“ภัยเงียบ” ผู้หญิงอย่าชะล่าใจ “มะเร็งรังไข่” เกิดจาก “แป้ง” จริงหรือ ?

ทำเอาผู้หญิงตกใจยกมือทาบอกกันเป็นแถว เมื่อมีข่าว “มะเร็งรังไข่” ออกมาถึง 2 ข่าวในเวลาไล่เรี่ยกัน เริ่มที่ข่าว “นางเอกสาวสวย” พิม-พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร ที่ออกมาเปิดเผยว่า พบว่ามีก้อนเนื้อซึ่งมีเซลล์มะเร็งที่รังไข่เมื่อช่วงเดือนคุลาคมเมื่อปีที่แล้ว

และในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะลูกขุนประจำรัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ได้พิพากษาให้บริษัทผู้ผลิตแป้งเด็กยี่ห้อดังรายหนึ่ง จ่ายค่าเสียหาย 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท ให้กับครอบครัวของนางแจ็คเกอรีน ฟอกซ์ ที่เสียชีวิตด้วย “โรคมะเร็งรังไข่” หลังเธอใช้แป้งฝุ่นทาบริเวณอวัยวะเพศมานานหลายปี

ทำเอาเหล่าทั้งสาวเล็กสาวใหญ่ตื่นตระหนก โดยเฉพาะกรณีแป้งฝุ่นที่ทำให้เป็นมะเร็ง!

แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งตื่นตกใจ “ใจเย็น” กันสักนิด ลองศึกษาข้อมูลที่ถูกต้อง แล้วเปลี่ยนจากความตระหนกมาเป็น “ตระหนัก” จะได้หันมาดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมะเร็งนรีเวชประจำโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์มะเร็งรังไข่ในประเทศไทยว่า พบเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งสตรีไทย โดยอันดับแรกยังคงเป็นมะเร็งเต้านม 2.มะเร็งปากมดลูก 3.มะเร็งรังไข่ 4.มะเร็งมดลูก โดยมีผู้ป่วยใหญ่ 2,000-3,000 รายต่อปี เป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ เสียชีวิตทุกปี ปีละ 1,500-2,000 คน

“สาเหตุจริงๆ ของการเกิดมะเร็งรังไข่ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสเป็นมากขึ้น 1.อายุ คนที่มีอายุมากขึ้นจะพบมากขึ้น โดยเฉพาะอายุ 50 ปีขึ้นไป 2.มียีนที่ผิดปกติบางอย่าง อย่าง แองเจลินา โจลี ที่มีบีอาร์ซีเอยีนส์ ซึ่งเป็นยีนที่เกี่ยวกับทั้งมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านมไปพร้อมๆ กัน ซึ่งอันนี้เป็นสาเหตุที่รู้ชัดเจน แต่ก็เป็นส่วนน้อยของรังไข่ที่มีพวกนี้ 3.เรื่องอาหารการกิน คนที่กินไขมันสูงๆ และสูบบุหรี่ก็เป็นปัจจัยเสี่ยง และ 4.การใช้แป้งฝุ่น”

นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร
นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร

เมื่อถึงประเด็น “แป้งฝุ่น” นพ.ณัฐวุฒิขยายความว่า แป้งปุ่นมีสารที่เรียกว่าทัลก์ (talc) ซึ่งเป็นส่วนผสมที่สำคัญในแป้ง รวมถึงเครื่องสำอางบางชนิดด้วย ซึ่งหลักฐานทางการแพทย์ “ยังไม่ระบุชัดเจน” ว่า การใช้แป้งเป็นมะเร็งรังไข่

“แต่ทำไมแป้งถึงเป็นที่มาของมะเร็งรังไข่ เพราะมีความเชื่อว่าพอใช้แป้งที่จุดซ่อนเร้นเยอะๆ แป้งจะผ่านช่องคลอดเข้าไป ผ่านปากมดลูก เข้าไปในมดลูก ปีกมดลูก แล้วก็ไปถึงรังไข่ในที่สุด เลยทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่รังไข่และกระตุ้นให้เกิดมะเร็ง”

ซึ่งนี่คือ “ทฤษฎี” แต่ในทางปฏิบัติ นพ.ณัฐวุฒิบอกว่า “มันไม่ได้เข้าไปง่ายๆ ขนาดนั้น”

