คอลัมน์ Taste Test : ‘Moto Z’ผนึก’Hasselblad True Zoom’ สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวเที่ยวทั่วโลก

Moto Z

หลังจากแบรนด์มือถือที่เรารู้จักกันดีอย่าง “Motorola” เปลี่ยนมือมาอยู่ในการดูแลของ “Lenovo” สมาร์ทโฟนที่หลายคนรอคอยก็กลับมาอีกครั้งภายใต้แบรนด์ “Moto”

โดยในช่วงกลางปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Moto Z และ Moto Z Play ในประเทศไทย พร้อมกับจุดเด่นอย่างอุปกรณ์เสริมอย่าง Moto Mods ที่สามารถติดเข้ากับด้านหลังของเครื่องสมาร์ทโฟนได้ด้วยพลังแม่เหล็กเพิ่มความสามารถในการใช้งานสมาร์ทโฟนได้อีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น “Moto Mod JBL Soundboost” ลำโพงขยายเสียง “Moto-Insta Share” โปรเจ็กเตอร์พลังสูง “ncipio Off-Grid Powerpack” แบตเตอรี่เสริม รวมไปถึง “Hasselblad True Zoom” กล้องจาก “ฮาสเซลบลาด” ที่จะเปลี่ยนให้สมาร์ทโฟนกลายเป็นกล้องที่สามารถซูมได้ถึง 10 เท่า

สำหรับสมาร์ทโฟนและ Mods ที่นำมาทดสอบนี้เป็นการผนึกกำลังกันของ “Moto Z” และ “Hasselblad True Zoom” ที่สามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นกล้องถ่ายภาพอเนกประสงค์ได้อย่างน่าประทับใจ

ในส่วนของสมาร์ทโฟน “Moto Z” เป็นสมาร์ทโฟนเรือธง มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow พร้อม Qualcomm Snapdragon 820 Quad-core ความเร็ว 1.8GHz แรม 4 กิ๊ก ความจุในตัวเครื่อง 64 กิ๊ก เพิ่มไมโครเอสดีได้สูงสุด 2 เทราไบต์ หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Quad HD 2,560 x 1,440 พิกเซล รองรับ Multitouch 10 จุด แบตเตอรี่ 2600 mAh พร้อมระบบชาร์จเร็ว Turbo Power กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 มีระบบกันภาพสั่นไหว (OIS) พร้อมกับ Laser Autofocus Dual LED Flash

ด้านหลังของตัวเครื่อง Moto Z จะมีขั้วจุดทองแดงใช้สำหรับต่อ Mods ได้หลายแบบ โดยหากไม่นับตัวกล้องที่นูนออกมา และไม่นับการใส่ “Moto Style Shells” ฝาหลังที่แปะติดด้านหลังด้วยพลังแม่เหล็กแล้ว ตัวเครื่องส่วนที่บางที่สุดอยู่ในระดับ 5.19 มิลลิเมตรที่นับว่าบางมากๆ เลยทีเดียว

สำหรับ “Hasselbald True Zoom” กล้องเสริมสำหรับแปะติดไปที่ด้านหลังเครื่อง “Moto Z” นั้น มีเซ็นเซอร์เป็น BSI CMOS ขนาด 1/2.3 นิ้ว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ความความสามารถซูมภาพได้มากถึง 10 เท่า เทียบได้กับเลนส์กล้อง 25-250 มม.เลยทีเดียว โดยมาพร้อมกับรูรับแสง f3.5-f6.5 ตามระยะซูม รองรับการถ่ายภาพแบบ JPG + RAW (DNG) ซึ่งเป็นไฟล์ที่สามารถนำไปปรับแต่งได้ยืดหยุ่นมากกว่าด้วย นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ระดับ Full HD เฟรมเรทที่ 30fps

ประสบการณ์การใช้งานสำหรับ “Moto Z” ให้ความรู้สึกถึงความรวดเร็วลื่นไหลตามแบบฉบับสมาร์ทโฟนเรือธงในระบบแอนดรอยด์ มีลูกเล่นเสริมอย่าง “Gestures” เพิ่มความสะดวกด้วยเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับรุ่นก่อนๆ เช่น การสั่นสองครั้งเปิดไฟฉาย หมุนข้อมือเพื่อจับภาพหน้าจอ หรือ การเปิดหน้าจอไว้ตลอดเวลาที่มองหน้าจอเป็นต้น

และเมื่อนำ Moto Z มาผลึกกำลังกับ “Hasselbald True Zoom” แล้วสมาร์ทโฟนธรรมดาก็กลายร่างเป็นกล้องดิจิทัลที่จอใหญ่สบายตา สามารถจับถือได้เหมาะมือมากๆ มาพร้อมกับปุ่มชัตเตอร์แท้ๆ ให้ความรู้สึกเป็นกล้องจริงๆ บริเวณปุ่มชัตเตอร์มีคันโยกสำหรับซูม ถัดไปเป็นปุ่มเพาเวอร์สำหรับเข้าโหมดถ่ายภาพที่มีให้เลือกทั้งโหมดออโต้ วิดีโอ พาโนรามา และโหมดโปร ที่สามารถเลือกปรับสปีดชัตเตอร์ ไอเอสโอ ไวท์บาลานซ์ เลือกจุดโฟกัส และชดเชยแสงได้ค่อนข้างอิสระ

การใช้งานทำได้ได้ค่อนข้างคล่องตัวใช้เวลาเปิดกล้องราว 2 วินาที สามารถโฟกัสได้รวดเร็วให้สีสันที่จัดจ้าน เมื่อเปิดเครื่องกระบอกเลนส์จะยื่นออกมาเล็กน้อย และจะยืดออกมาขาวขึ้นโยกคันโยกซูมมากขึ้นเรื่อยๆ

“Moto Z” ผนึกกำลังกับ “Hasselblad True Zoom” นับเป็นคู่ผสมที่ลงตัวในการเป็นทั้งสมาร์ทโฟนที่ลื่นไหล และเป็นกล้องดิจิทัลซูมที่พกพาสะดวก เหมาะสำหรับผู้รักการถ่ายภาพและท่องเที่ยวที่ไม่อยากพกกล้องให้หนัก หรืออาจใช้เป็นกล้องเสริมที่ได้ระยะเลนส์ที่ค่อนข้างครบช่วงการใช้งาน เรียกได้ว่าพกสมาร์ทโฟนตัวเดียวเที่ยวได้ทั่วโลก

“Moto Z” วางขายในราคา 23,900 บาท ขณะที่ “Hasselbald True Zoom” วางขายในราคา 9,900 บาท และในงาน Thailand Mobile Expo 2017 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 กุมภาพันธ์นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็มีโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อ Moto Z รับฟรีทันที่ Moto Mods Incipio offGRID Power Pack รุ่นล่าสุดรองรับระบบ Wireless Charger และ Smart Flip Cover

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon