ตะลึง! พบไมโครพลาสติกใน ‘อวัยวะเพศชาย’ หวั่นกระทบสมรรถภาพ เปิดต้นตอควรระวัง

20.06.24 | 10:21 น.

ตะลึง! พบไมโครพลาสติกใน ‘อวัยวะเพศชาย’ หวั่นกระทบสมรรถภาพ เปิดต้นตอควรระวัง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบไมโครพลาสติกในอวัยวะเพศชายเป็นครั้งแรก ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของอนุภาคขนาดเล็กและผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น

ข้อมูลอันน่าตกตะลึงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาที่ได้เผยแพร่ในวารสารการแพทย์ IJIR: Your Sexual Medicine Journal เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า พบไมโครพลาสติก 7 ชนิดที่แตกต่างกันในตัวอย่างเนื้อเยื่อในอวัยวะเพศชาย 4 ใน 5 ตัวอย่างที่นำมาจากผู้ชาย 5 คน

โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอนุภาคขนาดจิ๋วบางชนิดสามารถบุกรุกเซลล์และเนื้อเยื่อในอวัยวะสำคัญในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ และมีหลักฐานยืนยันว่าอนุภาคเหล่านี้มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์มากขึ้น

รันจิธ รามาซามี ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะสืบพันธุ์ ซึ่งทำการวิจัยดังกล่าวขณะทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยไมอามี เผยกับซีเอ็นเอ็นว่า เขาใช้การวิจัยก่อนหน้าซึ่งมีการพบหลักฐานของไมโครพลาสติกในหัวใจมนุษย์ เป็นพื้นฐานสำหรับการวิจัยของเขา

Advertisement

รามาซามีได้นำตัวอย่างนำมาจากผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) และอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเพศชายเพื่อรักษาอาการที่มหาวิทยาลัยไมอามี ในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2023

จากนั้นได้นำตัวอย่างมาวิเคราะห์โดยใช้การถ่ายภาพทางเคมี ซึ่งพบว่าชาย 4 ใน 5 คนมีไมโครพลาสติกในเนื้อเยื่อองคชาต

รามาซามียังกล่าวอีกว่า เขาไม่แปลกใจเลยที่พบไมโครพลาสติกในอวัยวะเพศชาย เนื่องจากมันเป็น อวัยวะที่มีหลอดเลือด เช่นเดียวกับหัวใจ

แม้ว่าขณะนี้จะมีการยืนยันถึงการการค้นพบไมโครพลาสติกในอวัยวะเพศชายแล้ว แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นในเงื่อนไขต่างๆ อย่างการหย่อนของสมรรถภาพทางเพศ

“เราจำเป็นต้องระบุว่าไมโครพลาสติกเชื่อมโยงกับภาวะหย่อนลงของสมรรถภาพทางเพศหรือไม่ และจำนวนที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดพยาธิสภาพหรือไม่ และ ไมโครพลาสติกประเภทใดที่เป็นพยาธิสภาพ” รามาซามีกล่าว

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นในวงกว้างของการค้นพบดังกล่าว รามาซามีหวังว่าการศึกษานี้จะ “สร้างความตระหนักรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการมีอยู่ของสิ่งแปลกปลอมภายในอวัยวะของมนุษย์ และส่งเสริมการวิจัยเพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้”

การวิจัยก่อนหน้านี้ยังมีการค้นพบว่า น้ำดื่มบรรจุขวด 1 ลิตร ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำดื่มบรรจุขวดขนาดมาตรฐาน 2 ขวด มีอนุภาคพลาสติกโดยเฉลี่ย 240,000 ชิ้น

“ผมคิดว่าเราต้องคำนึงถึงการบริโภคน้ำและอาหารจากขวดพลาสติกและภาชนะประเภทต่างๆ และพยายามจำกัดการใช้ภาชนะพลาสติก จนกว่าจะมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อระบุจำนวนที่อาจก่อให้เกิดพยาธิสภาพได้” รามาซามีกล่าวเพิ่มเติม