“ลองนึกภาพดู ฝุ่นเข้าไปในมดลูกเราได้ง่ายๆ ที่ไหน ในชีวิตจริง มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เนื่องจากช่องคลอดเป็นอวัยวะที่ปกติก็แฟบอยู่แล้ว ส่วนที่ปากมดลูก ก็ยังมีมูกที่ปากมดลูกอีก ในทางปฏิบัติไม่ได้เข้าไปได้ง่ายขนาดนั้น”

อย่างไรก็ดี ในทางการแพทย์ก็ยังมีความเห็นที่หลากหลาย ในเว็บไซต์เกี่ยวกับสถาบันมะเร็งของอังกฤษและอเมริกา ยังให้คำแนะนำไม่เหมือนกันเลยด้วยซ้ำ

“ในอังกฤษ ทั้งที่เป็นเป็นผู้ศึกษาว่าแป้งมีความเสี่ยง แต่กลับบอกว่า ไม่ชัดเจน ขณะที่อเมริกาบอกว่าแป้งเพิ่มความเสี่ยง”

หรือแม้แต่ความคิดเห็นของแพทย์ก็ยังมีหลากหลาย

“หมอบางคนเชื่อก็ห้ามใช้เลย ขณะที่หมอบางคนบอกให้ใช้ได้ตามปกติ หรือหมอบางคนบอกใช้ได้ แต่ห้ามทาตรงจุดซ่อนเร้น”

ดังนั้น ถ้าตอบตามหลักฐานทางการแพทย์

“ยังใช้ได้ แต่ถ้าใครกังวล ก็หลีกเลี่ยงการทาโดยตรง จะทาขาหนีบ ทารักแร้ ทาอะไรเหมือนเดิม แต่ถ้าจะไม่ใช้เลยก็แล้วแต่คุณ ก็ไม่ได้ห้าม”

แม้จะมีความเสี่ยง แต่ปัจจัยป้องกันก็มี โดยผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดเกิน 1 ปี รวมถึงผู้หญิงตั้งครรภ์ จะลดการเป็นมะเร็งรังไข่อย่างชัดเจน

“ผู้หญิงมีประจำเดือนทุกเดือนจะมีไข่ตกเดือนละครั้ง การตกไข่เดือนละครั้งจะทำให้มีบาดแผลที่รังไข่เกิดขึ้น แต่ถ้ามีเหตุการณ์ใดๆ ที่ทำให้ผู้หญิงไม่มีการตกไข่สักช่วงหนึ่ง ก็จะลดการเป็นมะเร็งรังไข่ลงได้”

baby_powder

นพ.ณัฐวุฒิอธิบายต่อว่า มะเร็งรังไข่แบ่งได้เป็น 3 ประเภท 1.ชนิดเซลล์เยื่อบุ 2.ชนิดเซลล์ต้นกำเนิด 3.มะเร็งเป็นแบบก้ำกึ่ง คือยังไม่เป็นมะเร็ง แต่ไม่ปกติเสียทีเดียว

“มะเร็งรังไข่ถือเป็นภัยเงียบ เพราะส่วนใหญ่ไม่มีอาการ ด้วยเป็นอวัยวะในช่องท้อง ขนาดรังไข่ 3-5 ซม.เท่านั้น แล้วถ้าเริ่มเป็นก้อนเล็กๆ จะไม่มีอาการอะไรเลย โดยจะมีอาการที่ชัดเจน ต่อเมื่อก้อนโตขึ้น หรือก้อนแตก มีน้ำที่ช่องท้อง ซึ่งพวกนี้จะเป็นระยะ 3-4 เท่านั้น คนไข้จะมาด้วยอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องโต ปัสสาวะ-อุจาระผิดปกติ จากก้อนที่ไปกด”

“ถามว่าปวดท้องของมะเร็งรังไข่ปวดยังไง จริงๆ ไม่จำเพาะอะไรเลย ปวดแบบโรคกระเพาะก็ได้ ปวดแบบหน่วงท้องก็ได้ ปวดแบบประจำเดือนก็ได้ ไม่จำเพาะอะไรสักอย่าง ถึงเรียกว่าเป็นภัยเงียบ เพราะบางคนรักษาโรคกระเพาะอยู่ครึ่งปี สุดท้ายเป็นมะเร็งรังไข่”

