ภูมิปัญญาผ้าพื้นถิ่น สู่ “นวัตกรรม” พัฒนาหัตถศิลป์ไทย

6.04.17 | 13:00 น.

ใครว่า งานหัตถศิลป์ไทย จะเป็นแค่เรื่องเชยๆ โบราณขึ้นหิ้งเท่านั้น

แต่ยังคงมีคนกลุ่มหนึ่งที่อยากจะสืบสานงานคราฟท์ของไทยเอาไว้ต่อไป โดยเฉพาะ “เหล่าทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” ที่นำผลงานหัตถศิลป์มาทำให้ร่วมสมัยมากขึ้นผ่านนวัตกรรม และไอเดียเก๋ๆ เป็นให้คนรุ่นใหม่ได้ต่อยอด จัดแสดงไว้ในเทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ 2560 โดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ณ ไบเทค บางนา ที่เปิดตัวด้วยโครงการเส้นทางผ้าทอปีที่ 2 “ภูมิปัญญาผ้าพื้นถิ่น..สู่..หัตถศิลป์ของชีวิตปัจจุบัน” โดยได้ ดร.กฤษณ์ เย็นสุดใจ นักออกแบบชื่อดัง นำผ้าไทยมาร่วมออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ด้วย

ดร.กฤษณ์ เผยว่า การทำผ้าไทยให้ทันสมัยนั้นอยู่ในกระแสมานานแล้ว มุมมองส่วนตัวจึงอยากทำให้หลุดออกไปจากความคิดเก่า นำเอาผ้าไหมที่คนมองว่าสูงส่ง ทอยาก มูลค่าสูงออกไปลุยที่ต่างๆ โดยการเคลือบลามิเนท ที่อยู่คนละขั้วกับงานผ้า ให้ผ้าอยู่คงทนถาวร โดยออกแบบเป็นกระเป๋าขึ้นมาก่อนค่อยปรับให้เป็นเสื้อผ้า เพราะหากขายไม่ได้กระเป๋าก็ยังมีคนซื้อนำไปค่อยอดได้ ส่วนตัวมองว่าการทำให้ผ้าไทยออกมาอยู่ในชีวิตประจำวัน หลุดกรอบออกไปจากความคิดเดิมๆ เป็นเรื่องยั่งยืนได้

ดร.กฤษณ์ เย็นสุดใจ

ขณะที่ช่างไทยอย่าง นิดดา ภู่แล่นกี่ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมไทย จ.ขอนแก่น ที่เปลี่ยนการทำลายมัดหมี่เดิมๆด้วยเชือกฟาง มาเป็นการทำผ้าไหมแต้มหมี่ ที่สามารถออกแบบลายลงกระดาษและนำมาจุ่มสีแต้มลงบนไหม ที่ช่วยร่นระยะเวลาการทำ ทำหลายสีได้ในครั้งเดียว รวมถึงทำลวดลายที่แปลกตาได้จากเดิม ทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่

นิดดา ภู่แล่นกี่

ไม่ใช่แค่ทายาทครูช่างเท่านั้น งานหัตถศิลป์ยังช่วยให้ผู้ต้องขังมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย เช่นที่ ขวัญไชย สันติภราภพ เผยว่า เพื่อเพิ่มรายได้ให้ผู้ต้องขัง อดีตเราได้ให้ผู้ต้องขังประดิษฐ์สิ่งต่างๆขาย แม้รายได้ไม่ดีมาก แต่ล่าสุดได้ดึงเอาเทคนิคสม็อคลายใหม่ๆ มาปรับใช้ ปรับสีให้ดูขายง่ายขึ้น เปลี่ยนผ้าที่ดูมันวาวเป็นผ้าแบบกำมะหยี่ ก็ทำให้ขายดีมากขึ้น เพียงแค่ไตรมาสเดียวเรามีออเดอร์นับ 10 ล้านบาท แต่กำลังผลิตได้แค่ 4 ล้านบาท ก็ช่วยสร้างรายได้รวมถึงกำลังใจให้ผู้ต้องขังได้ไม่น้อย

Advertisement
ขวัญไชย สันติภราภพ

ปิดท้ายด้วย เนติพงศ์ ไล่สาม ลูกหลานครูมโนราห์ ที่คิดแหวกแนวนำลูกปัดมโนราห์ มาขึ้นรูปใหม่อย่างโมบาย โคมไฟ กระเป๋า แม้จะยังไม่สร้างรายได้มากแต่อย่างน้อยคนที่เห็นก็จะรู้โดยทันทีว่าคือชุดมโนราห์ ที่จะช่วยสานต่อวัฒนธรรมนี้ไว้ต่อไปไม่สูญหาย และเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม

เนติพงศ์ ไล่สาม

สุดยอดแบบ “ไทย”