ฮ่องกงขึ้นชื่อว่ามีร้านอาหารอร่อยอยู่มากมาย ขนาดที่ว่าเข้าร้านไหนก็ถูกใจไปหมด จึงไม่น่าแปลกใจที่ฮ่องกงจะฮอตฮิตเป็นที่โปรดปรานในหมู่พวกเราชาวไทย รวมไปถึงปิ่นโตเถาเล็กเอง แต่ก่อนนั้นพ่อจะพาไปหาของอร่อยๆ กินในฮ่องกงแทบทุกปีตั้งแต่ตัวข้าพเจ้าเองยังเป็นวัยรุ่น

มาคราวนี้สุดแสนดีใจต้องรีบป่าวประกาศ มีสุดยอดเชฟระดับท็อปชาวฮ่องกง (ใช้คำว่าตัวพ่อได้เลย) ชื่อว่า เชฟวิคกี้ เช็ง (Vicky Cheng) บินมาเปิดร้านใหม่ ในแลนด์มาร์กอาหารแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ บนชั้น 56 ของ EA Rooftop (อ่านว่า เอญ่า รูฟท็อป) ที่อาคารดิเอ็มไพร์ (The Emphire) ถนนสาทร มุมถนนสาทรใต้ตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ร้านนี้มีชื่อว่า เค บาย วิคกี้ เช็ง (K by Vicky Cheng)
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเชฟวิคกี้ เช็ง คือเชฟซึ่งโด่งดังมากในฮ่องกง เพิ่งเป็น Judge หรือกรรมการรับเชิญในรายการ Master Chef Australia ซีซั่นล่าสุด ซึ่งพาบรรดาผู้เข้าแข่งขันจากออสเตรเลียบินไปแข่งทำอาหารกันถึงฮ่องกงเป็นครั้งแรก
เชฟวิคกี้มีร้านของตัวเองในฮ่องกง ระดับ 1 ดาวมิชลิน VEA และยังมีร้านไฟน์ไดนิ่งจีนทันสมัยเสิร์ฟเป็นคอร์สชื่อว่า Wing อีกด้วย ซึ่งได้อันดับ 5 ของ Asia’s 50 Best Restaurants ปี 2024 และอันดับ 20 ของ World’s 50 Best Restaurants 2024 อีกด้วย ซึ่งผมเคยได้มีโอกาสไปลิ้มลองที่ร้าน Wing ที่ฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว ถือเป็นร้านไฟน์ไดนิ่งซึ่งผมประทับใจมากที่สุดในปีที่แล้วทีเดียว
จึงเป็นที่น่ายินดีมากที่เชฟวิคกี้มาเปิดร้าน K by Vicky Cheng ในไทยเมื่อเดือนกันยายน 2567 สดๆ ร้อนๆ ซึ่งเชฟบอกว่าคำว่า K มาจากตัวย่อชื่อจีนของเชฟที่อ่านว่า เข่ง อีกทั้งยังไปพ้องกับคำว่า Kirin หรือกิเลน สัตว์
ศักดิ์สิทธิ์ในตำนานของจีน สัญลักษณ์แห่งคุณงามความดีอีกด้วย โทนการตกแต่งจึงมีลวดลายของกิเลนรวมอยู่ด้วย
ร้านนี้ดูดีมีระดับมาก มองออกไปเห็นวิวพาโนราม่ากว้างไกลของกรุงเทพฯ เพิ่งเปิดให้จองเมื่อ 20 กันยายนที่ผ่านมา ที่นั่งมีทั้งในห้องรวมจุคนได้เป็นร้อย และมีห้องส่วนตัวอีกด้วย (ห้อง 8 คน-12 คน-24 คน การจองจะมียอดสั่งอาหารขั้นต่ำด้วย ให้สอบถามที่ร้าน) ซึ่งเวลามาที่ตึก The Empire หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เอ็มไพร์ทาวเวอร์ จะมีลิฟต์พิเศษขึ้นมาบนชั้น EA ได้โดยตรง เรียกว่า EA Rooftop elevator และที่ด้านล่างของอาคารจะมีบริการรับรถไปจอด (Valet) ให้ด้วย (ขับเข้าไปในอาคารจะอยู่ด้านในๆ)
ข้อดีของร้าน K by Vicky Cheng คือจะเป็นห้องอาหารจีนร่วมสมัยสไตล์กวางตุ้งผสมแต้จิ๋วสุดแสนสร้างสรรค์ ที่ไม่ได้เสิร์ฟเป็นคอร์สราคาสูงๆ แต่เป็นเมนูตามสั่ง อลาคาร์ท (a la carte) เลือกได้ตามใจชอบ ราคาเบากว่าร้านในฮ่องกงระดับเดียวกัน คุณ Jerry Hei ผู้จัดการร้านบอกว่าเดี๋ยวจะมีเมนูใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกเพียบ
เชฟวิคกี้บอกว่าได้ผสมผสานเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสและอาหารจีนเข้าด้วยกัน ขอบอกว่าหน้าตาอาหารดูทันสมัยและว้าวมาก แถมยังรสชาติดีถูกปากพวกเราล้นเหลือ