มะเร็งรังไข่แบ่งเป็น 4 ระยะ โดยระยะ 1 อยู่ที่รังไข่เท่านั้น ซึ่งนานๆ ทีเจอที่ระยะนี้ ระยะ 2 เริ่มมีการกระจายในอุ้งเชิงกราน ระยะ 3 กระจายช่องท้องระยะ 4 ออกนอกช่องท้อง ไปตับ ไปปอด สมอง เป็นต้น ถ้าเจอระยะ 1-2 ผลการรักษาก็ดีกว่าระยะ 3-4

“การรักษาหลักๆ ของมะเร็งรังไข่จะเป็นการผ่าตัดก่อน เพื่อนำชิ้นเนื้อมาตรวจ กำหนดระยะมะเร็ง เป็นการเอาเซลล์มะเร็งออกให้ได้มากที่สุด หลังจากรู้ชนิดของเซลล์ รู้ระยะที่ชัดเจนแล้ว คนไข้ส่วนใหญ่ก็จะได้รับการรักษาโดยเคมีบำบัดเพิ่มเติม ส่วนการฉายแสง มีใช้น้อยในมะเร็งรังไข่ เพราะเป็นมะเร็งที่มักกระจายอยู่ในช่องท้อง ถ้าฉายก็ต้องฉายทั้งท้อง มีผลข้างเคียงเยอะ จะใช้ในบางกรณีเท่านั้น”

ซึ่งผลการรักษาขึ้นอยู่กับระยะและชนิดของเซลล์ที่เจอ

“มะเร็งรังไข่ผลการรักษาไม่ค่อยดี เพราะเป็นซ้ำได้ ถึงเจอระยะ 1 โอกาสเป็นซ้ำมี 50% ระยะ 2 โอกาสเป็นซ้ำ 60-70% ระยะ 3-4 โอกาสเป็นซ้ำ 80-90% ซึ่งต่างจากมะเร็งอื่นๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก ระยะ 1 โอกาสหายเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นซ้ำแค่ 1 ใน 10 คนเท่านั้น แต่มะเร็งรังไข่ 50/50 เพราะเป็นมะเร็งที่กระจายเร็ว ผลการรักษาแย่กว่ามะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก ในระยะเดียวกัน”

อย่างไรก็ตาม จากสถิติตลอด 10 ปีที่ผ่านมา อุบัติการณ์ของมะเร็งรังไข่ไม่ต่างจากเดิม สถิติคงที่ไม่เพิ่มหรือไม่ลดลงอย่างชัดเจน แต่อีกโรคที่ต้องตระหนักคือ “มะเร็งมดลูก” ที่เจอมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีสาเหตุคล้ายมะเร็งเต้านม คือ มาจากอาหารการกินและความอ้วน

แม้อุบัติการณ์จะไม่เพิ่มขึ้น แต่มะเร็งรังไข่เป็นมะเร็งที่ไม่มีวิธีคัดกรองที่ดี วิธีที่ดีที่สุดในปัจจุบันคือ การตรวจภายใน ตรวจอัลตราซาวน์ช่องคลอด และตรวจค่ามะเร็งรังไข่

“ทางที่ดีที่สุด คือ แนะนำให้รักษาสุขภาพกาย สุขภาพใจให้แข็งแรง ทุกครั้งที่ตรวจสุขภาพประจำปี ต้องรวมถึงการตรวจภายในด้วย”

สุดท้าย นพ.ณัฐวุฒิฝากไว้ว่า ให้ตระหนักแต่อย่าตื่นตระหนก และให้มีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งรังไข่ จะรับข่าวสารอะไรให้ดูให้รอบด้าน และตรวจภายในทุกปี ถ้ามีอาการผิดปกติให้มาพบแพทย์ เพราะอะไรก็ตามที่เป็น เช่น ปวดท้อง เลือดอออกผิดปกติ ปัสาาวะ-อุจาระผิดปกติ อย่าพยายามคิดว่าไม่มีอะไร

“อย่าอายที่จะตรวจ ความอายทำลายโอกาสเจอมะเร็ง บางทีมันเสียชีวิตได้เพราะไม่ใช่โรคเล่นๆ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อมร’ โต้ ส.ว.แต่งตั้งคุมประเทศ5ปีแค่ไอเดีย ใครก็สั่งกรธ.ไม่ได้
บทความถัดไป‘ศรีวราห์’ ขันน็อต ตม.เข้ม ภัยความมั่นคง-ค้ามนุษย์ แฉช่องโหว่ออกบัตรชมพู’กลุ่มแบล็กลิสต์’