เด็กน้อยผู้พิทักษ์น้ำ ‘ค่ายมิซุอิกุ’ ปลูกฝังเยาวชนอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ปลูกฝังเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เปิดกิจกรรม ‘ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ’ (Mizuiku Water Hero Camp) ภายใต้โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ประจำปี 2567 เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ จังหวัดระยอง

อชิต โจชิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โครงการวัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ ประจำปี 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำของทั้งสองบริษัท มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและมิติทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำค่านิยมองค์กรของเรา คือ ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสองบริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตลอดมา

โอเมอร์ มาลิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมื่อเรามองภาพรวมในอนาคต เราจะพบว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนั้นมีความท้าทายเป็นอย่างมาก โดยที่ความท้าทายเหล่านี้เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางน้ำหรือภาวะโลกร้อนที่ก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมหรือสถานการณ์ภัยแล้ง เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำตั้งแต่วันนี้
โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ได้ทำการคัดเลือกโรงเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดระยองและชลบุรี 30 โรงเรียน ซึ่งมีแกนนำนักเรียน ตัวแทนคุณครู และพนักงานจิตอาสากว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อจบกิจกรรม โรงเรียนต่างๆ จะได้รับเงินสนับสนุนโรงเรียนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปจัดทำแผนงานและดำเนินโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียน พร้อมจัดตั้ง ‘มิซุอิกุ คลับ’ เพื่อขับเคลื่อนและขยายผลโครงการ โดยแกนนำนักเรียนจากโรงเรียนที่ชนะการประกวดโรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ จะได้เดินทางไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น

อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Education Centre : EEC) กล่าวว่า EEC ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 10 ภายใต้ปรัชญาการเรียนรู้แบบ Let Nature be Our Classroom ให้ธรรมชาติเป็นห้องเรียนของเรา มุ่งมั่นสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อมแก่สาธารณชน โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งจะเป็นกระบอกเสียงและเป็นกำลังสำคัญในอนาคต ที่จะช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

โครงการ “มิซุอิกุ” ถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2547 โดยความริเริ่มของ บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด ชื่อโครงการมาจากภาษาญี่ปุ่น คือ “มิซุ” แปลว่า น้ำ และ “อิกุ” แปลว่า การศึกษา มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนและท้องถิ่น ตลอดจนต่อยอดองค์ความรู้และปลูกฝังหัวใจแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้แก่เยาวชนเพื่อก่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

เป้าหมายที่ 6 (Sustainable Development Goals : SDG 6) เรื่องการสร้างหลักประกันในการจัดให้มีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค การจัดการน้ำที่ยั่งยืน และสุขาภิบาลสำหรับทุกคน โดยในปีนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีของโครงการ “มิซุอิกุ” ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นต้นแบบของโครงการ “มิซุอิกุ” ที่ได้ขยายการดำเนินโครงการไปยัง 8 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้นกว่า 580,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของซันโทรี่ กรุ๊ป ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่านี้ให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป

ครูโฟม-อรพรรณ วาติบุญเรือง จากโรงเรียนสามัคคีราษฎร์บำรุง จังหวัดระยอง กล่าวว่า ประทับใจกับกิจกรรมครั้งนี้มาก ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ให้ทั้งครูและนักเรียนได้เรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์น้ำในชีวิตประจำวันและเรียนรู้เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ ทำให้เด็กๆ เห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำในชุมชนของตัวเอง ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในห้องเรียนธรรมชาติ

ทั้งพื้นที่กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาตระหนัก และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า และร่วมกันดูแลแหล่งน้ำในชุมชนที่อาศัยอยู่ให้ยั่งยืน ที่โรงเรียนเองก็สอนเรื่องการแยกขยะ ปลูกฝังเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
“โดยหลังจากนี้จะนำความรู้ที่ได้ไปสอนนักเรียนคนอื่น ๆ เพื่อให้พวกเขาได้นำความรู้ไปต่อยอดพัฒนากิจกรรมอนุรักษ์น้ำในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งบอกต่อครอบครัวและคนในชุมชน ให้ช่วยกันดูแลอนุรักษ์น้ำและหันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม” ครูโฟมกล่าว
แมงมุม-ด.ญ.จารุณัฐ อบรมศรี อายุ 12 ปี จากโรงเรียนบ้านอำเภอ (เจียรวนนท์อุทิศฯ) จังหวัดชลบุรี เผยว่า ชอบกิจกรรมครั้งนี้มาก เพราะได้เรียนรู้วิธีการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมหลายอย่าง และได้รู้ว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้โลกและสิ่งแวดล้อมกลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิมถ้าพวกเราไม่ร่วมมือกัน อยากให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์น้ำและลดโลกร้อน หลังจากที่หนูทำกิจกรรมเก็บขยะที่ชายหาด ทำให้เห็นว่ามีขยะในทะเลเยอะมาก หนูอยากชวนให้ทุกคนทิ้งขยะให้ถูกที่ไม่ทิ้งขยะลงทะเล และเริ่มแยกขยะเพื่อช่วยกันดูแลทะเลให้สะอาดสวยงามและไม่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม








ช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อสิ่งแวดล้อมที่น่าเป็นห่วงในตอนนี้