ตามธรรมเนียมจีน จะมีของกินเล่นให้มาเคี้ยวเพลินๆ เรียกน้ำย่อยรออาหารก่อน คือถั่วลิสงคั่วใส่ฮวาเจียวหรือพริกไทยเสฉวน ชาลิ้นเล็กน้อยอร่อยเพลิดเพลิน
เริ่มจากหมวด ออเดิร์ฟเย็น (Cold Appetizer) เนื่องจากที่นี่จะเป็นอาหารสไตล์แต้จิ๋ว (เขตติดทะเลในมณฑลกวางตุ้ง) ผสมกับเมนูกวางตุ้งตามแบบฉบับของฮ่องกง
เมนูห้ามพลาดคือ กุ้งโบตั๋นดองสไตล์แต้จิ๋ว (Chiu Chow Style Raw Botan Shrimp) (1,680 บาท++) กุ้งโบตั๋นหรือกุ้งทะเลเนื้อหวานตัวโตสดเด้ง ดองในซอสแบบแต้จิ๋วมีส่วนผสมของซีอิ๊ว พริกและกระเทียมสับ ดองนาน 30 นาที สดหวานแซ่บถูกใจ

อีกอย่างที่ห้ามพลาดเลย หมึกเย็นในซอสพริกไทยเสฉวน (Chilled Whole Squid with Green Sichuan Peppercorn) (880 บาท++) หมึกทั้งตัวแล่ชิ้นโตๆ มาพร้อมหนวด เนื้อนุ่มเด้งสุดๆ กินกับซอสพริกไทยเสฉวนและน้ำมันหัวหอมสีเขียวๆ ชาลิ้นเล็กน้อย นี่คือเมนูในดวงใจของผมเป็นที่เรียบร้อย
และเมนูเสิร์ฟเย็นที่แตกต่างจากร้านจีนอื่นๆ ที่เรามักจะกินร้อนๆ ซึ่งดีจนน่าประหลาดใจ ก็คือ ลิ้นเป็ดรมควัน (Smoked & Pickled Duck Tongue) (480 บาท++) รมควันด้วยไม้แอปเปิลนาน 48 ชั่วโมง จนหอมกลิ่นสโม้ก มีรสเปรี้ยวด้วยมะนาวเล็กน้อย

ต่อกันด้วย ออเดิร์ฟร้อน (Hot Appetizer) ที่ห้ามพลาดคือ ขนมปังหน้ากุ้ง (Shrimp Roe Prawn Toast)(480 บาท++) เนื้อสัมผัสเด้งดึ๋งถูกใจ ได้เคี้ยวเนื้อกุ้งชิ้นเล็กๆ ด้วย ใช้กุ้งที่สดมากๆ ยัดไส้ขนมปังและทอด ความรู้สึกเหมือนกินลูกชิ้นกุ้ง

ส่วนซุปตอนนี้มีเพียงหนึ่งเดียว แต่ให้สั่งด้วยรับรองว่าจะติดใจ คือ ซุปเสฉวนกระเพาะปลา (Hot and Sour Fish Maw Soup) (680 บาท++) เป็นซุปที่เผ็ดๆ เปรี้ยวๆ ถูกใจ ไม่จืดชืด อัดแน่นด้วยเนื้อปูสดๆ นอกเหนือไปจากกระเพาะปลาสด

