ศูนย์การศึกษาพัฒนาภูพานฯ ‘พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต’ สืบสานพระราชดำริ

27.08.24 | 20:06 น.

ศูนย์การศึกษาพัฒนาภูพานฯ ‘พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต’ สืบสานพระราชดำริ เพื่อประชาราษฎร์

“ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทำหน้าที่เสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต หรืออีกนัยหนึ่งเป็นสรุปผลการพัฒนา ที่ประชาชนจะเข้าไปเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้”

พระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2525 จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนานกเค้า ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร ได้ดำเนินการศึกษา ทดลอง วิจัย และพัฒนาในด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และเป็นต้นแบบในเรื่อง “สร้างน้ำ เพิ่มป่า พัฒนาชีวิตแบบพอเพียง”

เนื่องจากพื้นที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติไม่เพียงพอ ระบบนิเวศถูกทำลาย เกษตรกรในพื้นที่ขาดความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จึงเป็นสถานที่ศึกษา ทดลอง วิจัย และพัฒนาการเกษตรด้านต่างๆ ตามความเหมาะสมสอดคล้องกับภูมิสังคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้ราษฎรนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองอันนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป โดยนำผลสำเร็จมาสาธิตเพื่อให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ และนำไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเองในรูปแบบ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต”

Advertisement

เวลา 7 โมงเช้า เดินทางเข้าสู่ จ.สกลนคร จุดหมายปลายทางที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) นำคณะสื่อมวลชน เข้าร่วมโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ประจำปี 2567 ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่แห่งการเรียนรู้ และการพัฒนาในมิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และการประกอบอาชีพของราษฎรในท้องถิ่น ประชาชนสามารถเข้ามาศึกษาดูงานในกิจกรรมด้านต่างๆ ที่มีความหลากหลายซึ่งแบ่งออกเป็นหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ด้านวิชาการ ด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงด้านอาชีพ

‘สรรัตน์ ปวริญญานนท์’ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ

‘สรรัตน์ ปวริญญานนท์’ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เผยว่า ปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีคนเข้ามาศึกษาดูงาน ปัจจุบันเรารับคนเข้ามาดูงานในวันธรรมดา มากกว่า 400 คน ในหนึ่งปีประมาณ 80,000 ถึง 100,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก เราไม่ได้เป็นสถานที่รองรับนักท่องเที่ยว หรือเป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนคร ทว่าศูนย์ศึกษาพัฒนาภูพานฯ กลับเป็นหนึ่งใน 10 สถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเยี่ยมชมเมื่อมาเยือนสกลนคร

เริ่มเส้นทางแรกโดยการชมนิทรรศการ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ที่อุดมไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ที่ถูกร้อยเรียงออกมาในรูปแบบของนิทรรศการ ก่อนจะมูฟไปยังฐานงานศึกษา และพัฒนาด้านประมง กิจกรรมพัฒนาระบบเกษตรผสมผสาน งานศึกษาและพัฒนาด้านข้าว งานศึกษา และพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน งานศึกษา และพัฒนาหม่อนไหม งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว งานศึกษา และพัฒนาปศุสัตว์ 4 ดำ มหัศจรรย์ แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ และแปลงเทคโนโลยีการเกษตร ผลิตภัณฑ์ และผลผลิตของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ณ ร้านเลิศพัฒนภัณฑ์ ณ ภูพาน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การเติมเชื้อเห็ดป่าในกล้าไม้วงศ์ยาง เพื่อลดการพึ่งพิงป่า เพิ่มแหล่งอาหาร สร้างรายได้ให้ครัวเรือน และชุมชน

อีกหนึ่งโครงการ คือ กิจกรรมการขยายผล ณ ศูนย์เรียนรู้ด้านป่าไม้บ้านทรงสิทธิ์ หาญมนตรี บ้านหนองดินดำ ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณนานิคม จ.สกลนคร ทรงสิทธิ์ หาญมนตรี อายุ 45 ปี เกษตรกรขยายผลจากงานศึกษาและพัฒนาป่าไม้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จนเป็นศูนย์เรียนรู้ของบ้านโนนสูง ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณนานิคม จ.สกลนคร ได้มีการฟื้นฟู และบริหารจัดการพื้นที่ป่าหัวไร่ปลายนาที่ไม่มีความสมบูรณ์ถูกทิ้งร้าง กลับมาพลิกฟื้นเป็นป่าและดินให้มีความสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเพาะปลูก โดยการน้อมนำแนวพระราชดำริ การปลูกป่าแบบไม่ต้องปลูก ปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ปลูกไม้ 5 ระดับ ทำให้มีป่าที่สมบูรณ์และมีน้ำสำหรับใช้ในแปลงเพาะปลูกตลอดทั้งปี ภายใต้แนวคิด “ป่า สร้างน้ำ สร้างอาชีพ” เสร็จสิ้นจากศูนย์เรียนรู้ด้านป่าไม้บ้านทรงสิทธิ์ เดินทางมายัง “อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร

ทรงสิทธิ์ หาญมนตรี

สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น สร้างเมื่อปี 2496 แล้วเสร็จ ปี 2499 เดิมมีความจุ 2.4 ล้าน ลบ.ม. ในช่วง วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 บริเวณพื้นที่ จ.สกลนคร ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนตาลัส และในช่วงวันที่ 24-27 กรกฎาคม 2560 ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “เซินกา” โดยในวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 ทำให้มีน้ำปริมาณมากเอ่อล้นข้ามทำนบ

ศูนย์เรียนรู้ด้านป่าไม้บ้านทรงสิทธิ์

ซึ่งโครงการดังกล่าวนั้นได้มีการน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นฯ และการส่งเสริมพัฒนาอาชีพเกษตรกรในพื้นที่ โดยการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นฯ ทำให้ราษฎรบ้าน จ.สกลนคร รวม 1,223 ครัวเรือน 4,584 คน มีน้ำสำหรับใช้ทำการเกษตรสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น และใช้อุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาอุทกภัย สร้างความมั่นใจให้แก่ชุมชนในพื้นที่อีกด้วย

อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จากนั้นเยี่ยมชมแปลงเกษตรต้นแบบกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นฯ ของ เรืองวิทย์ โพธิ์ศรี หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเหตุการณ์อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นชำรุด ภายหลังจากได้รับการเยียวยาจากส่วนงานที่เกี่ยวข้อง และเข้าไปศึกษาดูงานเพื่อการประกอบอาชีพที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้นำความรู้มาพลิกฟื้นพื้นที่ดินทำกินที่ได้รับความเสียหาย โดยน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติใช้ พร้อมได้รับปัจจัยการผลิตจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เพื่อเป็นการเริ่มต้นในการประกอบอาชีพบนพื้นที่ 5 ไร่ 30 ตารางวา

เรืองวิทย์ โพธิ์ศรี

ในรูปแบบเกษตรผสมผสาน มีการปลูกไม้ผล เลี้ยงเป็ด ไก่ และปลา ซึ่งปัจจุบันมีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพในหลายด้าน นับตั้งแต่การฉีดวัคซีนไก่ การผลิตอาหารไก่และปลาจากวัสดุที่มีในแปลงปลูกแบบครบวงจร ทำให้มีรายได้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่องทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายปี ชีวิตมีความมั่นคง และยั่งยืนขึ้น

เรืองวิทย์นำสื่อมวลชนชมสวน

นับว่าการเดินทางไปเยือนในครั้งนี้เป็นปีที่พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะเป็นการไปเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด กระทั่งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ยังคงดำรงอยู่ ทำหน้าที่เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตจวบจนทุกวันนี้

สวนของเรืองวิทย์