ผลสำรวจชี้เด็กไทยชนบท-ยากจนประสบความเหลื่อมล้ำ พ่อไม่สอน มีลูกตอนมัธยม ลำบากกว่าจะโต

ภาพประกอบ

องค์การยูนิเซฟและสำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยแพร่ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยล่าสุด ที่โรงแรมเซ็นทาราลาดพร้าว ซึ่งแสดงให้เห็นความก้าวหน้าด้านเด็กและสตรีหลายด้าน เช่น อัตราการจดทะเบียนเกิด (ร้อยละ 99) อัตราการใช้น้ำดื่มจากแหล่งน้ำที่สะอาด (ร้อยละ 98) อัตราการเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา (ร้อยละ 95) ในขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังได้สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่น่ากังวล โดยชี้ให้เห็นว่าเด็กและเยาวชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ในครอบครัวยากจน และเด็กที่พ่อแม่ขาดการศึกษายังคงล้าหลังทั้งในด้านสุขภาพ การศึกษา และพัฒนาการโดยรวมเมื่อเทียบกับเด็กกลุ่มอื่นๆ

การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย หรือที่เรียกว่า MICS (Multiple Indicators Cluster Survey) จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติด้วยการสนับสนุนหลักจากยูนิเซฟ โดยได้จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและสตรีในด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ พัฒนาการ การศึกษา และการคุ้มครองเด็ก จากครัวเรือนกว่า 28,000 แห่งทั่วประเทศระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2559

ผลสำรวจชี้ว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในประเทศไทยประมาณ 1 ใน 10 คนมีภาวะเตี้ยแคระแกร็น ซึ่งหมายถึงมีความสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเมื่อเทียบกับอายุ อัตรานี้สูงขึ้นในเด็กที่แม่ไม่มีการศึกษา (ร้อยละ 17) นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่าเด็กผู้ชาย เด็กในภาคใต้ และเด็กในครัวเรือนยากจนมากมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีภาวะเตี้ยแคระแกร็น และมีภาวะโภชนาการเฉียบพลันสูงกว่าเด็กกลุ่มอื่น

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ความเป็นอยู่ของเด็กและสตรีในประเทศไทยได้รับการพัฒนาไปมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกัน ผลสำรวจครั้งนี้ได้ตอกย้ำความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงของเด็กกลุ่มต่างๆ โดยขึ้นอยู่กับพื้นที่ซึ่งเด็กอาศัยอยู่ ชาติพันธุ์ของเด็ก รายได้ของครอบครัว และระดับการศึกษาของแม่ ความไม่เท่าเทียมกันนี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน ซึ่งเราเชื่อว่าประเทศไทยสามารถจัดการได้”

นางนวลนภา ธนศักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้เปิดเผยผลสำรวจที่ชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในด้านอื่นๆ เช่น มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในประเทศไทยเพียงร้อยละ 41 ที่มีหนังสือเด็กอย่างน้อยสามเล่มที่บ้าน ทั้งที่หนังสือเป็นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก อัตรานี้ลดลงอีกในครัวเรือนที่ยากจนมาก กล่าวคือ มีเด็กในครัวเรือนยากจนมากเพียงร้อยละ 23 เท่านั้นที่มีหนังสือเด็กอย่างน้อยสามเล่มที่บ้าน เมื่อเทียบกับเด็กในครัวเรือนที่ร่ำรวยมากซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 73

 

ภาพประกอบ

 

สำหรับการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก โดยการทำกิจกรรมร่วมกันนั้น มีพ่อเพียง 1 ใน 3 คนเท่านั้นที่ทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้กับลูกในช่วงสามวันก่อนการสำรวจ โดยสัดส่วนพ่อที่ทำกิจกรรมร่วมกับลูกยิ่งน้อยลงอีกในครัวเรือนที่ยากจนมาก คือมีเพียง 1 ใน 4 คนเท่านั้น เมื่อเทียบกับพ่อในครัวเรือนที่ร่ำรวยมาก (1 ใน 2 คน) หากพิจารณาระดับการศึกษาของแม่ พบว่ามีความสัมพันธ์กับสุขภาพ พัฒนาการและการศึกษาของลูก ผลสำรวจระบุว่าร้อยละ 24 ของเด็กที่แม่ไม่มีการศึกษาไม่ได้เข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษา เมื่อเทียบกับเด็กเพียงร้อยละ 0.4 ที่แม่มีการศึกษาสูงกว่ามัธยมศึกษา และพบว่าสัดส่วนนี้สูงสุดในเด็กที่มีหัวหน้าครัวเรือนที่ไม่ได้พูดภาษาไทย (ร้อยละ 34)

สำหรับอัตราการมีบุตรของวัยรุ่นอายุ 15-19 ปีในประเทศไทย พบว่าอยู่ที่ 51 คนต่อ 1,000 คน โดยในภาคเหนือมีสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ คือ 72 คน ต่อ 1,000 คน นอกจากนี้ยังพบว่าวัยรุ่นที่มีการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษาให้กำเนิดบุตรสูงมาก คือ 104 คนต่อ 1,000 คน และวัยรุ่นในครัวเรือนยากจนก็ให้กำเนิดบุตรสูงเช่นกัน คือ 82 คนต่อ 1,000 คน เมื่อเทียบกับวัยรุ่นที่มีการศึกษาสูงกว่ามัธยมศึกษา (3 คนต่อ 1,000 คน) และวัยรุ่นในครัวเรือนที่ร่ำรวยมาก (12 คนต่อ 1,000 คน)

ด้านการอยู่อาศัยของเด็กพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี ประมาณ 1 ใน 5 คน หรือราว 3 ล้านคนในประเทศไทยไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ ทั้งๆ ที่พ่อและแม่ยังมีชีวิตอยู่ อัตรานี้สูงสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและในกลุ่มเด็กที่มาจากครัวเรือนที่ยากจนมาก (เด็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและในครัวเรือนยากจนมากประมาณ 1 ใน 3 คนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่)

นายโธมัส ดาวิน กล่าวเสริมว่า ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าเด็กในชนบทและเด็กในครอบครัวยากจน ต้องเผชิญกับเส้นทางชีวิตที่ยากลำบากที่สุดในการเติบโตขึ้น ซึ่งมันไม่ควรเป็นเช่นนั้นเลย เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันในชีวิต ซึ่งยูนิเซฟมุ่งมั่นและพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาระบบบริการทางสังคมตลอดจนนโยบายคุ้มครองทางสังคม

เพื่อให้เด็กทุกคนในประเทศไทย มีโอกาสที่เท่าเทียมกันในชีวิต

 

 

บทความก่อนหน้านี้มองทะลุเรื่องสวยๆงามๆ ส่องข้อเสนอ “กะเทย” ไปเกณฑ์ทหาร
บทความถัดไปปัตตานีลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบสอง ย้ำเตรียมเอกสารให้พร้อม