พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเล็งเห็นคุณประโยชน์มากมายของ “มะกอกโอลีฟ” ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ที่นำมาทำเป็นน้ำมันมะกอกและรับประทานได้ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีสารปฏิชีวนะที่ทำลายเชื้อไวรัส อันเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ตลอดจนเอดส์
ทว่ามะกอกเป็นพืชเมืองนอก การนำเข้ามาทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาสูง จึงมีพระราชดำรัสให้โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาร่วมกับภาครัฐและเอกชนศึกษาวิจัยมะกอกโอลีฟ ตั้งแต่ปี 2539 สำหรับบริโภคภายในประเทศเพื่อสุขภาพของประชาชนชาวไทย

จากนั้นวันนั้นถึงวันนี้ เป็นเวลา 21 ปี ผลของการศึกษาวิจัยเป็นอย่างไร หาคำตอบได้ในกิจกรรม “ตามรอยพ่อ สานต่อที่พ่อทำ” จัดโดยบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี
สมบัติ วนาอุปถัมภ์กุล ผู้จัดการแผนกวิจัย ส่วนวิจัยและพัฒนา บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่ศึกษาวิจัยร่วมกับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา จนค้นพบสารสกัดมะกอกโอลีฟ เล่าว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากสายพระเนตรอันยาวไกลของในหลวง ร.9 ทรงอยากเอาของดีมาให้คนไทยใช้ ต่อมาปี 2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งให้พิจารณานำมะกอกโอลีฟพันธุ์ของประเทศโครเอเชียมาปลูกในประเทศไทย โดยเริ่มดำเนินการปลูกเมื่อปี 2544 ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จ.สกลนคร
“แม้การทดลองปลูกจะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะปลูกแล้วต้นไม่ออกผล แต่เราศึกษาวิจัยจนค้นพบประโยชน์จากใบ ที่สามารถสกัดออกมาเป็นน้ำมัน ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้ ขณะที่ใบมะกอกโอลีฟมีสาร Oleuropein ซึ่งช่วยรักษาโรคเบาหวาน ชะลอความแก่ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ปริมาณสูงกว่าในผลมะกอกโอลีฟมาก ขณะเดียวกันในใบยังมีสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสารสกัดชาเขียวและสารสกัดเมล็ดองุ่นเกือบ 2 เท่า สูงกว่าวิตามินซีถึง 5 เท่า และมีประสิทธิภาพสูงกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มากกว่า 100 เท่า ฉะนั้น ถือเป็นสารสกัดที่เหนือกว่าสารกัดทั่วไป” สมบัติกล่าว

ขณะที่ เสน่ห์ อ่วมทอง นักวิชาการเกษตร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ ซึ่งคลุกคลีกับมะกอกโอลีฟมาตั้งแต่เริ่มโครงการทดลอง เล่าว่า การปลูกมะกอกโอลีฟในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสภาพภูมิอากาศที่มะกอกโอลีฟอยู่ในพื้นที่แห้ง แต่ภายหลังที่มีการศึกษาวิจัยจนค้นพบประโยชน์จากใบ โครงการจึงดำเนินต่อ ซึ่งจากการศึกษาระยะหลังเราค้นพบวิธีขยายพันธุ์ วิธีดูแลที่ถูกวิธี ทำให้ต้นมีอัตรารอดตายเกือบทั้งหมด แต่มะกอกโอลีฟยังเป็นเพียงโครงการทดลอง จึงไม่ได้นำออกไปเผยแพร่ หรือส่งเสริมประชาชนให้ปลูกแต่อย่างใด
ดารนี มาตาแก้ว ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง PURE CARE by BSC บริษัทไอ.ซี.ซี.ฯ เล่าว่า ผลิตภัณฑ์ชุด Pure Care Royal Olive Series เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ถือเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทที่ได้สืบสานแนวพระราชดำริในหลวง ร.9 อีกทั้งยังลดการนำเข้ามะกอกโอลีฟจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์วางจัดจำหน่ายไปแล้ว 2 ปี เปี่ยมด้วยคุณภาพ ในราคาที่ได้มาตรฐาน ถือเป็นจุดเริ่มต้นส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติของไทยสู่สากลมีเสียงตอบรับเป็นที่น่าภูมิใจเช่นกัน
ของขวัญจากพ่อ