ในขณะที่นักพิษวิทยาอย่าง แมทธิว เจ. แคมเปน ศาสตราจารย์ด้านเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก ในเมืองอัลบูเคอร์คี ซึ่งเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการวิจัยของรามาซามีโดยตรงให้ความเห็นว่า งานวิจัยของรามาซามีเป็นการศึกษาที่น่าสนใจที่ช่วยยืนยันการมีอยู่ของพลาสติกในร่างกาย ในขณะที่เรากำลังพยายามทำความเข้าใจถึงผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากพลาสติก นี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้อง

“โดยทั่วไปแล้วพลาสติกจะไม่ทำปฏิกิริยากับเซลล์และสารเคมีในร่างกายของเรา แต่อาจส่งผลเสียต่อต่อกระบวนการต่างๆ ภายในร่างกาย ที่ทำให้ร่างกายของเราทำงานได้ตามปกติ รวมถึงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศและการผลิตสเปิร์ม” แคมเปนกล่าว

โดยงานศึกษาของแคมเปนที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม ค้นพบว่าอัณฑะของมนุษย์ประกอบด้วยไมโครพลาสติกและนาโนพลาสติกในระดับที่สูงกว่าอัณฑะของสัตว์และในส่วนรกของมนุษย์ถึง 3 เท่า

การศึกษาของแคมเปนได้ทำการทดสอบอัณฑะที่เก็บรักษาไว้ 23 ชิ้นจากศพของผู้ชายที่มีอายุ 16-88 ปี ในช่วงเวลาที่พวกเขาเสียชีวิต จากนั้นจึงเปรียบเทียบระดับของพลาสติก 12 ชนิดที่แตกต่างกันในอัณฑะเหล่านั้นกับพลาสติกที่พบในอัณฑะของสุนัข 47 ชิ้น

ผลการศึกษาของแคมเผยว่า “ระดับของเศษไมโครพลาสติกและประเภทของพลาสติกที่ค้นพบในอัณฑะของมนุษย์นั้นมากกว่าที่พบในสุนัขถึง 3 เท่า ทั้งๆ ที่พวกสุนัขนั้นกินอาหารจากพื้น” แคมเปนให้ความเห็นว่า “มันทำให้เรามองเห็นสิ่งที่เรานำเข้าไปในร่างกายของตัวเราเอง”

ด้าน ดร. ลีโอนาร์โด ตราซานเด ผู้อำนวยการฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมของ NYU Langone Health ได้แนะนำขั้นตอนต่างๆ ที่จะสามารถทำได้เพื่อลดการสัมผัสไมโครพลาสติก ในคำแถลงนโยบายของตราซานเด ที่ Academy of Pediatrics ในประเด็นเกี่ยวกับวัตถุเจือปนอาหารและสุขภาพของเด็กว่า วิธีหนึ่งคือลดการใช้พลาสติก โดยพยายามใช้ภาชนะที่สแตนเลสหรือแก้วเมื่อเป็นไปได้

นอกจากนี้เรายังหลีกเลี่ยงการอุ่นอาหารหรือเครื่องดื่มที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติก รวมถึงนมผงสำหรับทารกและนมแม่ที่อุ่นด้วยไมโครเวฟ และอย่าใส่พลาสติกลงในเครื่องล้างจาน เพราะความร้อนอาจทำให้สารเคมีรั่วไหลออกมาได้

ไมโครพลาสติกหมายถึงเป็นชิ้นส่วนโพลีเมอร์ที่มีขนาดตั้งแต่น้อยกว่า 0.2 นิ้ว (5 มิลลิเมตร) ไปจนถึง 1/25,000 นิ้ว (1 ไมโครเมตร) โดยไมโครพลาสติจะเกิดขึ้นเมื่อพลาสติกขนาดใหญ่พังทลายลง ไม่ว่าจะโดยการย่อยสลายทางเคมีหรือการสึกหรอทางกายภาพเป็นชิ้นเล็กๆ โดยจากการศึกษาพบว่าไมโครพลาสติกที่แตกต่างกัน 7 ประเภท ที่พบแพร่หลายมากที่สุดได้แก่ polyethylene terephthalate (PET) และ polypropylene (PP)