‘บิ๊กคลิ่นนิ่งเยียรส์’ ชาวเชอปาร์เผย กำจัดขยะเอเวอเรสต์จ่อใช้เวลานับปี

8.07.24 | 07:44 น.

‘บิ๊กคลิ่นนิ่งเยียรส์’ ชาวเชอปาร์เผย กำจัดขยะเอเวอเรสต์จ่อใช้เวลานับปี

นายอัง บาบู ชาวเชอปาร์ ซึ่งเป็นผู้นำคณะทำงานเพื่อจัดการกับขยะและศพที่เสียชีวิตในเอเวอเรสต์ เผยว่า การจัดการกับขยะและศพผู้เสียชีวิตที่อยู่ใกล้กับยอดเขาเอเวอเรสต์ ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก จะต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี

โดยขณะนี้คณะทำงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเนปาล สามารถนำขยะที่มีน้ำหนักรวมถึง 11 ตัน ร่างผู้เสียชีวิต 4 ร่างและโครงกระดูกลงมาจากภูเขาในช่วงฤดูกาลปืนเขานี้ได้แล้ว

นายอัง บาบู คาดการณ์ว่าจำนวนขยะที่เซาท์ โคล แคมป์สุดท้ายก่อนที่จะถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ อาจมีจำนวนมากถึง 40-50 ตัน และอยู่ในระดับความสูงถึง 8,000 เมตร ขยะส่วนมากจะเป็นเต็นท์เก่า เศษบรรจุภัณฑ์อาหาร กระป๋องแก๊ส ขวดออกซิเจน กระเป๋าเต้นท์ รวมถึงเชือกสำหรับปืนเขาและผูกเต็นท์

Advertisement

ตั้งแต่ที่ยอดเขาเอเวอเรสต์ถูกพิชิตเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1953 มีนักปืนเขากว่าพันคนที่พยายามพิชิตมัน แต่หลายคนได้ทิ้งสิ่งที่มากกว่ารอยเท้าของพวกเขาไว้ นั้นคือขยะมหาศาล ในช่วงปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลเนปาลได้ออกกฎให้นักปืนเขาทุกคนนำขยะของตนลงมาด้วย ไม่เช่นนั้นจะต้องเสียเงินประกัน
นอกจากนี้ทางรัฐบาลยังได้เร่งสร้างความตระหนักรู้แก่นักปืนเขาในเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถช่วยลดจำนวนขยะลง อย่างไรก็ดี นายอัง บาบู ระบุว่า ขยะส่วนมากนั้นเป็นขยะที่มีอายุยาวนาน และเป็นของนักปืนเขาที่พยายามพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ในอดีต

คณะทำงานชาวเชอปาร์นั้นรับผิดชอบการเก็บขยะในพื้นที่สูง ในขณะที่กลุ่มนายทหารจะรับผิดชอบในพื้นที่ที่ต่ำลงมาในช่วงเวลาที่เป็นสภาพอากาศเป็นใจและเป็นช่วงเวลาที่นักปืนเขานิยมกัน

อย่างไรก็ดี นายอัง บาบู ชี้ว่าความท้าทายที่อันตรายมากที่สุดสำหรับงานของพวกเขาคือสภาพอากาศในพื้นที่เซาท์ โคล เนื่องจากมีออกซิเจนเหลือเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีลมแรงและอากาศหนาวจัด ทำให้พวกเขาต้องรอเวลาเมื่อแสงแดดจากพระอาทิตย์ได้ทำให้น้ำแข็งละลายไปบ้างแล้ว จึงสามารถเก็บขยะได้ แต่การรออยู่ข้างบนภูเขาเพื่อให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นก็ลำบากเช่นกัน เพราะระดับออกซิเจนนั้นต่ำมาก อีกทั้งขยะยังอยู่ภายใต้น้ำแข็งทำให้การขุดขยะนั้นเป็นเรื่องที่ยาก

สำหรับการนำร่างผู้เสียชีวิตลงมานั้น การขุดร่างผู้เสียชีวิตต้องใช้เวลาถึง 2 วัน หนึ่งในร่างผู้เสียชีวิตอยู่สูงถึง 8,400 เมตร และใช้เวลานานถึง 18 ชั่วโมงเพื่อนำลงมาที่แคมป์ 2 เพื่อให้เฮลิคอปเตอร์นำร่างดังกล่าวลงไป สำหรับร่างที่สามารถเก็บกู้มาสำเร็จจะถูกนำไปที่โรงพยาบาลของสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยทริบุวัน ในกาฐมาณฑุ เพื่อพิสูจน์ตัวตนต่อไป

สำหรับขยะกว่า 11 ตันที่ถูกนำลงมานั้น ขยะที่สามารถย่อยสลายได้จำนวน 3 ตันถูกนำไปที่หมู่บ้านใกล้เคียง และขยะที่เหลืออีก 8 ตันถูกแยกออกไปที่รถขนขยะเพื่อนำไปแยกขยะเพื่อการรีไซเคิล โดยเจ้าหน้าที่จากบริษัทรีไซเคิลระบุว่าขยะที่พวกเขาได้รับมาที่มีอายุมากที่สุดนั้นคือแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟสำหรับไฟฉายของปี 1957 และยังชี้ว่าในความสูงขนาดนั้นมีออกซิเจนที่ต่ำมาก ดังนั้นเหล่าปืนเขาจึงต้องมุ่งความตั้งใจไปที่การช่วยเหลือชีวิตตัวเองเสียก่อน