หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ อำนาจนำพระนั่...

อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ ชีวิตเชลยศึกค่ายกักกันไทย

17.03.24 | 12:32 น.

อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ ชีวิตเชลยศึกค่ายกักกันไทย

ความเปลี่ยนแปลงสมัยต้นรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เปิดโอกาสให้ชนชั้นนำแสวงความมั่งคั่งและสะสมได้มากขึ้น ปัจจัยดังกล่าว ทำให้การเมืองของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์โดยเฉพาะสมัยรัชกาลที่ 3 สั่นคลอน

พระองค์จึงทรงต้องดำเนินพระราชกรณียกิจทางวัฒนธรรม เพื่อทรงเสริมสร้างความชอบธรรมบนราชบัลลังก์

อำนาจนำพระนั่งเกล้าฯ การเมืองวัฒนธรรมของชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์ จากการค้นคว้าของ ปวีณา หมู่อุบล นักประวัติศาสตร์จาก ม.เชียงใหม่ จะให้ภาพพระราชกรณียกิจทางวัฒนธรรมในรัชกาลที่ 3 เลือกใช้

ได้แก่ การซ่อมสร้างวัดวาอารามต่างๆ โดยเฉพาะวัดอรุณและวัดโพธิ์ เพื่อแสดงพระองค์ว่า ทรงเป็นผู้ดำเนินรอยตามรัชกาลที่ 1 รวมถึงทั้งเรื่องราวซึ่งปรากฏอยู่ในจารึก จิตรกรรมฝาผนัง ตำราเรียน และตำราทางศาสนา

Advertisement

ยังเสนอภาพรัชกาลที่ 3 ในฐานะผู้มีความสามารถและบุญญาบารมีสูงส่ง เป็นองค์สนับสนุนพระพุทธศาสนา เป็นองค์นำพาพสกนิกรชาวสยามให้ข้ามพ้นวัฏสงสาร

เป็นที่รู้กันว่า รัชกาลที่ 3 ทรงขึ้นครองราชย์โดยเหล่าขุนนางข้าราชการถวายความเห็นชอบ เนื่องจากความรู้ความสามารถที่รับใช้บริหารราชการต่างพระเนตรพระกรรณพระราชบิดา มีสถานะทางการเมืองเหนือเจ้าฟ้ามงกุฎขณะนั้น

หนังสือเล่มนี้ จึงแสดงภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ในการที่รัชกาลที่ 3 ทรงสร้างเสริมสถานะในราชบัลลังก์ให้มั่นคงยิ่งไปอีก ในความชอบธรรมของการสืบทอดราชสมบัติ ที่ราชบุตรองค์หนึ่งซึ่งมิใช่เจ้าฟ้าจะขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา

การสืบราชบัลลังก์มิใช่เรื่องง่ายๆ เพียงเป็นเจ้าฟ้าก็สืบพระราชอำนาจได้ การศึกษาเรียนรู้จากเรื่องนี้จะทำให้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวกระจ่างขึ้น

⦁หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ประเทศไทยตกในสถานะผู้แพ้สงครามเนื่องจากร่วมมือกับญี่ปุ่นผู้ก่อมหาสงครามเอเชียบูรพา ให้ญี่ปุ่นผ่านทางสู่ประเทศพม่าได้ จึงต้องชดใช้ความเสียหายต่างๆ ที่เกิดในช่วงสงคราม

เช่น เสียค่าปฏิกรรมสงคราม การคืนดินแดนบางส่วนของอินโดจีนแก่ฝรั่งเศส รวมถึงการดูแลเชลยศึกซึ่งตกค้างในประเทศหลังสงครามสิ้นสุดด้วย

ชีวิตเชลยศึก หยดเลือดและหยาดน้ำตาในค่ายกักกันไทย หลังสงครามมหาเอเชียบูรพา ค้นคว้าศึกษามาเล่าเรียงโดย
เทพ บุญตานนท์ อาจารย์ศิลปศาสตร์ มหิดล ให้เห็นภาพบรรดาเชลยศึกที่ถูกกักกันอยู่ในประเทศไทย

ซึ่งหลักๆ ประกอบด้วย เชลยศึกญี่ปุ่น ดัตช์ และเกาหลี ที่ล้วนมีสภาพความเป็นอยู่และชีวิตที่ยากลำบากในค่ายกักกัน ทั้งความอดอยากและสุขภาวะที่ไม่ปกติเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะค่ายกักกันนอกกรุงเทพฯ

เชลยศึกญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่ไทยต้องควบคุมตัวอย่างระมัดระวัง เนื่องจากหลายตัวบุคคลต้องส่งขึ้นศาลในฐานะอาชญากรสงคราม ส่วนเชลยศึกดัตช์นั้น ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด เนื่องจากอยู่ในฐานะผู้ชนะสงคราม

ด้วยสถานะผู้ชนะนั้นเอง จึงได้รับสิ่งของและการอำนวยความสะดวกนานาประการ เช่น บุหรี่ ลูกฟุตบอล เป็นต้น ส่วนเชลยศึกชาวเกาหลีนั้น เนื่องจากยังไม่ได้รับเอกราช จึงไม่มีรัฐบาลใดเข้ามาประสานงานรับผิดชอบ จึงกลายเป็นเชลยศึกที่อดอยากและถูกทอดทิ้งยิ่งกว่ากลุ่มใดๆ

นี่จึงเป็นภาพซึ่งมิได้มีการเรียนรู้อย่างกว้างขวางมาก่อน หนังสือเล่มนี้จึงเติมสิ่งที่พร่องไปจากการเรียนรู้เรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศไทยให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น เป็นหนังสือที่จะช่วยให้เห็นภาพตัวเองในประวัติศาสตร์ยุคใกล้ได้ดีเล่มหนึ่งทีเดียว

⦁แม้ปัจจุบันจะเข้าใจกันว่า การศึกษาร่ำเรียนเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสาร การรู้จักใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ การตามให้ทันความรู้ในการดำรงชีวิตใหม่ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที-อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี) จำเป็นสำหรับเด็กที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัย ต่างไปจากการเรียนสืบมาหลายทศวรรษก่อน

แต่การทิ้งรากเหง้าเพื่อรับเอาความก้าวหน้ารวดเร็วทางวัตถุเพียงอย่างเดียว ก็มิใช่ทางเลือกที่ถูกต้องเหมาะสม การคิดเพียงความอยู่รอดทางกายหรือเลี้ยงชีวิตด้วยความมั่งคั่งร่ำรวยประการเดียวมิได้เติมเต็มความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์ หรือเป็นความพูนสุขอย่างแท้จริง

แม้ความสงบหรือความปกติสุขทางใจ จะมิใช่สิ่งสำคัญที่ถูกลืมเลือนไปเรื่อยๆ ตลอดเวลาในปัจจุบันแล้วก็ตาม

ในทางกลับกัน ความรู้ ภูมิปัญญาเดิมในชุมชนแต่ละท้องถิ่น มรดกวัฒนธรรมกลับปรากฏชัดเจนขึ้นมาเป็น “จุลพลานุภาพ” (ซอฟต์พาวเวอร์) ที่สร้างความแข็งแกร่งเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสังคมอย่างเป็นนัยสำคัญขึ้นมา

อย่างเช่น นักผลิตและสร้างสรรค์เกมรุ่นใหม่ของใช้ ใช้ผีไทยและเรื่องหรือตัวละครในวรรณคดีไทย ประดิษฐ์เกมอันสนุกตื่นเต้นออกมาสร้างความสนใจใคร่รู้ของบรรดานักเล่นเกมดังๆ ทั่วโลกที่ได้เล่นด้วยตนเองมาแล้ว

ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะเข้าใจตนเองจึงกลับเป็นรากฐานของการดำรงชีวิตในยุคใหม่ที่ต้องศึกษาให้มากและกระจ่างยิ่งขึ้น

หนังสือเปี่ยมคุณค่าการเรียนรู้สำหรับลูกหลานจากพระราชดำริอันทรงพระกรุณาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โครงการพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหนังสือชุดตัวอย่างอันดีดังกล่าว เช่นเล่ม “ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย” เป็นอาทิ

นักเรียนมัธยมต้นหรือแม้แต่ประถมปลายก็สามารถอ่านเรียนรู้ได้

หรือสารานุกรม “ชุดภูมิปัญญา ภูมิภาษาของไทย” ตัวอย่างเช่นฉบับว่าด้วย ปักษาน่ารู้จักในวรรณคดีไทย หรือสารานุกรมวรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ “ฉบับราชบัณฑิตสภา” ว่าด้วย โคลงบรรยายภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อันล้วนแต่ทรงคุณค่าในตัวเอง เป็นภูมิปัญญาหลักของบ้านเมืองทั้งสิ้น

มีแต่จะเรียนรู้รากเหง้าตัวเองเท่านั้น จึงสามารถอยู่ร่วมเป็นพลโลกกับผู้อื่นได้อย่างมีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง

⦁โควิดทำให้เราต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน การซื้อของ หาหมอ การศึกษา และพลิกสภาพแวดล้อมทางธุรกิจไปอย่างมหาศาล ทำให้โลกธุรกิจ กิจการ กับการตลาดที่เปลี่ยนไป ทั้งส่งผลดีกับสิ่งเกิดใหม่หลายลักษณะ ทั้งเลวร้ายสุดๆ พร้อมกันกับสิ่งเดิมๆ ที่เคยเป็นสืบมานานนับทศวรรษ

Post Corona โอกาสของชีวิตและธุรกิจ ของศาสตราจารย์ด้านการตลาดและกิจการต่างๆ สก็อตต์ แกลโลเวย์ แปลโดย สุวิชชา จันทร ให้แนวทางสำคัญในการพลิกวิกฤตครั้งใหญ่ให้เป็นโอกาส ทั้งในมิติของการดำเนินชีวิตส่วนตัว ธุรกิจ และสังคมวงกว้าง ยิ่งวิกฤตหนักเท่าไร โอกาสก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น

คนไทยสู้ชีวิตต้องลองอ่านดู

⦁นิตยสารการเมืองประจำครอบครัวและทุกองค์กร รายสัปดาห์ ที่ใกล้ชิดเรื่องราวและสถานการณ์ราวส่องแว่นขยาย มติชนสุดสัปดาห์ เพื่อนร่วมทางสร้างไทยยุคใหม่ที่ไม่ติดยึด ผิดแผกแต่ไม่แตกต่าง ไม่สร้างรางรถไฟความเร็วสูงทับรากเหง้าโบราณสถาน “อโยธยา” เพื่อรีบไปไหนๆ ให้คนทั่วไปตกรถตกรา

สุดสัปดาห์ฉบับนี้ว่าด้วย “ปิ๊ก” บ้าน “เปิ้น” แล้ว “อะหยัง” รออยู่ อ่านจาก กกต. ถึงศาล รธน. ยุบก้าวไกล ล้างเผ่าพันธุ์อุดมการณ์เคลื่อนสู่พาหนะใหม่ การต่อสู้ไม่มีวันจบสิ้น

อ่านกรุ่นกลาโหม หลัง “สุทิน” พ้นฮันนีมูน การเมืองรุกคืบกองทัพ ทุบหม้อข้าวทหาร จับตา “เล็ก” ขยับ แล้วอ่านอุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ ส่องนายพล นักธุรกิจ นักการเมืองใหญ่ กับธุรกิจแข่งม้าในไทย (หึหึ)

สมชัย ศรีสุทธิยากร ประเมินต้นทุนประชาธิปไตย สำหรับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ก่อนไปถึงเทศกาลในแวดวงตำรวจ รุมกิน “โจ๊ก” ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ “สุรเชษฐ์”จะเอาคืน เริ่มกินพาราฯ (เอ๊ะ, หรือพารา) กันได้แล้ว

ปราปต์ บุนปาน มองผ่านหน้าปก “ไทม์” เซลส์แมน โก อินเตอร์ชื่อ “เศรษฐา” ส่วน “ผ้าขาวม้า” โก อินเตอร์กับเศรษฐา มองด้วยสายตา “คำ ผกา” สิ่งที่งานไทย “ยังไม่มี” และ “ไปไม่ถึง” ล้วนต้องอ่าน

สุรชาติ บำรุงสุข ชวนจับตาเส้นเขตแดนทะเลไทย กัมพูชา พิจารณาปัญหาและความท้าทาย

เครื่องเคียงข้างจอ ตามติดเวที “ออสการ์ ครั้งที่ 96” ทำไมหนังไทยไปไม่ถึงออสการ์ หนังดีๆ ไม่มีคนดูจริงหรือ สนทนากับ “บุญส่ง นาคภู่” เรื่องปัญหาและอุปสรรค

ส่วนเรื่องต่างประเทศที่ต้องติดตามคือ เลือกตั้งรัสเซีย เกมที่ “จำเป็น” ของปูติน

⦁ประชาธิปไตย “เล่นขายของ” ในบ้านเมืองก็ดำเนินต่อไป พรรคการเมืองในประเทศเหมือนแคะขนมครกขาย ขายแล้วก็แล้วไป พรุ่งนี้เช้าก็มีขนมครกใหม่ให้แคะทีละฝาอีก อำนาจเหมือนไม้หรือช้อนแคะขนมครก

แต่ไม้หรือช้อนแคะคันนั้น มาจากไหน

บรรณาลักษณ์