เปิดโผ 5 ตัวเต็ง ‘มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025’ ที่แฟนนางงามจับตา ในยุค ‘บอสณวัฒน์’
ถึงฤดูกาลที่เหล่าแฟนนางงามได้ตื่นเต้นกันอีกครั้งแล้ว สำหรับการประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025″ กับยุคของ “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” บิ๊กบอสแห่งเวทีมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ถือลิขสิทธิ์คนใหม่ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนนางงามไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเรียกได้ว่าหลังจากที่มีประกาศผู้ถือลิขสิทธิ์คนใหม่ออกไป ก็มีเหล่าผู้เข้าประกวดทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่าต่างร่อนใบสมัคร และติดประกาศ Road To กันให้ควั่ก
หลังจากทำการคัดเลือกระดับจังหวัด ผ่านกิจกรรมเก็บตัว ไปจนถึงรอบชุดประจำชาติและรอบพรีลิมมินารีที่ผ่านมา มีผู้เข้าแข่งขันที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม คว้ารางวัลพิเศษ และสวยสะกดฉบับยูนิเวิร์สอยู่หลายคนด้วยกัน ซึ่งมติชนได้ทำการรวบรวม “ตัวเต็ง” ที่เหล่ากูรูนางงามต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เจิดจรัสจักรวาลที่สุด”
- วีนา-ปวีนา ซิงห์
เริ่มที่ผู้เข้าประกวดคนแรกที่ขึ้นแท่นตัวเต็งทันทีหลังจากประกาศ Road to สำหรับ ‘วีนา-ปวีนา ซิงห์’ มิสยูนิเวิร์สสระบุรี ลูกครึ่งไทย-อินเดีย ที่แฟนๆ นางงามคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะครั้งนี้เป็นการลงชิงมงยูนิเวิร์ส “ครั้งที่ 4” ในชีวิตของเธอ
ซึ่งเส้นทางการประกวดนางงามของวีนาเริ่มต้นเมื่อครั้งที่เธอเข้าศึกษาในคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาภาษารัสเซีย ซึ่งปีนั้นมีรุ่นพี่ในสถาบันอย่าง “แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์” ที่ดำรงตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยลงประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 และกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียง
วีนาจึงตัดสินใจเริ่มประกวดบ้าง ด้วยความที่เชื่อในศักยภาพของตัวเอง โดยมีแนทเป็นแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ประกอบกับเวทีมิสยูนิเวิร์สเป็นมากกว่าเวทีประกวดที่มองหาแค่ความสวย แต่ยังเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึง “คุณค่า” ของผู้หญิง เป็นพื้นที่แสดงความสามารถ และความฉลาด วีนาจึงคิดว่าเวทีมิสยูนิเวิร์สตอบโจทย์ความต้องการในใจเธอมากที่สุด
ครั้งแรกที่เธอท้าลองคือการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ในยุคสุดท้ายของ แดง-สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ซึ่งเธอก็สามารถคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 มาครอง ขณะที่ผู้ชนะในปีนั้นคือ นิ้ง-โศภิดา จิระไตรธาร ก่อนที่เธอจะเดินตามความฝันอีกครั้งในปี 2020 กับยุคของ แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ซึ่งปีนี้เป็นอีกปีที่ใกล้มงกุฎมากที่สุด แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย การประกวดเสร็จสิ้นโดยที่เธอคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 ขณะที่ อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม เป็นผู้ชนะในปีนั้น