และหมวดเนื้อสัตว์ที่ร้านนี้มีเมนูซึ่งยกให้ติดอันดับท็อปในดวงใจไปแล้วก็คือ หมูดำอิเบริโก้ย่างซอสฮ่องกง (Barbecue Iberico Pork “Chau Siu”) (780 บาท++) หรือ หมูแดงสไตล์ฮ่องกง ตัวท็อปสุดแสนพรีเมียม นุ่มและเด้ง หอมกลิ่นน้ำผึ้ง ใช้หมูดำอิเบริโก้จากคาบสมุทรไอบีเรียของสเปนมาทำ ย่างให้เกรียมๆ นิดๆ เฉพาะช่วงปลายชิ้น อร่อยอย่าบอกใคร
ซึ่งหมูดำอิเบริโก้ยังนำไปทำ ผัดเปรี้ยวหวานหมูอิเบริโก้ (Black Sugar Vinegar Iberico Pork with Mandarin Peel) (780 บาท++) เมนูนี้มีลูกเล่นใช้น้ำส้มสายชูดำสีเข้มๆ หอมๆ อีกทั้งยังใส่เปลือกส้มแมนดารินทำเพิ่มความหอมอีกด้วย

ส่วนผัดผักเราสั่ง ผัดมะเขือม่วงหมูสับปลาเค็ม (Eggplant with Minced Pork and Salted Fish)(480 บาท++) ใส่มะเขือม่วงชิ้นยาวๆ หนาๆ และมีเมนู เต้าหู้หม่าโผใส่ปลิงทะเล ลงไปเป็นพิเศษด้วย (Mapo Tofu Sea Cucumber) (1,980 บาท++) ซึ่งยังมีผัดผักตามฤดูกาล คือผักเขียวทั้งหลาย ผัดกระเทียมแบบปกติหรือผัดในซอสขิงก็ได้
ถึงจะอิ่มแค่ไหนก็ต้องสั่งเมนูข้าวอลังการ ข้าวเหนียวนึ่งในใบบัวกับกุ้งแม่น้ำ (Steamed River Prawn & Glutinous Rice in Lotus Leave) (1,680 บาท++) ข้าวเหนียวนุ่มเหนียวเรียงเม็ดดีไม่แฉะ ใส่กุนเชียง แฮมและเห็ด โปะหน้าด้วยกุ้งแม่น้ำตัวเล็กๆ

ต่อด้วยเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ปูทะเลผัดหนำเลี้ยบและกระเทียมต้นตำรับร้าน K (K’s Signature Crab with Chinese Black Olive and Garlic) (2,880 บาท++) หรือปูไต้ฝุ่นเชลเตอร์ Typhoon Shelter crab ปูทะเลตัวโตก้ามโตผัดกับกำหนำชอย ต้นหอม กระเทียม เต้าซี่ พริกแห้ง

ปิดท้ายด้วยของหวาน Mango Pomelo Sago with Coconut Ice Cream (280 บาท++) ไอศกรีมมะพร้าวราดซอสมะม่วงใส่ส้มโอและสาคู เนื้อข้นคลั่กมาก
ตอนนี้ร้าน K by Vicky Cheng เปิดบริการเฉพาะมื้อค่ำ เวลา 5 โมงครึ่งจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง (สั่งอาหารได้ถึง 3 ทุ่มครึ่ง) ทุกวัน โทรจองได้ที่ 0-2407-1654 นะจ๊ะ ไม่ต้องบินไปฮ่องกงก็ได้ชิมของอร่อยแล้วจ้า
ปิ่นโตเถาเล็ก
K by Vicky Cheng
โดย Chef Vicky Cheng
ที่ตั้ง ชั้น 56 อาคารเอ็มไพร์ (The Empire) เลขที่ 1 ถนนสาทรใต้ ยานนาวา สาทร กรุงเทพฯ 10120
โทร 0-2407-1654
เปิดบริการ 17.30-22.30 น. ทุกวัน
แนะนำ กุ้งโบตันดองสไตล์แต้จิ๋ว หมึกเย็นในซอสพริกไทยเสฉวน ลิ้นเป็ดรมควัน ขนมปังหน้ากุ้ง ซุปเสฉวนกระเพาะปลา หมูดำอิเบริโก้ย่างซอสฮ่องกง ผัดเปรี้ยวหวานหมูอิเบริโก้ ผัดมะเขือม่วงหมูสับปลาเค็ม เต้าหู้หม่าโผใส่ปลิงทะเล ข้าวเหนียวนึ่งในใบบัวกับกุ้งแม่น้ำ ปูทะเลผัดหนำเลี้ยบและกระเทียมต้นตำรับร้าน K ไอศกรีมมะพร้าวราดซอสมะม่วงใส่ส้มโอและสาคู

