ความรู้ บวก เทคโนโลยี ช่วยลดอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่วัยใสลงฮวบ
แต่ละปี อุบัติเหตุบนท้องถนนคร่าชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน แล้วยังมีผู้ต้องทนทุกข์ทรมานจาก ‘ความพิการ’ ที่เกิดจากการขับขี่โดยประมาท และเมาแล้วขับอีก แต่ที่สหรัฐอเมริกา มีรายงานว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนท้องถนน และอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มยังก์ ไดร์เวอร์ หรือผู้ขับขี่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปีลดลงอย่างมาก อันเป็นผลมาจากการให้ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่อย่างปลอดภัย และเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน
เอพีอ้างข้อมูลจากสำนักงานนโยบายสาธารณะของสหรัฐอเมริกา ที่ทำการศึกษาข้อมูลระหว่างปี 2545-2564 พบว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุรถชนรุนแรงจากผู้ขับขี่ที่อายุต่ำกว่า 21 ปีลดลงไป 38 % ขณะที่อัตราการเสียชีวิตลดลงไปมากกว่านั้น อยู่ที่ตัวเลข 45 % ส่วนอัตราการเกิดอุบัติเหตุรถชนรุนแรงในกลุ่มผู้ขับขี่อายุเกิน 21 ปีกลับเพิ่มขึ้น 8 % และอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 11 %
ในรายงานของสำนักงานนโยบายสาธารณะของสหรัฐอเมริกา ยอมรับว่าคนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันขับรถลดน้อยลงกว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งมีส่วนทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตในผู้ขับขี่กลุ่มนี้ลดลงอย่างมาก แต่ก็พูดถึงเหตุผลอีกหลายอย่างที่ช่วยทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุ และอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ขับขี่วัยใสลดลง

ขณะเดียวกัน สำนักงานนโยบายสาธารณะฯยังมีข้อเสนอแนะต่างๆเพื่อจะช่วยสนับสนุนต่อยอดให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงและการเสียชีวิตลดน้อยลงไปอีก อย่างเช่นหลักสูตรโปรแกรมให้ความรู้เรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัย และข้อจำกัด ข้อห้ามต่างๆ อาทิ ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 21 ขับรถเวลากลางคืน หรือขับรถไปกับเพื่อน
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะให้เสริมความเข้มแข็งให้แก่หลักสูตรเหล่านี้ หรือแม้แต่ขยายครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้ขับขี่อายุระหว่าง 18-20 ปี เหมือนที่รัฐแมรีแลนด์ และรัฐนิวเจอร์ซีย์ นำมาใช้แล้ว
สำหรับข้อเสนอแนะอื่นๆ อาทิสนับสนุนให้ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่มีส่วนร่วมในการให้ความรู้เรื่องการขับรถแก่ลูกๆ รวมถึงการเพิ่มหลักสูตรความรู้ระหว่างเพื่อนต่อเพือนให้มากขึ้น และช่วยกันทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการฝึกอบรมผู้ขับขี่ได้

อย่างไรก็ตาม แพม ชาเดล ฟิสเชอร์ ผู้จัดทำรายงานดังกล่าวของสำนักงานนโยบายสาธารณะฯ ก็ย้ำว่า “กลุ่มผู้ขับขี่วัยรุ่นยังเป็นกลุ่มผู้ขับขี่ที่อันตรายที่สุดบนท้องถนน เหตุผลก็ตรงไป ตรงมา นั่นก็คือ การขาดวุฒิภาวะ และขาดประสบการณ์ ผู้ขับขี่วัยรุ่นส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์หลังพวงมาลัยที่จะรู้ถึงความเสี่ยงและการแก้ไขสถานการณ์อย่างถูกต้อง เหมาะสมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ”
ทั้งนี้จากสถิติเมื่อปี 2565 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในสหรัฐฯ 42,795 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐบอกว่าถือเป็นวิกฤตระดับชาติ