หลังจากนั้น 2 ปีต่อมา เธอตัดสินใจแขวนส้นสูงและเข้าประตูวิวาห์กับแฟนหนุ่มนักธุรกิจชาวอินเดีย (ปัจจุบันได้จบความสัมพันธ์แล้ว) ทว่าความฝันที่เธอคิดว่าหมดโอกาสแล้ว จู่ๆ กองประกวดมิสยูนิเวิร์สก็เปลี่ยนกติกาโดยอนุญาตให้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว หรือมีบุตรแล้ว สามารถเข้าร่วมประกวดได้โดยไม่จำกัดอายุ
ซึ่งเธอจึงขอเดิมพันกับการทำตามความฝันอีกครั้งในปี 2023 ในฐานะตัวแทนจากมิสยูนิเวิร์สภูเก็ต แต่ถึงอย่างนั้นความฝันในการคว้ามงก็ยังไม่สำเร็จ เธอไปได้ไกลที่สุดในตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 โดยมงกุฎตกเป็นของ แอนโทเนีย โพซิ้ว
หลังจากพบกับความผิดหวังรอบที่ 3 วีนาประกาศแขวนส้นสูงอีกครั้ง โดยพูดว่าจะไม่ขอประกวดนางงามอีกต่อไปแล้ว ท่ามกลางความเสียดายของแฟนๆ ที่ยังคงหวังว่าเธอจะกลับมาคืนสังเวียนนางงาม แต่ด้วยแรงเชียร์ของแฟนคลับที่มีเสมอมาทำให้วีนาตัดสินใจลงประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ในฐานะตัวแทนของ จ.สระบุรี และขึ้นแท่นตัวเต็งทันที
- แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง
ถ้าหากใครที่เป็นแฟนนางงาม แน่นอนว่าคงต้องรู้จักชื่อของ “แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” สาวใต้ตาคมจาก จ.ชุมพร เจ้าของมงกุฎ Miss Supranational Thailand 2022 และรองชนะเลิศอันดับ 1 Miss Supranational 2022 ตำแหน่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนนางงามไทย ที่นับว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จ “ระดับโลก” ของสายสะพายไทยแลนด์บนเวทีนางงาม
แต่กว่าที่เธอจะประสบความสำเร็จนั้น เส้นทางความฝันของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังจากที่จบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สาขาภาษาการสื่อสารและธุรกิจ แพรวตัดสินใจก้าวเข้าสู่ถนนสายนางงามครั้งแรกในปี 2017 กับเวที “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017” แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จบที่เธอไม่ผ่านเข้ารอบ 40 คนสุดท้าย
ทว่าความล้มเหลวครั้งนั้น กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเธอในการเดินตามความฝันบนถนนสายนี้ แพรวเริ่มเดินสายประกวดเพื่อเก็บประสบการณ์จนคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 นางสาวถิ่นไทยงาม และรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ในปีเดียวกัน
ด้วยแพชชั่นของเธอที่ยังไม่มอดดับ ทำให้เธอกลับมาท้าลองบนเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 อีกครั้ง ในฐานะตัวแทนของกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางแฟนๆ ที่ส่งแรงใจ แรงเชียร์ให้เธอประสบความสำเร็จในการคืนสังเวียนครั้งนี้

- พลอย-อมองดีน กลาสเซ่ต์
สาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส วัย 24 ปี นางแบบมืออาชีพ ที่สามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และฝรั่งเศส จบการศึกษาจาก Bachelor of Business and Administration from ESSEC Business School โดยมีผลคะแนนเต็มทุกวิชา และด้วยความสวยทั้งรูปร่าง และหน้าตา รวมถึงโปรไฟล์อันโดดเด่น ทำให้เธอคว้าตำแหน่งชนะเลิศมิสยูนิเวิร์ส จ.ปทุมธานี เพื่อชิงมง บนเวทีใหญ่ต่อไป
ซึ่งก่อนหน้านี้ เธอเคยโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง โดยเริ่มจากการเป็นศิลปินฝึกหัดโปรเจ็กต์ Kamikaze Next ของค่าย Kamikaze เมื่ออายุ 13 ปี อีกทั้งยังมีผลงานเพลงเป็นของตัวเองอย่าง “กล้ามั้ย” (N.E.X.T) อีกด้วย
หลังจากนั้น เธอเริ่มเข้าสู่การลงสนามประกวดบนเวที “The Star Idol” ในชื่อ “ครีมมี่” และทะลุเข้าสู่รอบ 20 คนสุดท้าย นอกจากผลงานเพลงแล้ว เธอยังมีผลงานการแสดงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ ละครเรื่อง วาสนารัก, หมอลำซัมเมอร์ และดุจเล่ห์ดาวลวง

- กิ๊ฟ-กมลพร ทองพล
สาวใต้ หน้าไทยแท้จาก จ.สุราษฎร์ธานี อีกหนึ่งผู้เข้าประกวดที่น่าจับตามอง ในฐานะตัวแทนมิสยูนิเวิร์ส จ.นครศรีธรรมราช ของ PD สาวคนเก่งอย่าง “เจนนี่ รัชนก” หรือเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น เรียกได้ว่าผลงานของ กิ๊ฟถูกตาต้องใจแฟนนางงามในทุกๆ รอบการประกวด โดยเธอสามารถคว้ารางวัล “Queen Of Thai Silk” มาครองในค่ำคืนของการเก็บตัวที่ จ.ภูเก็ต
โดยแบ๊กกราวด์ชีวิตของกิ๊ฟนั้น ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างกรีดยางในสวนยาง ด้วยฐานะทางบ้านทำให้เธอเลือกที่จะศึกษาต่อในสายอาชีพ ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี วิชาศิลปะการออกแบบ โดยมีดีกรีเป็นถึงนักบาสเกตบอลประจำสถาบัน และเข้าแข่งขันในระดับจังหวัด กระทั่งสามารถพาทีมคว้าชัยชนะจากการแข่งขันบาสเกตบอลอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย
ซึ่งในระหว่างนั้นกิ๊ฟก็ได้หาประสบการณ์จากการประกวดนางงามในเวทีต่างๆ อาทิ รองชนะเลิศอันดับ 2 นางสาวถิ่นไทยงาม, รองชนะเลิศอันดับ 3 นางสาวไทย ปี 2563 และท็อป 10 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เพื่อนำเงินรางวัลมาแบ่งเบาภาระของที่บ้าน โดยหลังจากเรียนจบ ปวช. เธอได้สมัครขอทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะวิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน อีกทั้งยังเป็นดาวมหาวิทยาลัยประจำปี 2019
อีกทั้งเธอยังเป็นตัวแทนประเทศไทยในการประกวด MISS CELEBRITY INTERNATIONAL 2024 ในรอบชุดประจำชาติ ณ ประเทศเวียดนาม อีกด้วย ซึ่งถ้าหากกวาดสายตามองโปรไฟล์ และประวัติการทำงานของเธอเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่น่ากลัวมากทีเดียว

- เดล-นฤมล พิมพ์ภักดี
สาวหน้าคมจาก “ทีมภูเก็ต” ลูกครึ่งไทย-กัมพูชา อายุ 22 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยปัจจุบันเธอเป็นพนักงานต้อนรับภาคพื้นดิน (Ground staff) ของสายการบิน Qatar Airways และ ZIPAIR Tokyo โดยเส้นทางก่อนร่วมชิงมงใหญ่ของเธอนั้น เกิดจากความฝันที่อยากจะประกวดนางงาม
หลังจากเห็นพี่เลี้ยงนางงามคนหนึ่งบน TIKTOK เธอจึงทำการติดต่อหาพี่เลี้ยงคนนั้นให้ช่วยเธอในการส่งเข้าประกวด โดยเริ่มจากเวที “มิสแกรนด์ภูเก็ต 2025” ซึ่งเธอครองตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 กระทั่งล่าสุดที่ตัดสินใจลงสนามในเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จนกลายเป็นตัวแทนของ จ.ภูเก็ต ทีมที่มีคุณภาพในการส่งออกนางงาม
ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่สมมงต่างๆ นานา เนื่องด้วยเธอไม่ได้มีโปรไฟล์โดดเด่นเหมือนกับผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ แต่เธอก็พิสูจน์ความสามารถด้วยการทำเต็มที่ในทุกรอบ อีกทั้งเพอร์ฟอร์แมนซ์ของเธอยังดีขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเธอคว้าตำแหน่ง “Queen Of Phuket” มาครอง

สาวงามหนึ่งในนี้จะเป็นผู้ครองมงกุฎหรือไม่ แฟนๆ นางงามสามารถร่วมลุ้นไปด้วยกันในรอบ “Final Competition” วันที่ 23 สิงหาคม เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ MGI Hall ศูนย์การค้า Bravo BKK สามารถรับชมไลฟ์สดรอบตัดสินผ่านช่องยูทูบ GrandTV

