ถ้าเอ่ยถึงชื่อของ “บราเดอร์” หลายคนอาจจะรู้จักกันในนามของผู้ผลิตพรินเตอร์ หรือบางคนอาจจะรู้จักจากสแกนเนอร์ หรือบางคนอาจรู้จักจาก “จักรเย็บผ้า” แต่ไม่ว่าจะกลุ่มใด บราเดอร์ก็เรียกได้ว่าอยู่ในแบรนด์ต้นๆ ของสินค้าเหล่านี้
นายโทโมยูกิ ฟูจิโมโต กรรมการผู้จัดการบริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีงบประมาณของบราเดอร์จะจบในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และคาดว่าในปีงบประมาณนี้ บราเดอร์จะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน 5 เปอร์เซ็นต์ โดยจะสังเกตได้ว่าบราเดอร์เองมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีเพียงแค่ปี 2552 เพียงปีเดียว ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันบราเดอร์มีสำนักงานอยู่ในภูมิภาคอาเซียน ทั้งหมด 6 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย และบราเดอร์ ประเทศไทย ถือเป็นผู้นำในตลาดอาเซียน คือมียอดขายมากเป็นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งสูงสุดถึง 38 เปอร์เซ็นต์ และยังถือว่ามากที่สุดในกลุ่มภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา แต่ไม่รวมญี่ปุ่นกับจีน นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศไทย ถือว่าเป็นตลาดที่สำคัญอย่างมากสำหรับบราเดอร์ และคาดว่าในปีงบประมาณ 2560 คือระหว่างเดือนเมษายน 2560 ถึงมีนาคม 2561 บราเดอร์ประเทศไทย จะมีการเติบโตขึ้นอีก 5 เปอร์เซ็นต์
และเพื่อเป็นการต่อยอดการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน บราเดอร์จึงได้กำหนดระยะเวลาของแผนการดำเนินธุรกิจไปจนถึงปี 2561 ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี คือตั้งแต่ 2559-2561 ด้วยคอนเซ็ปต์ ทรานส์ฟอร์ม ฟอร์ เดอะ ฟิวเจอร์ หรือการปรับเปลี่ยนเพื่อการเติบโตในอนาคต
โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ด้านด้วยกัน ด้านแรกคือ บิสสิเนส ทรานส์ฟอร์ม ที่จะเน้นการพัฒนาธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะการผลักดันการขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรมากยิ่งขึ้น
ด้านที่สอง โอเปอเรชั่น ทรานส์ฟอร์ม การปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการการทำงานภายในองค์กร เพื่อให้มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
และด้านสุดท้าย คือ ทาเลนต์ ทรานส์ฟอร์ม คือการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีแนวโน้มตอบรับต่อการพัฒนา เพื่อพัฒนาทักษะความรู้ และเกิดการปรับปรุงงานให้มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
ส่วนนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม หรือซีเอสอาร์นั้น บราเดอร์เองก็ยังคงให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง และมีกิจกรรมที่ครอบคลุมในส่วนของการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา
นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องปรับตัว และทุกธุรกิจต้องมีการปรับตัว มีการกระตือรือร้นกันมากขึ้น มีการควบรวมกิจการกัน โดยสำหรับบราเดอร์แล้ว การทำการตลาดยังคงยึดมั่นที่จะทำคู่ไปกับพาร์ตเนอร์
สำหรับสินค้าของบราเดอร์มีอยู่ทั้งหมด 4 กลุ่มด้วยกัน คือ พรินเตอร์ เครื่องพิมพ์ฉลาก สแกนเนอร์ และจักรเย็บผ้า ซึ่งโดยรวมแล้วมีการเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า แบ่งเป็นสัดส่วนของรายได้จากกลุ่มผู้บริโภค 30 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มเอสเอ็มอี 50 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มธุรกิจองค์กรและภาครัฐอีก 20 เปอร์เซ็นต์
โดยการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บราเดอร์จะเน้นกลยุทธ์ทำงานควบคู่ไปกับบิสสิเนส พาร์ตเนอร์ ที่จำแนกเป็น 4 ประเภท คือ 1.การจัดอบรมให้กับคู่ค้าทางธุรกิจของบราเดอร์ เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการนำเสนอโซลูชั่นให้กับแต่ละกลุ่มธุรกิจ 2.ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในกลุ่มสินค้าเครื่องพิมพ์ฉลาก ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ 3.จับมือพันธมิตรทางธุรกิจซอฟต์แวร์สแกนเนอร์ เพื่อนำเสนอในลักษณะโซลูชั่น และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด และ 4.ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจด้านจักรเย็บผ้าในการทำกิจกรรมการตลาดต่างๆ ไปยังกลุ่มจักรเย็บผ้าและจักรปัก ซึ่งตลอดทั้งปีก็จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อพบปะกับลูกค้ากลุ่มต่างๆ ผ่านทางจัดสัมมนา กิจกรรมเวิร์กช็อป รวมทั้งการติดต่อจากบราเดอร์โดยตรง?
ส่วนเรื่องงานบริการหลังการขายนั้น นายวรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บราเดอร์ได้จัดให้มีการให้บริการผ่านทางศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Contact Center) และศูนย์บริการซ่อม (Service Center) ซึ่งได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนระบบ CRM (Customer Relationship Management) ให้ทันสมัยต่อการใช้งาน เพื่อตอบสนองลูกค้าได้แบบทันทีทันใด รวมถึงการเปิดใช้โมบายแอพพลิเคชั่น Brother Support Center เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้อย่างคลอบคลุม ส่งผลให้บราเดอร์ได้รับรางวัล The Best Customer Satisfaction Contact Center (รางวัลสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้ายอดเยี่ยม) จากงาน “The Best Contact Center Awards 2016” โดยสมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ (Thai Contact Center Trade Association : TCCTA) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน รวมถึงได้รับรางวัล The Best Contact Center Manager of the Year (รางวัลผู้จัดการ Contact Center ยอดเยี่ยม) และ The Best Contact Center Agent of the Year (รางวัลตัวแทนพนักงาน Contact Center ยอดเยี่ยม) ถือเป็นรางวัลที่พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพความเป็นเลิศด้านการบริการของบราเดอร์อย่างต่อเนื่อง
และตอกย้ำการเป็นเบอร์ 1 ด้านการบริการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปีงบประมาณ 2560 บราเดอร์ จะยังคงสานต่อประสิทธิภาพด้านงานบริการต่อไป โดยมุ่งเน้นพัฒนาระบบการให้บริการให้แก่กลุ่มลูกค้าองค์กร รวมทั้งวางแผนจัดทำโครงการ Think Big เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการบริการของของบราเดอร์และของตัวแทนบราเดอร์ ให้คงไว้ซึ่งมาตรฐานการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันบราเดอร์มีศูนย์บริการและศูนย์ติดตั้ง ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 134 แห่ง รวมถึงมีศูนย์บริการซ่อมด้านจักรเย็บผ้า รวม 23 แห่ง โดยในปี 2560 คาดว่าจะขยายศูนย์บริการด้านจักรเย็บผ้าเพิ่มอีก 3 แห่งด้วยกัน
ทั้งหมดนี้ก็คือแนวคิด ปรับเปลี่ยนเพื่อการเติบโตในอนาคตของบราเดอร์นั่นเอง

