามเทรนด์ให้ทันและมีมูฟเมนต์ใหม่ที่ฉับไวเสมอ

ปิดท้ายด้วยเป้าหมายในอนาคต วสุวัส กล่าวว่า อยากให้ Holiday Pastry เป็นมากกว่าแบรนด์ร้านอาหารและขนม แต่เป็น Food Retail ที่พร้อมต่อยอดธุรกิจในกลุ่มอาหารและขนมไปสู่การแตกแบรนด์ใหม่ พร้อมนำเข้าแบรนด์อาหารหรือขนมจากต่างประเทศมาเปิดในไทย ไปจนถึงการแตกไลน์สินค้าภายใต้ Holiday Pastry

และในอนาคตสามารถเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจอาหารและขนม