หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ สัมผัสวัฒนธรร...

สัมผัสวัฒนธรรม ‘ตลาดน้อย’ ผสานเสน่ห์จีน-มุสลิม

6.10.25 | 16:39 น.

สัมผัสวัฒนธรรม ‘ตลาดน้อย’ ผสานเสน่ห์จีน-มุสลิม

เมื่อพูดถึง ย่านตลาดน้อย หลายคนคงนึกถึงชุมชนเก่าแก่ริมเจ้าพระยา ที่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมผสมผสานอย่างมีเสน่ห์ และหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างชีวิตชีวาให้พื้นที่นี้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาก็คือ “Talakkia Friendly Market” ตลาดสร้างสรรค์ที่มากกว่าการซื้อขายสินค้า แต่เป็นเวทีเล่าเรื่องราวและเชื่อมโยงผู้คน

ซึ่งล่าสุดได้เดินทางมาถึงครั้งที่ 79 ภายใต้ธีม “ดอกโบตั๋นบ้านฉัน พระจันทร์เสี้ยวบ้านเธอ” ที่เกิดจากการร่วมมือระหว่างชุมชนเจริญกรุง 103 และกลุ่มมดตะนอย ชุมชนมุสลิมในกรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายสะท้อนภาพการอยู่ร่วมกันของวัฒนธรรมจีนและมุสลิมผ่านกิจกรรมสุดสร้างสรรค์

ทั้งนี้ ตวงพร ปิตินานนท์ ทีมผู้จัดงาน เผยว่า การเลือกธีมในครั้งนี้สอดคล้องกับซีรีส์ “Talakkia & Neighbours” เป็นคอนเซ็ปต์ในปีนี้ที่ต้องการอยากจะเชิญชวนเพื่อนๆ ชุมชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือในบริเวณปริมณฑลใกล้เคียงได้เอาเรื่องราวของชุมชนตัวเองมาบอกเล่าผ่านกิจกรรมต่างๆ ในตลาดตะลักเกี้ยะด้วย

“เพราะปีที่ผ่านๆ มาก็มีธีมที่เกี่ยวข้องกับการเล่าเรื่องพื้นที่บ้านเราตลาดน้อย แต่พอหลังจากที่เราทำงาน แล้วเจอชุมชนอีกหลายที่มากเลยที่น่าสนใจ เรารู้สึกว่าน่าจะมีพื้นที่สำหรับการบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนอื่นๆ ด้วยก็เลยเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ในซีรีส์ของ Talakkia & neighbours เพราะปีที่ผ่านๆ มาก็มีการจัดมาแล้ว 3 ครั้งก่อนหน้านี้ มีชุมชนหัวตะเข้ ชุมชนนางเลิ้ง ล่าสุดเป็นชุมชนบางกะเจ้า เดือนนี้จัดเป็นของชุมชนเจริญกรุง 103 และกลุ่มมดตะนอยซึ่งเป็นชาวชุมชนมุสลิม จึงตั้งชื่อธีมที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมของการเป็นชุมชนเก่าแก่ชาวไทยเชื้อสายจีน ผสมผสานกับชุมชนชาวมุสลิม ซึ่งพระจันทร์เสี้ยวเป็นสัญลักษณ์ของชาวมุสลิม ดอกโบตั๋นเป็นสัญลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายจีนในย่านนี้”

Advertisement
ตวงพร ปิตินานนท์

โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา กว่าจะมาเป็นตลาดตะลักเกี้ยะอย่างในปัจจุบันนี้ไม่ง่ายเลย ได้มีการการพูดคุยกันว่าจะเป็นตลาดถนนคนเดินหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็จบที่การเป็นตลาดชุมชน ซึ่งตอนแรกเป็นคอนเซ็ปต์ตลาดออร์แกนิค หลังๆ มีพัฒนามาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็กลายเป็น Friendly Market เป็นตลาดที่เป็นมิตรกับทุกคน ทั้งเรื่องสินค้าที่ดีต่อโลก ดีต่อร่างกาย รวมถึงเป็นพื้นที่ที่เฟรนด์ลี่กับทุกคน และพยายามคิดกิจกรรมที่ทุกคนจะมีส่วนร่วมได้ด้วย ซึ่งนี่เป็นเหตุผลในการจัดตลาดนี้ขึ้นมา ไม่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนอาหารที่ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ในการคัดเลือกกิจกรรม เช่น เวิร์กช็อปขนม, การแสดงดนตรี, เสวนา ตวงพร ได้มีแนวคิดว่า

