บทสรุป “กระเทย” เกณฑ์ทหาร ปี 60

18.04.17 | 11:00 น.
แฟ้มภาพ

ผ่านพ้นไปแล้วกับช่วงการตรวจเลือกทหารกองประจำการ หรือฤดูเกณฑ์ทหาร ประจำปี 2560 ซึ่งปีนี้มีการเตรียมตัวมาอย่างดีทั้ง กองทัพที่กำหนดแนวปฏิบัติอย่างเป็นมิตรกับกลุ่มกะเทย ขณะที่เครือข่ายที่ทำงานด้านสิทธิกะเทยเอง ก็เตรียมพร้อมลงหลายพื้นที่ช่วยกันสอดส่อง ไม่ให้กะเทยถูกละเมิดสิทธิหรือหลุดรอดเข้าไปเกณฑ์ทหาร แต่ที่สุดแล้วผลลัพธ์ออกมาอย่างไรนั้น

จันทร์จิรา บุญประเสริฐ ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า ภาพรวมการปฏิบติของคณะกรรมการตรวจเลือกดีขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่พบว่ากะเทยหลายคนไม่มีใบรับรองแพทย์ที่กองทัพกำหนดมา ไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศ ไม่ได้กินยาปรับฮอร์โมน แต่ก็ผ่านการตรวจในห้องลับ ณ จุดตรวจเลือก และได้ระบุในเอกสารรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองประจำการ หรือสด.43 ว่าเป็นผู้มีภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด แต่จุดตรวจเลือกในต่างจังหวัดพบว่าปีนี้มีปัญหามาก ซึ่งจากที่รับแจ้งมีหลายเคสที่ไปขอใบรับรองแพทย์มาแล้ว แต่งกายเป็นสาว แต่กลับถูกระบุให้เป็นประเภทที่ 3 คือมีโรคซึ่งไม่ขัดต่อการเป็นทหาร แต่ไม่หายใน 30 วัน ให้กลับมารายงานตัวปีหน้า ส่วนที่จุดตรวจเลือกใน จ.สงขลา พบปัญหากะเทยที่ขอใบรับรองแพทย์มาแล้ว และแต่งกายเป็นสาว ถูกระบุในใบ สด.43 ว่าเป็นบุคคลประเภท 4 เป็นโรคจิต และที่จ.นนทบุรี ที่ไม่มีใบรับรองแพทย์ แต่งกายเป็นสาวมา แต่ได้เข้าสู่กระบวนการจับใบดำใบแดง ซึ่งจับได้ใบแดงต้องไปเกณฑ์ทหาร เบื้องต้นทั้งหมดนี้เราได้เขียนคำร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว

“ดิฉันตั้งข้อสงสัยว่าช่วงหนึ่งเราเคยพัฒนาจนผ่านไปแล้ว แต่ทำไมปีนี้ถึงกลับมาเป็นอย่างนี้ ทำไมการปฏิบัติไม่เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ทั้งที่มีแนวปฏิบัติเหมือนกัน ขณะที่ก่อนการตรวจเลือก ทั้งคณะกรรมการตรวจเลือก และสัสดีจากทั่วประเทศ ได้ประชุมซักซ้อมแนวปฏิบัติ อาทิ ต้องปฏิบัติอย่างไรกับกลุ่มกะเทย มีข้อยกเว้นอย่างไร อะไรบ้างที่เข้าข่ายให้ใช้คำว่าผู้มีเพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิด ซึ่งก็สันนิฐานว่าข้อมูลข่าวสารอาจยังไปไม่ถึงผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงกลุ่มกะเทย ฉะนั้นคิดว่าเครือข่ายยังต้องทำงานอีกเยอะ”

ระหว่างที่ยื่นคำร้องเพื่อช่วยเหลือกลุ่มกะเทยข้างต้น จันทร์จิราเตรียมประชุมทีมงาน เพื่อรวบรวมเรื่องร้องเรียนจากที่ต่างๆ จัดทำเป็นข้อเสนอไปยังกองสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กระทรวงกลาโหมเร็วๆนี้ พร้อมสอบถามถึงการปฏิบัติในปีนี้ ทำไมกะเทยยังถึงถูกระบุเป็นโรคจิต ก่อนให้ความเห็นกรณีข่าวที่ปีนี้พบผู้ชายไปเกณฑ์ทหารปลอมตัวเป็นกะเทย เพื่อให้รอดการเป็นทหาร

“มั่นใจกลไกการตรวจสอบของกองทัพ ที่จะมีคณะกรรมการตรวจเลือก มีห้องลับ มีวิธีการ ทำให้สามารถรู้ว่าใครปลอมตัวมาหรือไม่ แต่จริงๆก็ฝากไปยังผู้ที่คิดจะทำอย่างนี้ ว่าถึงแม้จะปลอมตัวแล้วรอดเป็นทหารมาได้ แต่ในใบสด.43 จะระบุผู้มีเพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิด เวลาไปสมัครงานคนรับจะรู้สึกอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าทุกวันนี้กะเทย เกย์ ทอม ดี้ถูกเลือกปฏิบัติไม่รับเข้าทำงานมีอยู่จริงๆ”  

Advertisement

 

แฟ้มภาพ

 

