ระวัง ‘ปวดหัว’ โรคยอดฮิต หากมองข้าม อาจเป็นเรื่องใหญ่

3.11.23 | 13:57 น.

ระวัง ‘ปวดหัว’ โรคยอดฮิต หากมองข้าม อาจเป็นเรื่องใหญ่

หากเป็นคนหนึ่งที่นอนไม่ค่อยหลับ สายตาสั้นหรือยาวผิดปกติ และมีการรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ หรือมีอาการปวดหัวเรื้อรัง อย่านิ่งนอนใจจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะ “อาการปวดหัว” นับเป็นโรคยอดฮิตของคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น มะเร็งเต้านม และกลุ่มคนไข้ที่ติดเชื้อเอดส์ ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยโรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการปวดศีรษะ แบ่งออกไป 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1.ปวดหัวไมเกรน พบได้บ่อย และมักได้รับการวินิจฉัยผิดพลาด 2.ปวดหัวแบบกลุ่ม พบได้ไม่บ่อย แต่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน หากไม่ได้รับการวินิจฉัย และรักษาที่ถูกต้อง อาการปวดชนิดนี้มักเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 3.ปวดหัวแบบเรื้อรังทุกวัน มีอาการปวดเรื้อรังมากกว่า 15 วันต่อเดือน อย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งผู้ป่วยอาจมีอาการปวดแบบไมเกรน ในกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นโรคปวดหัวจากการใช้ยาเกิน หรือการใช้ยาแก้ปวดบ่อยๆ

ทั้งนี้ สาเหตุอาการปวดหัว มี 2 สาเหตุหลัก คือ

1.การปวดหัวที่มีสาเหตุจากในสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง ความดันสมองเพิ่มผิดปกติ ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น โดยสามารถตรวจได้จากการตรวจร่างกาย เมื่อพบข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนอาจตรวจเพิ่มเติมด้วยการใช้คลื่นสนามแม่เหล็ก (MRI), การตรวจคอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หรือการเจาะน้ำไขสันหลังเพื่อหาสาเหตุของโรคต่อไป

Advertisement

2.การปวดหัวแบบไม่พบสาเหตุชัดเจน ปวดหัวแบบตึงตัว เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดกับบุคคลซึ่งมีความเครียด ลักษณะการปวดมักเป็นแบบแน่นๆ หรือรัดทั้งสองข้างของศีรษะและต้นคอ ซึ่งอาจมีการปวดของกล้ามเนื้อบริเวณหัว คอ ไหล่ร่วมด้วย

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่น เช่น ภาวะไซนัสอักเสบ โรคหลอดเลือดสมอง ทั้งนี้การวินิจฉัยต้องอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำ MRI หากมีอาการ และลักษณะใกล้เคียงกับข้อความข้างต้น ไม่ต้องวิตกกังวล สำหรับแนวทางการรักษา มีหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น  รักษาด้วยยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาคลายเครียด การฉีดยารักษาอาการปวด ไปจนถึงการทำกายภาพบำบัด

ทั้งนี้ เมื่อมีอาการปวดหัวเรื้อรังจนผิดปกติ อย่านิ่งนอนใจ ควรไปพบแพทย์เพื่อดำเนินการรักษาต่อไป