สร้างพายุหมุน ส่ง ‘ซอฟต์พาวเวอร์ไทย’ ก้าวอย่างมั่นคง ผลักดันวัฒนธรรมประเทศสู่สากล

25.04.24 | 12:04 น.

สร้างพายุหมุน ส่ง ‘ซอฟต์พาวเวอร์ไทย’ ก้าวอย่างมั่นคง ผลักดันวัฒนธรรมประเทศสู่สากล

เดินหน้าเต็มสูบกับ “ซอฟต์พาวเวอร์” (soft power) ที่ล่าสุด ได้เดินหน้าผลักดัน โครงการ OFOS หรือ One Family One Soft Power (1 ครอบครัว 1 Soft Power) เพื่อส่งเสริมผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยไปทั่วโลก โดยจะเปิดลงทะเบียนเดือนมิถุนายนนี้

เรียกว่า โครงการคืบหน้าไปได้ไม่น้อย หากกระนั้นการขับเคลื่อนก็ต้องเป็นไปอย่างมีทิศทาง ในงานเสวนา “Brainstorm Soft Power : ส่งซอฟต์พาวเวอร์ไทย ไปสู่สากล” จัดโดยศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้มีคนทำงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฟังและแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง ด้วยความหวังว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้นำประเด็น ข้อมูลต่างๆ ขับเคลื่อนให้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยก้าวไปอย่างมีทิศทางและมีเป้าหมาย นำสู่ความเป็นจริงอย่างเป็นรูปธรรม

เริ่มต้นที่ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล หรือ คุณชายอดัม ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนด้านภาพยนตร์ว่า มีความเป็นไปได้ที่ซอฟต์พาวเวอร์จะเดินหน้าไปถึงจุดที่เราต้องการได้ แต่ก่อนจะก้าวถึงจุดนั้น ทุกส่วนก็มีปัญหาของตัวเอง ทุกจุดของอุตสาหกรรมต่างมีเพนพ้อยท์ของตัวเองตั้งแต่ล่างสุดจนถึงบนสุด เริ่มตั้งแต่ผู้สร้าง นายทุน ผู้ชม แต่ทำอย่างไรที่เราจะมีจุดร่วมตรงกลาง อย่างรัฐ ผู้สร้าง ผู้ชม ผู้ลงทุนต้องช่วยกันและเข้าใจตรงกันก่อน ทุกส่วนต่างมีเพลนพ้อยท์ของตัวเอง แต่ละส่วนมีปัญหาของตัวเองที่ต้องแก้ไข

Advertisement
ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล

“สิ่งสำคัญที่อยากสะท้อนคือ รัฐยังมองสื่อว่าเป็นภัยคุกคาม คุกคามรัฐ คุกคามประเทศ เป็นภาพที่ติดมาจากสงครามเวียดนาม สงครามโลก ยุคคอมมิวนิสต์สู้กับประชาธิปไตย ต้องเปลี่ยนวิธีคิด มุมมองนี้ก่อน รวมไปถึงกฎหมายอื่นๆ ในอนาคต อีกเรื่อง คือ เรื่องเงินที่เราไม่มีเงินที่สนับสนุนมากพอจากภาครัฐ เอกชน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำถ้าเราไม่มีเงินที่มากพอ มันก็จะเป็นปัญหา เรื่องของสิทธิการทำงาน สิทธิมนุษยชน สิทธิการผลิต สิทธิเรื่องการมีอิสระในการสร้าง ทั้งหมดคือกุญแจหลักที่จะนำไปสู่ปัญหาต่างๆที่ทำให้การก้าวของซอฟต์พาวเวอร์ สะดุด ไปไม่ถึงไหน”

“เราไม่สามารถทำเรื่องซอฟต์พาวเวอร์แล้วจะเปลี่ยนประเทศเป็นโลกที่ 1 ได้ในทันทีทันใด ผมพยายามสื่อสารให้ทุกท่านเข้าใจว่า การทำแบบนั้นเป็นการหาเสียงระดับหนึ่ง อย่าเชื่อในแบบนั้น ไม่มีอะไร ควิกวิน (Quick Win) แต่มีกระบวนการที่ต้องทำงานเดี๋ยวนี้ และต้องทำงานคู่ขนานกันไปอย่างต่อเนื่อง อย่าทำงานแบบไฟไหม้ฟาง” ม.ร.ว.เฉลิมชาตรีกล่าว

ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล หรือ มะเดี่ยว คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านละครและซีรี่ส์ บอกว่า ซีรี่ส์ในประเทศเราไม่สามารถไปตีตลาดต่างประเทศได้ ละครบ้านเราถูกสร้างจากนิยายประโลมโลกเรื่อยมา จนถึงการเปลี่ยนยุคมาเป็นดิจิตอลทีวีขึ้นมา มันถึงมีซีรีส์ และมีเนื้อหาที่มากกว่าเดิม ผู้สร้างก็พยายามตามซีรีส์เกาหลีหรือซีรีส์ต่างประเทศมากขึ้น จึงมีคำว่าซีรีส์ที่ฮิตขึ้นมาในปี ค.ศ. 2015

มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

จากนั้นไม่กี่ปีก็มีสตรีมมิ่งเข้ามา การวิวัฒนาการละครบ้านเรา มันเป็นการดูละครช่องตลอดมา มาถึงตอนนี้วัฒนธรรมการถ่ายทำเปลี่ยนไป ตัวเนื้อหาเปลี่ยนไป อยู่ดีๆ ตลาดต้องการเนื้อหาที่เยอะมาก แต่คนคิดเนื้อหาทำไม่ทัน ในยุคหนึ่งเกิดละครวัยรุ่นขึ้นมากมาย ยุคหนึ่งเราก็หยิบซีรีส์วายขึ้นมาทำ แต่พอตอนนี้เริ่มจะไม่มีอะไรที่จะหยิบขึ้นมาทำแล้ว เราคงต้องมีเนื้อหาที่แน่นหนามากขึ้น เราต้องไปเอาองค์ความรู้จากท้องถิ่นในประเทศไทย

“ยังมีคนที่มีไอเดีย มีเนื้อหาในหัวกระจายเต็มไปหมด แต่เขาไม่สามารถเข้าถึงจุดที่เขาจะนำเสนอคอนเทนต์ที่เขามีต่อผู้กำกับ ผู้ลงทุนได้ หรือแม้แต่หนังสือ เราก็ไม่มีหนังสือที่โดนใจตลาดสักเท่าไหร่ ความหลากหลาย คุณภาพ ปริมาณของซีรีส์หรือสตรีมมิ่งในประเทศไทยยังน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเกาหลี หรือญี่ปุ่น ซึ่งรัฐเองก็ต้องสนับสนุนให้ผู้ผลิตสามารถออกไปสู่การนำเสนอผลงานออกสู่สายตานานาชาติให้มากขึ้น เพื่อนำงานออกขายสู่ต่างประเทศบ้าง” ชูเกียรติ กล่าว

ส่วน อาจารย์พิเชษฐ กลิ่นชื่น ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ปี 2549 พูดย้ำหลังจากที่งานเสวนาจบลง เสมือนการสรุปหัวใจของการดัน Soft Power ให้สำเร็จว่า ซึ่งเป็น 5 หัวใจสำคัญไว้ดังนี้
1. รู้ว่าเราเป็นใคร มี “วัฒนธรรมอะไร” 2. เล่าใน “ความเป็นปัจจุบัน” 3. เล่าในประเด็น “วัฒนธรรมร่วม” 4. New Form ใช้วิธีการใหม่ การนำเสนอแบบใหม่ 5. พูดถึง “พรุ่งนี้” และ “การเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” ของผู้ซื้อ ผู้เสพ ผู้ใช้

อาจารย์พิเชษฐ กลิ่นชื่น

หลากหลายแง่คิด หลากหลายความเชื่อของผู้คนที่ได้ร่วมฟังงานเสนวนาในวันนั้น หากได้ฟังและหยิบประเด็นการถ่ายทอดของวิทยากร และการแลกเปลี่ยนกันจะมองเห็น หนทางและการก้าวเดินต่ออย่างมีความหวังและสามารถเป็นจริงได้ในเรื่องราวของซอฟต์พาวเวอร์ไทย เพื่อผลักดันให้ไปไกลถึงนานาชาติ อย่างมั่นคงและยั่งยืน