(29 ก.พ.59) ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับรายงานว่ามีประชาชนพบเห็นลูกไฟตกจากฟ้า ในช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เช่น รามคำแหง บางแค ตลิ่งชัน และจังหวัดใกล้เคียง เช่น ปทุมธานี นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ซึ่งจากภาพและคลิปเหตุการณ์ที่ผู้พบเห็นส่งมา รวมทั้งภาพกล้องถ่ายภาพทั่วท้องฟ้า ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา อ.เมือง นครราชสีมา และ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา บันทึกภาพได้ เมื่อเวลา 04:54 น. เห็นเป็นลูกไฟสว่างสีขาวอมเหลืองพาดผ่านท้องฟ้าจากทิศตะวันออกไปตะวันตก มีความสว่างมากกว่าดาวพฤหัสบดี และดาวเคราะห์อื่นๆ
รายงานระบุว่า ทีมเจ้าหน้าที่ สดร. ศึกษาข้อมูลและคำนวณจากภาพถ่ายจากหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งสองแห่ง สรุปผลเบื้องต้นว่า 1) วัตถุนี้เคลื่อนที่สูงจากพื้นโลกไม่น้อยกว่า 70 กิโลเมตร 2) มีความเร็วมากกว่า 70,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วปกติของดาวเคราะห์น้อยเมื่อเข้าสู่บรรยากาศโลก มีความเร็วมากกว่าดาวเทียมวงโคจรต่ำที่อาจเข้าสู่บรรยากาศโลกและเกิดการเผาไหม้ และ 3) มีทิศทางการเคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก สวนทางกับการเคลื่อนที่ของดาวเทียมต่างๆ จึงสันนิษฐานว่าเป็น วัตถุขนาดเล็กจากนอกโลก อาจเป็นสะเก็ดดาว หรือดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็ก เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลก เกิดเป็นลูกไฟ (Fireball) สว่างวาบเป็นเวลามากกว่า 20 วินาที
ดร.ศรัณย์ กล่าวว่า ลูกไฟขนาดเล็กในลักษณะเช่นนี้ เข้ามาในบรรยากาศโลกค่อนข้างบ่อย ปีนึงนับพันครั้ง ซึ่งแตกต่างจากเหตุการณ์ลูกไฟขนาดใหญ่ที่เข้ามาในบรรยากาศโลกเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แต่ไม่ต้องตกใจ ถือเรื่องปกติทางดาราศาสตร์ที่ไม่มีอันตรายและผลกระทบใดๆ ต่อโลกและมนุษย์ สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์

