ข้อมูลเบื้องต้นของกรมการท่องเที่ยว พบว่าปี 2559 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน 32,588,303 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.91 เมื่อเทียบกับปี 2558 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเป็นการช่วยสร้างงานสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน ขณะเดียวกันเป็นการกระตุ้นการเที่ยวไทย กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดทำ “โครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว” เป็นกิจกรรมนำร่องในปีงบประมาณ 2559 โดยใช้ทุนวัฒนธรรมผสมผสานเสน่ห์พื้นบ้านสร้างอัตลักษณ์เพิ่มมูลค่าสินค้า
วรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่ารัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค 4.0 (Thailand 4.0) ซึ่งอุตสาหกรรมและธุรกิจท่องเที่ยวจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประเทศโดยองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่มีส่วนในการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท่องเที่ยวและวิสาหกิจชุมชน คือ ธุรกิจของที่ระลึก ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะแสวงหาสิ่งที่สะท้อนความเป็นท้องถิ่นหรืออัตลักษณ์ของสถานที่ที่ไปเยือน
โดยคัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวเป็นกรณีศึกษา 18 แห่ง จาก “12 เมืองต้องห้ามพลาด” “12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส” และสนามบินนานาชาติ 4 จังหวัด ด้วยการนำเสน่ห์ที่เป็นต้นทุนวัฒนธรรมไทย อัตลักษณ์ประจำท้องถิ่น และภูมิปัญญาพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและพัฒนาสินค้าที่ระลึกให้มีความร่วมสมัยและเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม โดยได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวทั้งสถาบันการศึกษาและภาคประชาชน จำนวน 18 พื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างเครือข่ายและคลัสเตอร์การพัฒนาธุรกิจสินค้าที่ระลึกในพื้นที่ มีแนวทางการออกแบบที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละท้องถิ่น และความหลากหลายของนักท่องเที่ยว เกิดการรวมกลุ่มกันดูแลรักษาแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าของที่ระลึก และเป็นการสร้างแนวคิด “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” ให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมการท่องเที่ยวบอกอีกว่า ผลงานต้นแบบทุกชิ้นแม้ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ของกรมการท่องเที่ยว แต่กรมการท่องเที่ยวมีความยินดีที่จะมอบให้เครือข่ายนำไปต่อยอดและขยายผล โดยต้องได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิที่อาจจะเกิดขึ้น โดยอาจจะมอบสิทธิให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและ/หรือ หัวหน้ากลุ่มชุมชนในพื้นที่กรณีศึกษาเป็นผู้นำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนต่อไป รวมทั้งได้จัดทำแฟนเพจ “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” เพื่อนำเสนอรายละเอียดของโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว องค์ความรู้ด้านการออกแบบและภาพผลงานต้นแบบ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาและประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรายได้
สักกฉัฐ ศิวะบวร อดีตนายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวกล่าวว่า เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีต้นทุนวัฒนธรรมหรือเสน่ห์และภูมิปัญญาที่แตกต่างกัน ทางทีมงานจึงได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาข้อมูลของแต่ละท้องถิ่นและจัดประชุมในรูปแบบของเวิร์กช็อปเพื่อให้เกิดการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้าที่ระลึกให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวในพื้นที่นั้นๆ หลังจากนั้นจึงเป็นขั้นตอนของการออกแบบและผลิตต้นแบบสินค้า โดยแต่ละพื้นที่มีผลงานออกแบบแห่งละ 3 คอลเล็กชั่น แต่ละคอลเล็กชั่นมี 10 รายการ เมื่อรวมกันแล้วมีผลงานต้นแบบกว่า 500 ชิ้นงาน

ประภาพรรณ ศรีตรัย ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมรุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง จ.แพร่ กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวว่า
บ้านทุ่งโฮ้งเป็นชุมชนที่มีจุดเด่นเรื่องการผลิตผ้าม่อห้อม เป็นภูมิปัญญาไทพวน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของคนบ้านทุ่งโฮ้ง จุดเด่นดังกล่าวทำให้การย้อมผ้าม่อห้อมกลายเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีคณะผู้มาศึกษาดูงาน ต่อมาในระยะหลังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจากยุโรปและญี่ปุ่นเข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากจึงต้องปรับรูปแบบสินค้าที่ระลึกให้เหมาะสม
“การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวนั้น ทางทีมวิทยากรออกแบบได้ใช้จุดเด่นจากวิถีชีวิตของการย้อมม่อห้อม ผสมผสานกับเทคนิคการย้อมแบบใหม่ และการออกแบบลายใหม่ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ ซึ่งทางกลุ่มฯหวังว่าจะมีโอกาสนำต้นแบบเหล่านี้ไปผลิตเพื่อจำหน่ายได้จริง”
สำหรับผลงานต้นแบบสินค้าที่ระลึกจากพื้นที่กรณีศึกษา 18 แห่ง ซึ่งมีจำนวนกว่า 500 ชิ้นงาน จะนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงาน “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” นิทรรศการแสดงผลงานการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยวใน วันที่ 20-21 มีนาคม 2560 ณ บริเวณลานแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
พร้อมกันนี้ได้เปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ ถอดรหัส “เสน่ห์เที่ยว-เสน่ห์ไทย” : การออกแบบโดยใช้อัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อให้โดนใจนักท่องเที่ยว เพื่อให้ความรู้ในการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบอย่างร่วมสมัยและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวของแต่ละพื้นที่

