ไม่มีใครแก่เกินเรียน และทุกวันนี้ยังมีคนแก่อีกมากมายที่อยากเรียนหนังสือ อยากอ่านออก เขียนได้ และการได้เรียนหนังสือ คือความสุขอย่างหนึ่งของชีวิตในบั้นปลาย
ทุกวันตั้งแต่เวลาบ่าย 2 โมงเย็น ถึง 4 โมงเย็น นี่คือช่วงเวลาแห่งความสุขของคุณย่า คุณยายในหมู่บ้านพันกานี รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย ที่จะได้แต่งเครื่องแบบ “ชุดส่าหรีสีชมพู” หิ้วถุงซึ่งข้างในมีกระดานชนวนและชอล์กสีขาว เพื่อไปนั่งเรียนหนังสือในห้องเรียนเล็กๆ ที่สร้างด้วยไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยฟาง ซึ่งเป็นห้องเรียนเพียงห้องเดียวของอาจีไบชิ ศาลา หรือ “โรงเรียนสำหรับคุณยาย” ซึ่งมีอายุครบ 1 ขวบปีไปเมื่อวันสตรีสากลที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมี ชีทอล โมรี ครูสาววัย 30 ปี ทำหน้าที่สอนนักเรียนสูงวัยทั้งหมดนี้ ให้หัดอ่านข้อความง่ายๆ หัดเขียนชื่อของตัวเองบนกระดานชนวน และสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้ด้วย
“ฉันไม่เคยไปโรงเรียนเลยตั้งแต่เด็ก และรู้สึกดีใจมากที่ตอนนี้ฉันได้มาเรียนหนังสือกับเพื่อนๆ พวกเราสนุกกันมาก” นางกูลับ เคดาร์ วัย 62 ปี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเอเอฟพี พร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุข

นักเรียนรุ่นคุณย่า คุณยายของโรงเรียนแห่งนี้มีด้วยกัน 29 คน มีตั้งแต่อายุ 60-90 ปี ส่วนใหญ่เป็นแม่ม่าย ที่ขาดโอกาสเรียนหนังสือ เพราะค่านิยม ความเชื่อในอินเดีย ที่เชื่อว่าผู้หญิงมีหน้าที่แต่งงานแล้วก็เลี้ยงลูก ทำงานบ้าน
แต่ถึงจะเป็น “โรงเรียนสำหรับคุณยาย” แต่ผู้ทำให้เกิดโรงเรียนนี้ขึ้นมาคือ นายโยเกนทรา บังการ์ ครูวัย 41 ปี ที่เคยเป็นครูในโรงเรียนประถมศึกษา ที่หมู่บ้านพันกานี 3 ปี แล้วเกิดแรงบันดาลใจเมื่อบังเอิญไปได้ยินผู้หญิงบ่นว่า พวกเธอเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ร่วมอ่านบทสวดเวลามีพิธีทางศาสนา นายโยเกนทราจึงไปขอทุนสนับสนุนจากองค์กรการกุศลแห่งหนึ่งในหมู่บ้านมาสร้างโรงเรียนนี้ขึ้น
“เราอยากช่วยพวกเธอ เราคิดว่าถ้าหากเราสามารถช่วยให้คุณย่า คุณยายเหล่านี้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ได้อ่านออก เขียนได้ น่าจะทำให้พวกเธอมีความสุข เพราะด้วยอายุปูนนี้ พวกเธอไม่ได้ต้องไปหางานทำ แต่พวกเธอก็มีความสุขที่สามารถเขียนชื่อของตัวเองได้ สามารถอ่านหนังสือได้ ซึ่งทำให้พวกเธอมีความสุขมากขึ้น”
ชนะภัย ดาจิเคดาร์ หญิงชราวัย 75 ปี เล่าว่า ตอนเด็กๆ เธอต้องมองพี่ชาย น้องชายไปโรงเรียนอย่างอิจฉา เพราะเธอไม่มีโอกาสนั้น เหมือนกับผู้หญิงอื่นๆ ในหมู่บ้านที่มีชะตากรรมเดียวกับเธอ
“พี่น้องของฉันได้ไปโรงเรียน แต่ฉันไม่เคยมีโอกาส เวลาไปธนาคาร ฉันก็ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือทุกครั้ง มันเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจฉันตลอดมา ฉันรู้สึกอาย แต่ตอนนี้ฉันภูมิใจที่ฉันสามารถเขียนชื่อตัวเองได้”
กันตภัย โมรี หญิงชราวัย 70 ปี เล่าถึงบรรยากาศ “วันแรก” ที่โรงเรียนเปิดสอนว่า ครอบครัวทั้ง 70 ครัวเรือนในหมู่บ้าน ต่างพาคุณย่า คุณยายของตนไปส่งที่โรงเรียนกันอย่างครื้นเครง “มีการบรรเลงดนตรี ตีกลอง เป่าแตรกันดังไปหมด ทำให้พวกเรารู้สึกเป็นคนพิเศษ”

นางกันตภัยยังเล่าว่า เธอรู้สึกมีความสุขมาก เวลาหลานๆ มาช่วยเธอทำการบ้าน “เราได้ช่วยกันทำการบ้าน ได้อ่านหนังสือ ได้เขียนหนังสือ ได้แบ่งปันเรี่องเล่าต่างๆ ด้วยกัน ได้หัวเราะ และตอนนี้ฉันก็อ่านออก เขียนได้แล้ว”
โยเกนทรา บังการ์ เล่าถึงเหตุผลที่เขาเลือก “ชุดส่าหรีสีชมพู” เป็นชุดเครื่องแบบสำหรับคุณย่า คุณยายว่า “คุณย่า คุณยายส่วนใหญ่เป็นแม่ม่าย ซึ่งต้องแต่งชุดเสื้อผ้าสีขาวเพื่อแสดงถึงความอาลัย แต่เราต้องการแหกกฎข้อห้ามนั้นและค่านิยม ความเชื่อต่างๆ เพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกว่า เราทุกคนล้วนมีความเสมอภาค เท่าเทียม และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เราจึงเลือกชุดเครื่องแบบสีชมพู”
ทุกวันนี้ โรงเรียนสำหรับคุณยายยังกลายเป็นที่ชุมนุม สังสรรค์ในหมู่บ้าน หรือที่จัดงานภายในหมู่บ้าน และเมื่อวันครบรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ก็มีการจัดงานฉลองใหญ่ มีคนกว่า 500 คน จากหมู่บ้านใกล้เคียงมาร่วมงาน
“เราอยากเฉลิมฉลองสิ่งล้ำค่าที่พวกเธอทำให้แก่หมู่บ้านของเราและชีวิตของพวกเรา พวกเธอคือเพชร และเราควรรู้คุณค่าของพวกเธอ” โยเกนทรากล่าว
ขอบคุณภาพจากเอเอฟพี


