“สาดน้ำ” แบบ “คูลๆ” ไม่ห่วง “กล้อง-มือถือ” น็อค

12.04.17 | 11:14 น.

เทศกาลสาดน้ำมาถึงทีไร เหล่าคนรักการเล่นน้ำสงกรานต์คงกำลังวางแผนเตรียมพร้อมลุยสาดกันแล้ว

แต่ยุคนี้ เป็นยุคที่ น้ำก็อยากสาด รูปก็อย่างถ่าย เซลฟี่ก็อยากเซลฟี่ แต่ติดตรงที่ถ้ายกกล้อง หรือโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่าย ก็คงไม่แคล้วเจ้าอุปกรณ์ดิจิตอลจะถูกสาดเข้าไปด้วย
สงกรานต์ “คงกร่อยสนิท” ถ้าใครเจอกับสถานการณ์แบบนี้

นายทวีรัชต์ ตั้งชาญตรงกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที จากคอมมาร์ต มีคำแนะนำดีๆ มาบอก ให้สาดน้ำสนุกแถมถ่ายรูปเซลฟี่แบบคูลๆ ไม่ต้องกลัวเปียกน้ำด้วย กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องดูสภาพความพร้อมของอุปกรณ์ก่อนว่าเป็นอย่างไร แน่นอนว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ถูกกับน้ำ แต่อุปกรณ์บางรุ่นก็ออกแบบมาให้ถูกน้ำได้ อย่างโทรศัพท์มือถือให้ดูสเปคเลยว่ากันน้ำหรือไม่ ถ้าไม่มีแสดงว่าไม่กันน้ำ หรือถ้ามีก็ต้องดูว่าค่าไอพีโค้ด (IP Code) กันน้ำได้ระดับไหน โดยค่านี้จะมี 2 ตัวเลข ลำดับแรกคือป้องกันของแข็ง ถัดมาคือป้องกันของเหลว ให้สังเกตว่าเลขยิ่งมากยิ่งดี อย่างเลข 67, 68 ถ้าต่ำกว่านี้ถือว่าอุปกรณ์ดังกล่าวรับมือได้แค่น้ำกระเซ็นใส่

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าอุปกรณ์ที่จะ “กันน้ำ” ได้ดีที่สุดคือ “เฮ้าส์ซิ่ง” (Housing) เพียงนำมือถือเข้าไปใส่ในกรอบใสและปิดโดยมียางซีลหุ้มแน่นหนา ก็สามารถถ่ายภาพใต้น้ำได้สบายๆ แต่ก็ต้องแลกกับลงทุนสูงตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน แต่ถ้าชอบของถูกเขาแนะนำ “ซองกันน้ำ” มีหลายแบบ หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ซึ่งช่วยได้ระดับหนึ่ง โดยแนะนำให้เลือกซื้อแบบที่มีม้วนๆ ตรงปากแล้วล็อคอีกที

Advertisement

แต่เตือนว่าซองกันน้ำที่มีแต่ซิบล็อคเฉยๆ อันตรายที่สุด เพราะสามารถซึมเข้าไปได้ เช่นเดียวกับถุงพลาสติก

“หากกลัวจริงๆ แนะนำให้เก็บมือถือไว้ที่รถยนต์หรือฝากไว้ที่จุดบริการ ในกรณีไปจะเล่นน้ำจริงๆ ก็อยากให้คิดว่าแม้จะใส่ซองใส่ถุงไป ก็รับโทรศัพท์ยาก ถ่ายรูปภาพก็มัวไม่ชัด หรือหากต้องการถ่ายรูปจริงๆ ก็ซื้อพวกแอคชั่นแคม อาทิ กล้องโกโปร โซนี่ ซึ่งต้องดูรุ่นด้วยว่าถูกน้ำได้ระดับไหน ส่วนบางความเชื่อที่ใช้ถุงยางอนามัยมาหุ้มโทรศัพท์แล้วบอกว่าได้ผลดีนั้น มองว่าก็ยังกันได้ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่มีซีลล็อค ที่สำคัญถุงยางมักมีสารหล่อลื่น ส่วนตัวคิดว่าไม่โอเคแน่ๆ จะเลอะเอา” นายทวีรัชต์กล่าว

เฮ้าส์ซิ่ง (Housing)

ส่วน “กล้องถ่ายรูป” นั้น นายทวีรัชต์กล่าวว่า ก็คล้ายๆกับมือถือ แต่คิดว่าคงไม่มีใครพกกล้องไปถ่ายในจุดที่เล่นน้ำสงกรานต์แน่ ยกเว้น ช่างภาพงานอีเว้นต์ นักข่าว ซึ่งเขาก็มีวิธีของเขา ที่เอาถุงพลาสติกมาสวมกล้องและเลนส์ โผล่แค่ปลายกระบอกเลนส์ หรือบางคนก็ใช้เลนส์ซูมมาจากที่ไกลๆ หรือใช้เฮ้าส์ซิ่งไปเลย

“อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ทนพอสมควร ไม่ได้โดนนิดๆ หน่อยๆ แล้วไปเลย แต่ขณะเดียวกัน แม้ไม่โดนน้ำตรงๆ ก็อาจมีปัญหาเรื่องความชื้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะกล้องถ่ายรูปที่แค่ตั้งเฉยความชื้นก็เข้าเลนส์ได้ ก็ต้องเข้าใจว่าไทยมีลักษณะภูมิอากาศร้อนชื้น ฉะนั้น เมื่อถูกน้ำจะต้องปิดเครื่อง ถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องไว้ก่อน รอไว้จนแห้งหรือประมาณ 1-2 ชั่วโมง ลองเปิดเครื่องหากเปิดติดแสดงว่า 90 เปอร์เซ็นต์ปลอดภัยแล้ว จากนั้นก็เช็คเออเรอร์ เช็คหน้าจอไว้ใช้ได้หรือไม่ แต่ถ้าหากเปิดเครื่องไม่ติด จะต้องดูดความชื้นออก ซึ่งวิธีบ้านๆ เลยคือเอาใส่ถุงพลาสติกแล้วไปหย่อนในถังข้าวสารทิ้งไว้สัก 2-3 วัน หรือจะใช้ซิลิก้าเจลก็สามารถดูดความชื้นได้เช่นกัน หรือบางบ้านมีตู้ควบคุมความชื้นที่ใช้เก็บกล้อง ก็สามารถใส่ร่วมกันได้”

“โดยหลักแล้วหากถูกน้ำ พยายามหลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องและถอดแบตเตอรี่ไว้ก่อน” นายทวีรัชต์กล่าวทิ้งท้าย

ทวีรัชต์ ตั้งชาญตรงกุล