“ทุกๆ เดือนจะมีทีมที่จัดตลาดนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชื่อว่ากลุ่มปั้นเมือง เป็นกลุ่มที่เข้ามาทำเรื่องอนุรักษ์ฟื้นฟูย่าน เช่น ตลาดน้อย ร่วมกับพี่ๆ ทีมชุมชนตลาดน้อย และจะมี CEA สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นสปอนเซอร์ของเราในปีนี้ ทุกๆ รอบจะมีการประชุมปรึกษา ในแต่ละเดือนเราอยากจะนำเสนอเรื่องอะไร จะใส่เวิร์กช็อปอะไรที่เกี่ยวข้องเรื่องราวในแต่ละเดือน ซึ่งพยายามทำให้น่าสนใจ มีความหลากหลาย พยายามดึงดูดคนทุกเพศทุกวัย เป็นกิจกรรมที่เด็กก็ทำได้ด้วย รวมถึง เช่น พวกสูตรอาหารต่างๆ เป็นเวิร์กช็อปที่ไม่ค่อยมีใครสอน และยังไม่มีสอนที่ไหนแน่นอน พยายามจะเอาเรื่องอาหาร ขนม มาถ่ายทอดผ่านการลงมือทำเวิร์กช็อปด้วย”

นอกจากนี้ ทีมผู้จัดยังได้กล่าวอีกว่า ผู้เข้าร่วมงานนี้จะได้รับประสบการณ์และความรู้อย่างแน่นอน

“จริงๆ ตะลักเกี้ยะเป็นเหมือนจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่ทำให้ผู้คนได้รู้จักกับย่านนี้ รู้จักกับตลาดน้อยมากขึ้น คนที่มาตลาดไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่นี่ แต่ยังเดินไปจุดต่างๆ ในย่านด้วย เพราะยังมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายที่รวมถึงพิพิธตลาดน้อย คิดว่าถ้ามาแล้ว ไม่ใช่แค่มาเที่ยวตลาดอย่างเดียว แต่ว่าคุณก็จะได้เรียนรู้ชุมชน วิถีของชุมชนไปด้วย”

พร้อมทั้งฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่สนใจการจัดงาน หรืออยากเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ นี้ว่า “พื้นที่แต่ละที่กว่าจะกลายมาเป็นทุกวันนี้ได้ก็มีที่มาที่ไป มีเรื่องราวที่น่าสนใจของคนที่เข้ามาตั้งรกรากในพื้นที่นี้ แล้วทำธุรกิจทำกิจการจนพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ จริงๆ ก็เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจที่คนรุ่นใหม่ก็น่าจะเข้ามาเรียนรู้ อย่างน้อยๆ ก็รู้ว่าพื้นที่นี้มีความสำคัญยังไง จะได้ช่วยกันรักษาสิ่งที่มี ช่วยสืบทอดสิ่งที่เป็นสิ่งดีๆ ต่อไปได้”

สำหรับอนาคต ทีมงานตั้งเป้าหมายและคาดหวังว่าจะพัฒนาตลาดให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ในย่านนี้ ที่คนในชุมชนจะได้มาพบปะกันทุกเดือน คนในตลาดน้อยก็ได้ออกมาเดินช้อปปิ้งกัน ส่วนผู้คนข้างนอกก็ได้ออกมาเที่ยวกัน แทนที่พื้นที่นี้จะถูกปล่อยไว้เฉยๆ เป็นสวนสาธารณะ จริงๆ มันก็มีประโยชน์ของมันอยู่แล้ว แต่การที่เราสร้างกิจกรรมเข้าไปก็ทำให้พื้นที่มีชีวิตชีวามากขึ้น ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ และคาดหวังว่าตลาดนี้จะคงมีไปได้เรื่อยๆ แล้วก็เล่าเรื่องราวของย่านนี้ให้คนได้รู้ และมีกิจกรรมสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

และสุดท้าย ตวงพร ในฐานะทีมผู้จัด อยากเชิญชวนสำหรับใครที่ยังไม่เคยมาเที่ยวตลาดน้อย อยากชวนมาเที่ยวที่พื้นที่นี้ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่เรียกว่าในกรุงเทพฯหาได้ยากมากๆ ที่จะมีพื้นที่แบบนี้ ที่ยังมีสถาปัตยกรรมหลงเหลืออยู่ ยังมีคนอาศัยอยู่จริงๆ มาเที่ยวตลาดน้อยวันเดียวก็เที่ยวไม่หมด ถ้าแพลนมาเที่ยวตลาดน้อยแล้วก็แพลนให้มาตรงกับวันที่มีตลาดตะลักเกี้ยะก็จะเที่ยวสองต่อไปเลย

“เรามีการจัดกันเป็นประจำทุกๆ เดือน ช่วงเสาร์-อาทิตย์ ต้นเดือนค่ะ”