เมื่อวันที่ 5 เมษายน ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2560 ภายใต้แนวคิด “Family comes first : ครอบครัวพอเพียง อยู่อย่างเพียงพอ” และเป็นประธานมอบโล่เชิดชูเกียรติครอบครัวร่มเย็น บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว และครอบครัวผู้มีชื่อเสียง รวมจำนวนทั้งสิ้น 91 รางวัล และรับมอบข้อเสนอของสมัชชาครอบครัวแห่งชาติ ซึ่งมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผู้บริหาร พม. ข้าราชการ ตลอดจนประชาชน้าร่วมในพิธี ว่า วันครอบครัวถือเป็นวันสำคัญของประเทศ รัฐบาลในปี 2533 จึงเห็นชอบให้วันที่ 14 เมษายนเป็นวันครอบครัว ต้องบอกว่าสถาบันครอบครัวเป็นจุดเล็กๆจุดเริ่มต้นของสังคม ประเทศ และโลก กระทั่งสหประชาชาติก็กำหนดให้วันที่ 15 พฤษภาคมเป็นวันครอบครัวระดับโลก ส่วนของเรากำหนดให้ตรงกับวันหยุดยาวที่คนจะได้กลับไปหาครอบครัว และจริงๆเรามีวันครอบครัวประจำสัปดาห์ด้วยคือ วันอาทิตย์ ที่สมาชิกจะทำกิจกรรมร่วมกัน ขณะที่การจะเป็นครอบครัวอบอุ่นร่มเย็นได้ สมาชิกในครอบครัวจะต้องมีการเอื้ออาทร รัก ผูกพัน ช่วยเหลือ ให้อภัย ให้เวลากับครอบครัว
รองนายกฯกล่าวอีกว่า ข้อมูลยอดประชากรในไทยระบุว่า ขณะนี้เรามีประชากร 65.9 ล้านคน แบ่งเป็นประชากรชาย 32.3 ล้านคน หญิง 33.6 ล้านคน ข้อมูลตรงนี้หากลงในรายละเอียดจะพบว่า คนที่มีอายุ 35 ปีลงมา ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายแต่ภาพรวมคือผู้หญิง ฉะนั้นผู้หญิงที่ยังไม่สร้างครอบครัวเมื่อทราบสถิตินี้อย่าเพิ่งเบาใจว่ามีผู้ชายเยอะแล้วจะมีทางเลือกมากกว่า ผู้ชายเดี๋ยวนี้เกิดมาเป็นสาวสวยเยอะแยะ นอกจากนี้หากพูดถึงสถานการณ์ครอบครัว เรากำลังประสบปัญหาเด็กเกิดน้อย จึงมีโครงการสาวไทยแก้มแดงมีลูกเพื่อชาติ แต่ขณะเดียวกันเรามีปัญหาแม่วัยรุ่น มีปัญหาสังคมสูงวัย ซึ่งก็ต้องแก้ปัญหาต่อไป แต่ก็ฝากผู้ชายร่วมดูแลครอบครัว ลดใช้ความรุนแรงในครอบครัว สร้างครอบครัวอบอุ่นและน้อมนำคำสอนในหลวงร.9 เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ อันจะทำให้ครอบครัว ชุมชน และสังคมเข้มแข็งและผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ดี รัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้ในวันพรุ่งนี้ รวมถึงแผนระดับชาติต่างๆ ตลอดจนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว ปี 2560 – 2564 ที่ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาสถาบันครอบครัวไปในทิศทางเดียวกัน ล้วนให้ความสำคัญสถาบันครอบครัวทั้งสิ้น เพื่อเป็นครอบครัว 4.0
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงปิดท้ายงาน พล.ร.อ.ณรงค์ได้รับข้อเสนอมติสมัชชาครอบครัวระดับชาติ ประจำปี 2560 เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนานโยบายและมาตรการ ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ในการสร้างประชากรอย่างมีคุณภาพต่อไป โดยมีข้อเสนอแบ่งตามลักษณะครอบครัว 4 ประเภท ดังนี้ 1.ครอบครัวข้ามรุ่น อาทิ สร้างงานในพื้นที่ให้คนวัยแรงงานมีงานทำ, ส่งเสริมมาตรการจ้างงานผู้สูงอายุในสถานประกอบการ โดยสร้างแรงจูงใจ อาทิ การลดหย่อนภาษี, ส่งเสริมให้ผู้ดูแลเด็กอย่างผู้สูงอายุหรือญาติมีทักษะในการเลี้ยงดูเด็ก เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง, สร้างชุมชนี่ดูแลเกื้อกูลกัน โดยจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม 2.ครอบครัวสามรุ่น อาทิ ส่งเสริมอาชีพให้กับครอบครัวในรูปของธุรกิจเพื่อสังคม โดยใช้ความถนัดของคนแต่ละช่วงวัย, ส่งเสริมให้มีเครือค่ายทางสังคม อาสาสมัครที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือครอบครัวผู้สูงอายุที่เป้นผู้ป่วยติดเตียง เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว, ผลักดัน อปท.ตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน
3.ครอบครัวที่มีคนพิการหรือมีภาวะพึ่งพิงสูง อาทิ ส่งเสริมมาตรการการจ้างงานคนพิการและผู้ดูแลคนพิการในสถานประกอบการ, พัฒนาระบบฐานข้อมูลคนพิการกลางที่เอื้อต่อผู้ปฏิบัติงานและการเข้าถึงสวัสดิการของคนพิการ และ4.ครอบครัวที่ผู้สูงอายุอยู่ลำพัง อาทิ ผลักดันมาตรการหรือกฎหมายเอาผิดผู้ทอดทิ้งบุพการี, เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ, ยกระดับชมรมผู้สูงอายุให้เป็นโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อเสริมทักษะการใช้ชีวิตประจำวันอย่างปลอดภัย


ด้าน นางสาววิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ หรือกัปตันกิ๊ฟทีมวอลเล่ย์บอลหญิงไทย ได้รับรางวัลครอบครัวนักกีฬา กล่าวด้วยสีหน้าปลาบปลื้มว่า ตนเป็นนักกีฬาที่ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ แต่ทุกครั้งที่ว่างแข่งในนามทีมชาติ หรือซ้อมเสร็จก็พยายามกลับบ้านไปหาครอบครัวที่โคราชแล้วเดินทางกลับมาซ้อมอีกในวันรุ่งขึ้น ทำอย่างนี้มาตลอด รวมถึงวันสำคัญต่างๆ อาทิ วันเกิดพ่อแม่หรือคนในครอบครัว ก็จะพยายามกลับบ้าน ก็เป็นความพยายามหาเวลาที่จะทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน โชคดีว่าครอบครัวตนทุกคนชอบกีฬา เวลามีแข่งทุกคนจะตามไปเชียร์ไม่ว่จะในไทยหรือต่างประเทศ หรือการไปเล่นอาชีพที่ต่างประเทศคนในครอบครัวก็จะบินไปอยู่ด้วย
“คิดว่าการดูแลครอบครัวคือการให้เวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะให้ได้ เพราะถึงเราจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่การต้องแยกกันอยู่ไม่ค่อยไม่เจอกัน ความใกล้ชิดความสัมพันธ์มันก็ไม่เหมือนการที่เราได้อยู่ด้วยกันใกล้ชิดกัน ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมที่ครอบครัวทำเป็นประจำคือ การทานเนื้อย่าง เพราะเป็นอาหารที่ต้องร่วมกันทาน และได้จับวงคุยกัน นอกนั้นเป็นการออกกำลังกาย ซึ่งกิ๊ฟทำฟิตเนตและสระว่ายน้ำไว้ที่บ้าน ต้องบอกว่าส่วนใหญ่เราเน้นทำกิจกรรมในบ้านอยู่ด้วยกันมากกว่าออกไปข้างนอก” นางสาววิลาวัณย์กล่าวและว่าถึงรางวัลที่ได้วันนี้
รู้สึกดีใจ และจะเป็นรางวัลที่เป็นกำลังใจว่า หากเรามีสถาบันครอบครัวที่ดี เราก็จะประสบความสำเร็จ อย่างตัวกิ๊ฟเองที่มีวันนี้เพราะพ่อแม่และครอบครัวจริงๆ ตอนแรกจะเลิกเล่นหลายครั้งแล้วกับกีฬาวอลเล่ย์บอล แต่ก็ได้พ่อแม่และครอบครัวคอยดึงไว้และเป็นที่ยึดเหนี่ยวในเวลาที่ท้อหรืออยากเลิกเล่น ก็จะนึกถึงว่าเราต้องทำเพื่อครอบครัว ก็ทำให้ดิฉันเริ่มต้นและอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม เดือนหน้าตนจะแต่งงานแล้ว ตอนนี้ได้ซื้อบ้านไว้แล้วที่กรุงเทพฯ แต่โชคดีว่าแฟนนักกีฬาทีมชาติและเป็นคนโคราชด้วยกัน จึงมีเวลาว่างตรงกัน ซึ่งเราก็แบ่งเวลาไว้ว่าในการกลับบ้าน 1 ครั้ง จะต้องได้อยู่ทั้ง 2 บ้าน ขณะที่อนาคตวอลเล่ย์บอลก็ยังเล่นให้ทีมชาติอยู่ และเหลือติดสัญญากับทีมสุพรีมชลบุรีในไทยแลนด์ลีคอยู่อีก 2 ปี ก็คิดว่าจะแพลนมีลูกหลังหมดสัญญาเล่นวอลเล่ย์บอลก่อน ส่วนทีมชาติก็เล่นไปเรื่อยๆ