ฝั่งสาวประเภทสองที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารในหน่วยเขตกรุงเทพฯ ได้เผยประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่แม้เธอจะมีเพศสภาพเป็นผู้หญิง แต่เมื่อเพศกำเนิดเป็นผู้ชาย การมาตรงนี้ก็ถือเป็น “หน้าที่” ที่ต้องทำ

บี -มนัสนันท์ กิจจพัฒนาพงศ์ นักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่ง วัย 21 ปี ที่พาสรีระและการแต่งตัวเป็นผู้หญิงผมยาวมาเกณฑ์ทหาร กล่าวภายหลังจากเสร็จสิ้นการเกณฑ์ทหารว่า วันนี้ไม่ได้เตรียมตัวมา เนื่องจากหมายเรียกทหารส่งไปที่บ้านเก่า ซึ่งไม่ได้อยู่แล้ว พออายุครบ 21 ปี จึงเดินทางมายื่นเกณฑ์ทหารด้วยตัวเอง แต่ก็มาอย่างกระทันหันจึงไม่ได้ไปขอใบรับรองแพทย์ แต่เมื่อมาถึงกระบวนการทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี

“ก่อนมาก็ศึกษาจากรุ่นพี่มาว่าต้องทำอย่างไร ไม่ได้กลัวอะไร แต่ตื่นเต้นมากกว่า เพราะมีแต่ผู้ชาย สาวประเภท 2 มีน้อยมาก ประมาณ 3-4 คนเท่านั้น จากกรณีของบีที่ไม่ได้นำหมายเรียกมา ก็เสียค่าปรับ 100 บาท”

ขั้นตอนสำคัญของกระเทยที่เข้าเกณฑ์ทหารคือ การเข้าห้องลับตรวจร่างกาย

“ขั้นตอนนี้จะมีหมอและเจ้าหน้าที่มาตรวจร่างกายเราในห้องลับ เพื่อเช็ดดูว่า เรามีหน้าอกหรือเปล่า ซึ่งเราแม้จะยังไม่ได้เสริมหน้าอก แต่เทคฮอร์โมนเป็นประจำ เลยทำให้มีพอประมาณ การตรวจก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น”

สุดท้าย มนัสนันท์ ก็ได้ใบ สด.43 ที่ระบุว่าภาวะเพศสภาพไม่ตรงเพศกำเนิด

“คำว่า เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด เป็นคำที่เราเหล่ากระเทยรู้สึกรับได้มากกว่าคำว่า ป่วยทางจิต สำหรับบี การมาเกณฑ์ทหารครั้งนี้ เป็นประสบการณ์หนึ่งในชีวิต แม้ตอนนี้จิตใจและร่างกายเป็นผู้หญิง แต่เพศกำเนิดเราเป็นผู้ชาย ดังนั้น เราก็ต้องมาทำตามหน้าที่ ซึ่งถือเป็นหน้าที่หนึ่งของชีวิตที่ต้องทำ” มนัสนันท์กล่าว

ด้าน บีม-ทวีศักดิ์  เอี่ยมอำไพ อายุ 23 ปี ที่มีรูปร่างภายนอกเป็นผู้หญิง กล่าวว่า ได้เตรียมตัวมาเกณฑ์ทหารอย่างดี โดยเริ่มจากการปรึกษารุ่นพี่และหาข้อมูล จากนั้นก็ไปขอใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ โดยเราต้องไปพบแพทย์ที่แผนกจิตเวช แพทย์ก็จะพูดคุยกับเรา สัมภาษณ์ว่าเราเทคฮอร์โมนมานานหรือยัง และตรวจดูสภาพร่างกาย หลังจากนั้นก็กลับบ้าน และกลับมารับใบรับรองแพทย์ในอีก 1 เดือนถัดมา

“พอถึงวันต้องมาเกณฑ์ทหารก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย และเมื่อเข้ามาแล้วก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างดี อย่างการเข้าห้องลับให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ชายเข้ามาตรวจก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด แต่ถ้าเป็นไปได้ให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้หญิงมาตรวจจะเป็นกันเองมากกว่า เพราะเราแม้เพศกำเนิดจะเป็นชาย แต่จิตใจและสรีระก็เปลี่ยนไปเป็นผู้หญิงแล้ว”

เมื่อได้ใบ สด.43 ที่ระบุว่า เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น

“ประสบการณ์มาเกณฎ์ทหารไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เป็นประสบการณ์ครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่จะไม่ลืม ขอฝากถึงรุ่นน้องทุกคน แนะนำให้เตรียมตัวมาอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องเอกสารต่างๆ รวมทั้งเตรียมใจว่าจะโฟกัสเฉพาะสิ่งที่่ตัวเองทำเท่านั้นไม่โฟกัสอย่างอื่น ก็จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างดี” ทวีศักดิ์กล่าว

 

บี -มนัสนันท์ กิจจพัฒนาพงศ์
บีม-ทวีศักดิ์ เอี่ยมอำไพ
จันทร์จิรา บุญประเสริฐ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมพร้อม! กะเทยเกณฑ์ทหารวอนสังคมอย่ามองเป็นเรื่องตลก 

https://www.matichon.co.th/news/512143

มองทะลุเรื่องสวยๆงามๆ ส่องข้อเสนอ กะเทยไปเกณฑ์ทหาร

https://www.matichon.co.th/news/518576

ก้าวพ้น กะเทยสวยเกณฑ์ทหารดูอีกมุมที่ พวกเธออยากขอร้อง

https://www.matichon.co.th/news/100042