25 ปี รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ความภูมิใจ 2 นักวิจัยชั้นนำระดับโลกที่เข้ารับพระราชทานรางวัล

5.02.17 | 10:04 น.
ศ.นพ.วลาดีเมียร์ ฮาชินสกี-เซอร์เกรกอรี พอล วินเทอร์

ปี2560 เป็นโอกาสครบ 125 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และ ครบ 25 ปี รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระบรมราชชนก บิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน และบิดาแห่งการสาธารณสุขไทย ตั้งแต่ปี 2535-2559 มีผู้ได้รับรางวัล 74 คน

01588
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระราชทานรางวัล เซอร์เกรกอรี พอล วินเทอร์

โดยในปีนี้ มีผู้ได้รับพระราชทานรางวัล 2 ราย จากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งสิ้น 59 ราย จาก 24 ประเทศ สาขาการแพทย์ ได้แก่ เซอร์เกรกอรี พอล วินเทอร์ ขณะที่สาขาสาธารณสุข ได้แก่ ศ.นพ.วลาดีเมียร์ ฮาชินสกี โดยได้รับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2559 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

11
ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับครอบครัว

โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสว่า “การดำเนินงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุขนั้น จำเป็นต้องมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวยา และวิธีการรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งต้องมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้การรักษาและการป้องกันโรคบรรลุผลสำเร็จ ผลงานของเซอร์เกรกอรี พอล วินเทอร์ นับเป็นตัวอย่างอันดีในการค้นคว้าวิจัยจนได้ยารักษาโรคกลุ่มใหม่จากชีวโมเลกุลที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก

“ส่วนผลงานของ ศ.นพ.วลาดีเมียร์ ฮาชินสกี ก็เป็นแบบฉบับของการบริหารจัดการ ทั้งในด้านการดูแลรักษาและการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งใช้เป็นมาตรฐานอยู่ในปัจจุบัน ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความนิยมชื่นชมด้วยอย่างยิ่ง ที่ท่านทั้งสองได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปีนี้ และเต็มใจยินดีที่จะกล่าวว่า ผลงานจากความพากเพียร และความทุ่มเทเสียสละของท่าน เป็นการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ของการแพทย์และการสาธารณสุข ก่อให้เกิดประโยชน์อันไพศาลแก่มวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง”

ด้าน เซอร์เกรกอรี พอล วินเทอร์ คณบดีวิทยาลัยทรินิตี มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร เป็นนักชีวเคมีระดับชั้นนำของโลกที่ได้ริเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีในการสร้างและดัดแปลงโมเลกุลของแอนติบอดีให้มีประสิทธิภาพสูงและลดความเป็นสิ่งแปลกปลอมลง นำไปสู่ความก้าวหน้าในการพัฒนายากลุ่มใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคที่เดิมรักษาได้ยากและมีผลข้างเคียงสูง เช่น กลุ่มภูมิคุ้มกันโรครูมาตอยด์ และโรคมะเร็ง ตลอดจนก่อให้เกิดการพัฒนายาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในปัจจุบันมียากลุ่มแอนติบอดีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 50 ชนิด และมียาใหม่ขึ้นทะเบียนเพิ่มอีกปีละ 3-5 ชนิด นับเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของผู้ป่วยนับร้อยล้านคนทั่วโลก

Advertisement

“ผมรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับรางวัล” เซอร์เกรกอรีกล่าว และว่า จากการได้รางวัลครั้งนี้ ผลงานคงจะเป็นที่รู้จักในเอเชียมากขึ้น ตัวยาที่ได้คิดค้นขึ้นจากที่มีราคาสูง ต่อไปในอนาคตอาจทำให้มีราคาลดลงและเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น และในอนาคตก็วางแผนไว้ว่าจะพัฒนาโมเลกุลแอนติบอดีให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ดีขึ้นทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

“สำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ สิ่งจำเป็นต้องตั้งหัวข้อการวิจัยให้ดี เข้าใจว่าต้องทำอะไร ทำการบ้านเยอะๆ ทำงานให้หนัก และทำอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญที่สุดต้องเป็นประโยชน์ และจงทำเถอะ แล้วเราจะได้ผลงานที่ดีที่สุด” เซอร์เกรกอรีทิ้งท้าย

201701311654073-20061002145636
ศ.นพ.วลาดีเมียร์ ฮาชินสกี-เซอร์เกรกอรี พอล วินเทอร์

ขณะที่ ศ.นพ.วลาดีเมียร์ ฮาชินสกี ศาสตราจารยพิศิษฐ์ มหาวิทยาลัยเวสเทอร์น ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา เป็นผู้นำในด้านโรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อมจากปัญหาหลอดเลือด ผลงานของเขานอกจากจะช่วยชีวิตผู้ป่วยเป็นจำนวนมากแล้วยังสามารถป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อมและความจำเสื่อมได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ริเริ่มนำคำว่า

“เบรนแอทแทค” มาใช้ เพื่อสื่อถึงความฉุกเฉินของโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน เป็นการเตือนให้ผู้ป่วยรีบไปโรงพยาบาลทันทีแทนที่จะสังเกตอาการอยู่ที่บ้าน ทำให้เกิดมาตรฐานใหม่ในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั่วโลก

ศ.นพ.วลาดีเมียร์กล่าวว่า ภูมิใจที่ได้รับรางวัลนี้ และรางวัลนี้ไม่ใช่ของผมคนเดียว แต่เป็นรางวัลของทีมงานของผมทุกคน สำหรับแรงบันดาลใจในการทำงานนี้ มาจากที่ผมเป็นหมอรักษาคนไข้และผมเห็นความสำคัญของการป้องกันมากกว่าการรักษา ซึ่ง 12 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า วิธีการสามารถลดการเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลันได้

ทั้งนี้ ศ.นพ.วลาดีเมียร์ได้ฝากถึงนักวิจัยรุ่นใหม่ว่า การวิจัยไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นอะไรที่ยากๆ แต่สิ่งที่ต้องทำคือ การวัดผลทั้งก่อนและหลังทำวิจัย และงานวิจัยนั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

สุดท้าย ทั้งสองกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

โดย ศ.นพ.วลาดีเมียร์กล่าวว่า ผมมาเมืองไทยหลายครั้ง และได้เห็นความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อพระองค์เสมอ

ขณะที่ เซอร์เกรกอรีกล่าวว่า เมื่อผมได้ศึกษาพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.9 ผมก็เข้าใจว่าทำไมคนไทยถึงรักพระองค์มากขนาดนี้

รางวัลอันทรงเกียรตินี้ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ประชาคมโลก