แม้เรื่องของผิว จะดูเป็นปัญหาสิวๆ เมื่อเทียบกับโรคร้ายอื่นๆ แต่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้
และทุกวันนี้ นวัตกรรมการดูแลผิว ก็พัฒนาไปไกล แพทย์ผิวหนังหลายคนลุกขึ้นมาวิจัย คิดค้นสิ่งใหม่ๆเพื่อสุขภาพผิวที่ดีเสมอ เช่นเดียวกับ พญ.ไพลิน พวงเพชร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง กลุ่มงานผื่นแพ้สัมผัสและอาชีวเวชศาสตร์ สถาบันโรคผิวหนัง ที่นำเอางานวิจัยเรื่องการแพ้น้ำหอมของคนไทย ไปคว้ารางวัล สาขาคลินิคัล เปเปอร์ จาก เอเชีย แปซิฟิก ลา ฟาวเดชั่น ลาโรซ โพเสย์ ในระดับเอเชีย แปซิฟิก มาครอง
ด้วยความถนัดทางด้านงานผื่นแพ้ ทำให้ต้องเจอกับอาการแพ้ของคนไทยหลายรูปแบบ ซึ่งกว่าจะตรวจเจอแต่ละครั้งคนไข้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก บวกกับหลายครั้งแม้จะตรวจโดยละเอียดก็ไม่พบสาเหตุการแพ้เพราะไม่อยู่ในชุดทดสอบต่างๆ ทำให้เกิดแนวคิดจะรวบรวมการแพ้อีก 26 ชนิดมาทดสอบ โดย พญ.ไพลิน เผยว่า หลังจากวิจัยคนไข้ 300 คน พบว่ากว่า 20% ของคนไทยที่แท้น้ำหอมนั้น แพ้น้ำหอมประเภทหนึ่ง ที่สันนิษฐานว่าอยู่ในน้ำมัน ยาหม่องนวด และ 5 อันดับของอาการแพ้ชุดใหม่นี้ 17% ไม่มีอาการแพ้ชุดทดสอบพื้นฐานเลย โดยส่วนใหญ่จะพบตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งต่างชาติไม่แพ้เยอะมากเท่ากับเรา จนต่างชาตินำเอาสิ่งนี้ไปเผยแพร่ต่อ อาการแพ้เหล่านี้ไม่ได้แสดงออกแต่แรกแต่เกิดจากการสะสมจนเกิดการกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้
พญ.ไพลิน เผยอีกว่า นอกจากนี้คนไทยยังคงแพ้สารต่างๆ อย่างสารกันเสียในเครื่องสำอาง และน้ำหอมประเภทต่างๆ ที่อยู่ในครีมทาผิว ยาสระผม ยาย้อมผม ซึ่งน้อยมากที่จะเกิดอาการแพ้จากการฉีดน้ำหอมโดยตรง และหากสารเคมีไม่ได้มีความรุนแรงมากอาการแพ้อาจจะเกิดจากการสะสมมากกว่าแสดงอาการทันที หลายคนแพ้จนเกิดอาการหน้าบวม หรือมีผื่นแดงขึ้นกระจาย บ้างเป็นตุ่มใสขนาดใหญ่ โดยผลวิจัยนี้จะช่วยให้แพทย์ที่ทำการรักษาสามารถหาที่มาของอาการแพ้ได้ง่ายขึ้น แม้จะไม่สามารถทราบได้แต่แรกว่าเราจะแพ้อะไร แต่สิ่งที่ทำได้เบื้องต้นคือให้เลือกซื้อสินค้าที่มี อย. ก็จะเป็นการป้องกันอันตรายได้ระดับหนึ่ง และคอยสังเกตอาการของตัวเองอยู่เป็นระยะ


