ล้วงลึกเบื้องหลังสุดสตรอง กว่าจะเป็น “น้ำตาล – ชลิตา” ท็อป 6 มิสยูนิเวิร์ส (ภาพชุด)

แม้จะเดินทางกลับจากการทำหน้าที่ตัวแทนประเทศประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้นับ 10 วันแล้ว แต่องศาความฮอตของ “น้ำตาล” ชลิตา ส่วนเสน่ห์ หรือน้ำตาลท็อป 6 มิสยูนิเวิร์ส ก็ยังคงพุ่งแรงฉุดไม่อยู่

เมื่อมีโอกาส น้ำตาล – ชลิตา จึงได้แวะมาขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชน ที่ให้การสนับสนุนตลอดการประกวดที่ผ่านมา และได้เปิดใจถึงเบื้องลึกเบื้องหลังกว่าจะ “สตรอง” เป็นตัวแม่ของวงการนางงามอีกคน

น้ำตาล – ชลิตา เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการอัพเดทชีวิตหลังการประกวดว่า นับตั้งแต่กลับมายังไม่ได้พัก มีงานเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งถ่ายแบบ พรีเซ็นเตอร์ เดินแบบ รวมถึงไปเปิดตัวลายใหม่บนเครื่องบินซึ่งเป็นลายผ้าไหมที่จ.ขอนแก่น แต่ละงานมีคนให้สนใจมาก อย่างตาลบอกว่าอยากกลับมากินส้มตำ เมื่อได้กินก็เป็นข่าวก็แอบรู้สึกแปลกๆ แต่รู้สึกขอบคุณทุกคนและดีใจ ที่มีคนมาติดตาม

และเรียกว่าการไปประกวดครั้งนี้ ทำให้ชีวิตเปลี่ยน

IMG_8412

“ตอนได้รับตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ หากคนไม่ติดตามดูก็จะไม่รู้ แต่พอไปประกวดครั้งนี้ มีคนเข้ามาสนใจ สื่อต่างชาติมาสัมภาษณ์ มีแฟนคลับเยอะ ก็เหมือนคนรู้จัก กลับมาครั้งนี้ก็มีงานมากขึ้น มีอะไรให้ทำ รู้จักคนในวงการมากขึ้นด้วย จนตอนนี้มีคิวแน่นทุกวัน บางวัน 2-3 งาน สำหรับเดือนนี้ได้หยุด 1 วัน แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่เราอยากจะเก็บเกี่ยวให้มากที่สุด”

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ ก็ต้องทุ่มเทไม่น้อย น้ำตาล เผยว่า จากเด็กกะโปโลที่ไม่เคยทำอะไรเกี่ยวกับวงการ มีเพียงเดินแบบมหาวิทยาลัย ก็ต้องปรับ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทั้งการพูด เดิน ภาษา โพสต์ท่า ตอบคำถาม การคิดวิเคราะห์ รวมถึงแอคติ้ง เพราะบนเวทีก็เหมือนการแสดงอย่างหนึ่ง เพื่อให้นำไปใช้ได้

กิจวัตรของมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ตลอด 4 เดือน ของน้ำตาล จึงต้องตื่นมาเรียนภาษาอังกฤษ ต่อด้วยช่วงบ่ายเรียนการพูด การเดิน แอคติ้ง จบแล้วจึงเข้าฟิตเนสเต็มๆ 3-4 ชั่วโมง โดยมีเทรนเนอร์ช่วย รวมถึงการควบคุมอาหารที่ต้องประมาณให้ได้ เช่น กินอะไรเสริมกล้ามเนื้อ ลดไขมันส่วนเกิน ทั้งทำเองและสั่งมา เรียกว่าเปลี่ยนอาหารการกินเพื่อสุขภาพโดยแท้

ทำให้รู้ว่า การเป็นนางงามนั้น ยาก!!

IMG_8418

“ตอนอยู่เมืองไทย ทุกอย่างยากไปหมด เพราะยังไม่ได้เผชิญกับเวทีจริง แต่ทุกอย่างที่ทำมันทำทุกวันจนชินตลอด 4 เดือน แรกๆมีคนติเราเยอะ ว่าไม่ผอม อ้วน ภาษาไม่ได้ บุคลิกเป็นเด็ก ไม่ดูเป็นนางพญา ซึ่งบางทีเราก็อยากบอกว่าเราไม่ต้องเป็นนางพญาตลอดก็ได้ อยากรีแล็กซ์บ้างเวลาลงจากเวที หากจะนางพญาตลอด คนก็คงเกลียด ด้วยรู้ว่ามันยากก็เลยมีเสียน้ำตาบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้สนใจโซเชียลมีเดีย ฟังแต่กับคนรอบข้าง เพราะเขาอยู่กับเราตลอด รู้เรื่องเราดีที่สุด”

“แต่ตาลก็ทำเต็มที่ มีสิ่งที่ผลักดันคือ ประเทศไทย ว่าได้หน้าที่มาแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด และตำแหน่งนี้ก็เป็นโอกาสที่ผู้หญิงหลายคนอยากจะมายืนตรงนี้ เขาอยากเป็นเหมือนกับเรา ตาลเองก็อยากได้มงกุฎมาให้คนไทยด้วย ตั้ง 28 ปีมาแล้ว จึงทำให้คิดว่า ต้องสู้ทุกวัน”

และก็ยิ่งสนุกมากขึ้นเมื่อเดินทางไปฟิลิปปินส์ น้ำตาล เผยว่า พอได้ไปเก็บตัวประกวด รู้สึกสนุก ไม่เครียดไม่กดดันตัวเอง ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือท้ออะไร ได้เจอแฟนคลับ มีคนเรียกชื่อประเทศเรา รู้สึกฮึกเหิม ทำให้สนุกกับทุกวัน ไม่เครียด บวกกับกำลังใจจากแฟนคลับนางงามมีผลมาก หากไปแล้วทุกคนไม่เห็นความพยายาม ติ ก็ทำให้นอยด์เล็กๆ แต่ที่จริงตอนเก็บตัวก็ไม่ได้ดูโซเชียลมีเดียมากนัก เพราะทำกิจกรรมตลอด

IMG_8440

ส่วน วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ชลิตา ก็จะเดินทางไปประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยให้ฟิลิปปินส์รู้จัก ทำเอาชลิตาดีใจมาก เพราะแฟนคลับฟิลิปปินส์น่ารัก

“แฟนคลับฟิลิปปินส์น่ารัก ชอบส่งข้อความมาในไลฟ์สด ว่าอยากให้ไป อยากเจอ มีส่งข้อความมาว่าทำสายสะพายมิสยูนิเวิร์สไว้ อยากจะให้เรา มีทำแฟนเพจในไอจีให้ด้วย ก็รู้สึกดีใจ อยากกลับไป”

“สุดท้ายแล้วตาลต้องขอขอบคุณอีกครั้ง ที่ทุกคน พี่ๆในวงการ แฟนนางงามที่คอยติดตามเชียร์เรา ขอบคุณที่ช่วยโหวต เชียร์ แชร์ ตอนที่อยู่ที่ฟิลิปปินส์ เวลาที่กองประกวดลงรูปเรา เขาก็จะมาถามว่าทำไมยูได้ไลค์ ได้แชร์เยอะขนาดนี้ เราก็บอกว่าไม่รู้ อาจเพราะแฟนๆซัพพอร์ตเราเยอะมาก ช่วยกันแชร์ และโหวต ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวตาลและเป็นกำลังใจในการประกวดครั้งนี้”

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

IMG_8424

IMG_8428

IMG_8414

IMG_8420

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon