หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ เปิดเวทีชำแหล...

เปิดเวทีชำแหละ ‘ชีวิตที่ปลอดภัยสำหรับคนทุกเพศ’ เผยช่องโหว่ระบบช่วยเหลือ ผูกกับอคติทางเพศ

27.11.25 | 22:47 น.

เปิดเทศกาล ‘ชีวิตที่ปลอดภัยสำหรับคนทุกเพศ’ นักวิชาการ-ผู้รอดชีวิต-คนข้ามเพศ ร่วมชำแหละโครงสร้างความรุนแรงที่ฝังลึกในครอบครัว สังคม และสถาบันรัฐเผยช่องโหว่ระบบช่วยเหลือเด็กและผู้หญิงที่ยังผูกกับอคติทางเพศขณะที่กรณีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตบางรายละเมิดผู้รับบริการ กลายเป็น ‘บาดแผลซ้ำซ้อน’

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ห้องอเนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถี และเครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ร่วมกันจัดงานเปิดตัวเทศกาลชีวิตที่ปลอดภัยสำหรับคนทุกเพศ เพื่อชวนสังคมไทยมองเห็นว่าความปลอดภัยคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและผลักดันให้เกิดระบบช่วยเหลือผู้เผชิญความรุนแรงที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และเป็นธรรมสำหรับทุกคน

โดยช่วงเช้ามีกิจกรรม Solo Talk “Everyone of Us Deserves a Safe Society – เพื่อสังคมที่ปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับทุกคน โดยมี ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์ประจําคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโฮสต์ประจํารายการ Open Relationship และ The Standard Podcast , ลินินา พุทธิธาร (อาบัน สามัญชน) ผู้ก่อตั้ง Safe Zone Thailand เพื่อยุติความรุนแรง, บุ๊คกิ้ง Miss Fabulous Thailand Northeastern 2024 นักแสดง และพิธีกร, ตัวแทนจากเครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม (TransEqual) และจิตติมา ภาณุเตชะ นายกสมาคมเพศวิถีศึกษา เข้าร่วม Solo Talk ในครั้งนี้ด้วย

นักวิชาการชี้ ‘ความรุนแรง-โอกาสชีวิต-เพศสภาพ’ คือโครงสร้างที่ทำให้สังคมไทยไม่ปลอดภัยและไม่เป็นธรรม

ศ.ดร.ชลิดาภรณ์กล่าวในกิจกรรม Solo Talk ว่า ความรุนแรงไม่จำกัดเพียงการกระทำทางกาย แต่รวมถึงคำพูดหรือพฤติกรรมที่มีเจตนาทำร้าย ส่งผลต่อจิตใจและคุณค่าของผู้ถูกกระทำ แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็ถือเป็นความรุนแรงเต็มรูปแบบ

เธออธิบายว่า ความรุนแรงเชื่อมโยงกับโอกาสชีวิตและสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งไม่เท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับชนชั้น เพศสภาพ สีผิว และสถานะทางสังคม โดยเฉพาะผู้หญิงยากจนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด นอกจากนี้ อัตลักษณ์ทางเพศและวิถีชีวิตทางเพศยังกำหนดโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและการยอมรับในสังคม

Advertisement

ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ตั้งข้อสังเกตว่า กรอบวัฒนธรรมและกฎเกณฑ์ทางสังคมหลายอย่างทำหน้าที่เสมือน “กรง” ทั้งจัดระเบียบโลกและจำกัดโอกาสของผู้คน โดยเฉพาะกรอบสองเพศสภาพและอุดมการณ์รักต่างเพศที่ตัดสินว่าความสัมพันธ์ที่ถูกต้องต้องเป็นระหว่างชาย-หญิงเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ผู้ที่อยู่นอกกรอบถูกตัดสินว่า “ผิดปกติ” แต่ยังจำกัดความฝันและการมองเห็นคุณค่าของตัวเอง

ท้ายที่สุด เธอเน้นว่าการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามต่อระบบความหมายและกติกาที่ฝังรากลึก รวมถึงการมองย้อนตัวเอง ไม่ปล่อยให้ติดอยู่ในบทบาท “เหยื่อ” จนลืมตรวจสอบว่าตนเองอาจเคยรังแกผู้อื่นด้วยกรอบเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เมื่อสังคมยอมรับว่าโครงสร้างความรุนแรง ความเหลื่อมล้ำ และอคติทางเพศเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น และมนุษย์สามารถร่วมกันเปลี่ยนมันได้

อาบัน สามัญชน ชี้ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ในระบบสุขภาพจิตไทยไม่ปลอดภัยจริง เสนอรัฐปิดช่องโหว่วิชาชีพจิตวิทยา

ลินินา หรืออาบัน สามัญชน เปิดเผยปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบสุขภาพจิตไทย โดยชี้ว่า พื้นที่ที่ควรเป็นเขตปลอดภัย กลับกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงสำหรับผู้รับบริการ โดยเฉพาะผู้มีภาวะซึมเศร้าหรือเปราะบางทางจิตใจ

อาบันเล่าว่า หลายกรณีเริ่มจากการบำบัดปกติ แต่มีนักจิตวิทยาหรือนักบำบัดบางรายก้าวล้ำ เช่น ชักชวนพบกันนอกเวลาบำบัด อ้าง “การแตะเนื้อต้องตัวเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา” หรือสร้างความพึ่งพิงเพียงคนเดียว จนนำไปสู่การละเมิดทั้งด้านการเงิน อารมณ์ และความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ผู้ถูกละเมิดมักไม่กล้าพูด เพราะสังคมไทยยังตีตราความเจ็บป่วยทางจิต จากประสบการณ์ส่วนตัว อาบันใช้เวลายาวนานกว่า 5 ปีเยียวยาตัวเอง และตัดสินใจผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างร่วมกับนักกฎหมาย นักสิทธิ และเครือข่ายเพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมาย โดยยื่นข้อเรียกร้องสำคัญคือ

1.นักจิตวิทยาและนักบำบัดต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ใบประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542

2.กำหนดจริยธรรมวิชาชีพเข้มงวด ห้ามความสัมพันธ์เชิงชู้สาว

3.จัดตั้งสภากลางสหวิชาชีพด้านสุขภาพจิต มีตัวแทนภาคประชาชนร่วมกำกับ

อาบันย้ำว่า การออกมาพูดครั้งนี้ไม่ใช่ดราม่า แต่เพื่อสร้างระบบที่ปลอดภัยจริง และสังคมควรเริ่มจากการฟังสัญญาณอันตรายเล็ก ๆ ที่อาจช่วยชีวิตใครบางคนไว้ได้

Miss Fabulous Thailand Northeastern 2024 ชี้คำนิยามเพศยังเต็มไปด้วยอคติ-สังคมไทยพร้อมหรือยังกับความหลากหลายทางเพศ

Booking Miss Fabulous Thailand Northeastern 2024 เล่าประสบการณ์การเติบโตในฐานะคนข้ามเพศ พร้อมตั้งคำถามต่อโครงสร้างคำนิยามเพศในสังคมไทยที่กดทับคนหลากหลายทางเพศ เธอชี้ว่าภาษาไทยยังขาดคำเรียกไร้อคติ และเรียกร้องให้คำว่า “กระเทย” กลับมาเป็นคำธรรมชาติ ไม่ใช่คำด่า เธอท้าทายความผูกขาดเพศกับอวัยวะ อธิบายว่าในธรรมชาติมีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดเปลี่ยนเพศตามบทบาทการสืบพันธุ์ ทำไมมนุษย์จึงยึดโยงเพศกับอวัยวะเพียงอย่างเดียว

Booking เล่าช่วงชีวิต 25 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ไม่มีคำว่า LGBTQ+ ในไทย การประกาศตัวเป็นกระเทยทำให้ต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกับคนอื่น เธอย้ำถึงความรุนแรงต่อคนข้ามเพศที่ยังเกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงไทย และเห็นว่าความปลอดภัยสำหรับทุกเพศยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่การฟังและออกแบบนโยบายที่เห็นมนุษย์เป็นมนุษย์ คือหนทางทำให้สังคมไทยปลอดภัยขึ้น

“เราอาจยังไม่รู้คำตอบว่ามันจะเป็นไปได้ไหม แต่ทุกครั้งที่ได้พูด ได้ฟัง และออกแบบสิ่งใหม่ร่วมกัน โลกจะใจดีกับทุกเพศขึ้นอีกนิด” Booking กล่าวทิ้งท้าย

ชีวิตที่ปลอดภัยของคนทุกเพศ คือสังคมที่เป็นธรรม นายกสมาคมเพศวิถีชี้โจทย์ใหญ่รัฐ-สังคมต้องลงทุนสร้างระบบซัปพอร์ต

ด้านจิตติมากล่าวถึงความซับซ้อนของการสร้างความปลอดภัยทางเพศสภาพในสังคมไทย พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่าเหตุใดชีวิตที่ปลอดภัยจึงยังเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยากสำหรับหลายคน

จิตติมาระบุว่า แม้บางคนจะสามารถซื้อความปลอดภัยได้ด้วยฐานะทางเศรษฐกิจ แต่สำหรับอีกจำนวนมาก ความไม่ปลอดภัยกลายเป็นชะตากรรมที่ต้องอยู่กับความหวาดระแวง กังวล และไม่มีภาษาที่จะอธิบายความรู้สึกของตนเองได้ด้วยซ้ำ เธอสะท้อนว่า คนจำนวนมากยังไม่มีแม้กระทั่งพื้นที่จะยอมรับว่าตนเองรู้สึกไม่ปลอดภัย และสิ่งนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในกลุ่มที่มีอำนาจจำกัดในการตั้งคำถามถึงคุณภาพชีวิตของตนเอง

นายกสมาคมเพศวิถีชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้านความเป็นธรรมทางเพศเป็นเรื่องซับซ้อนมากและไม่อาจหวังพึ่งกฎหมายหรือนโยบายเพียงอย่างเดียวได้ สิ่งสำคัญที่สุดกลับอยู่ที่การเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่เป็นเจ้าของปัญหามีโอกาสได้พูด ได้สื่อสาร และได้รับการมองเห็น โดยไม่ผลักภาระความกล้าหาญไว้บนไหล่ของผู้ประสบปัญหาเพียงลำพัง

เธอย้ำว่า สังคมไทยยังขาดการลงทุนด้านระบบซัปพอร์ตอย่างรุนแรงทั้งระบบให้คำปรึกษาที่เข้าถึงได้ การดูแลในชุมชน และโครงสร้างที่ทำให้ผู้ประสบปัญหามั่นใจว่าตนจะได้รับการช่วยเหลือจริง ไม่ใช่เพียงแค่งานรณรงค์หรือกิจกรรมเชิงอีเวนท์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว จิตติมาเสนอว่าการสร้างระบบการทำงานที่เชื่อมโยงกันอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ที่เข้าใจปัญหาสามารถทำงานได้อย่างมีพลังและต่อเนื่อง

ในช่วงท้าย เธออ้างคำกล่าวของนักวิชาการสองท่านเพื่อสรุปโจทย์สำคัญของการทำงานด้านนี้ว่า เราไม่อาจควบคุมผู้กระทำความรุนแรงทุกคนได้ แต่จำเป็นต้องเข้าใจว่าระบบความคิดและโครงสร้างสังคมใดที่ทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมตั้งคำถามว่าในอีก “365 วัน” ที่ไม่ใช่วันรณรงค์ประจำปี สังคมไทยพร้อมหรือไม่ที่จะร่วมกันออกแบบระบบความปลอดภัยและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นจริง

จิตติมาทิ้งท้ายว่า ชีวิตที่ปลอดภัยของคนทุกเพศ คือชีวิตที่สังคมมองเห็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม และมีระบบรองรับที่ทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องหวาดกลัว ไม่ถูกกดทับ และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง พร้อมย้ำว่านี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทั้งรัฐ สังคม และทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลักดันอย่างจริงจัง

แพท Klear ชวนมองชีวิตปลอดภัยของผู้หญิงใน 3 มิติ

แพท รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย ศิลปินวง Klear ร่วมกิจกรรม “Sister Talk” แบ่งปันประสบการณ์และมุมมองเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิง โดยเน้น 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ความรู้ ผู้หญิงควรรู้เท่าทันปัญหาและสัญญาณอันตรายที่อาจเกิดขึ้น, ทางออก ต้องมีระบบช่วยเหลือชัดเจนให้ผู้ที่เผชิญความรุนแรงสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย, และ พลัง (Power) โดยเฉพาะความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถตัดสินใจและก้าวออกจากความสัมพันธ์ที่เสี่ยงได้

แพทเล่าถึงช่วงชีวิตที่อยู่ในความสัมพันธ์ไม่ปลอดภัย ซึ่งเต็มไปด้วยความทุกข์ ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ และการทะเลาะซ้ำซาก เธอจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมชีวิตถึงไม่สุข และตระหนักว่าความรักที่ดีควรทำให้รู้สึกสบาย ไม่ทำร้ายตัวเอง และไม่ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความคิดลบ

เธอเน้นว่า การช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาไม่ใช่เพียงบอกให้ “เลิกเถอะ” แต่ควรอยู่ข้างๆ อย่างไม่ตัดสิน เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ปรึกษา และบอกว่ามีทางออกเมื่อพร้อมก้าวออกมาเอง นอกจากนี้ แพทยังชี้ว่า การสร้างพลังในตัวเอง เช่น การทำงานออนไลน์หรือหารายได้เล็กๆ จะช่วยให้ผู้หญิงมีความมั่นคงและอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น แม้รายได้ไม่มาก แต่ก็เป็นแกนข้างในที่แข็งแรงช่วยให้ชีวิตเดินหน้าต่อได้

ในฐานะแม่ แพทสะท้อนว่าการมีลูกทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอารมณ์ที่ต้องส่งต่อให้ลูก เธอไม่อยากให้ลูกแบกรับความคาดหวังเกินตัว และเชื่อว่าการสอนลูกให้รักตัวเอง มีขอบเขต และกล้าทำตามฝัน เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่ครอบครัวมอบให้ได้

แพททิ้งท้ายว่า หากสังคมไทยมีระบบรองรับผู้ประสบปัญหาได้มากขึ้น ผู้หญิงจำนวนมากจะมีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างปลอดภัย เธอหวังเห็นรัฐและหน่วยงานสนับสนุนที่พักพิงและความช่วยเหลือจริงจัง พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในระบบเพื่อผลักดันให้ความช่วยเหลือเกิดขึ้นจริงในอนาคต

สำหรับในช่วงบ่ายการจัดกิจกรรม Human Library ตัวละครหลังบ้านในงานคุ้มครองผู้ผ่านพ้นความรุนแรง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้พูดคุยกับนักวิชาชีพและผู้ปฏิบัติงานเบื้องหลังการคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหายในคดีความรุนแรงในครอบครัวและคดีทางเพศ โดยมีวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ โรงพยาบาลสระบุรีนักสังคมสงเคราะห์ที่ทำงานกับผู้เผชิญความรุนแรงมานับไม่ถ้วน เชี่ยวชาญทั้งด้านสังคม จิตวิทยา และการประสานความช่วยเหลือทางกฎหมาย ,พ.ต.อ.หญิงปวีณา เอกฉัตร ผู้กำกับการ (สอบสวน) กองบังคับการตำรวจนครบาล 8พนักงานสอบสวนหญิงรุ่นบุกเบิกของไทย กับงานที่ไม่จบแค่การทำสำนวนคดี แต่รวมถึงการให้คำปรึกษาและเสริมพลังผู้เสียหายจากความรุนแรง,กาญจนา ช่วยกูล นักจิตวิทยาชำนาญการ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์นักจิตวิทยาคลินิกที่ทำงานกับผู้มีปัญหาสุขภาพจิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งหลายรายเมื่อค้นลึกลงไป จึงพบว่ารากของปัญหามาจากความรุนแรง

นพ.สมพงษ์ ขวัญเปรม นิติแพทย์ โรงพยาบาลแม่สอดนิติแพทย์จากชายแดนตะวันตกที่ต้องรับมือกับคนไข้หลากหลายสถานะและชาติพันธุ์ที่เผชิญกับโรคทางสังคมที่กัดกิน นั่นคือโรคความรุนแรง ,นัชชา ยอดสุวรรณ ผู้อำนวยการ กองสวัสดิการสังคม อบต.ป่ามะม่วงนักพัฒนาสังคมที่ตั้งคำถามว่า “องค์กรปกครองท้องถิ่นทำอะไรได้บ้าง เมื่อคนในชุมชนเผชิญความรุนแรง?” กับการหาคำตอบผ่านการทำงานอย่างมุ่งมั่นร่วมกับชุมชน ,อังคณา อินทสา ผู้อำนวยการ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลนักสังคมสงเคราะห์จากภาคประชาสังคมที่ทำงานแก้ไขปัญหาความรุนแรง และเป็นผู้ที่จะช่วยไขคำตอบว่าองค์กรภาคประชาสังคมทำอะไรได้บ้างเพื่อจัดการปัญหาเรื้อรังนี้, ธารารัตน์ ปัญญา ทนายความ และผู้ก่อตั้งองค์กร Feminist Legal Support ทนายความรุ่นใหม่ที่เลือกเส้นทางการทำงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้เผชิญความรุนแรง พร้อมแชร์ประสบการณ์ตรงทั้งนอกและในศาล เข้าร่วมพูดคุยกับผู้เข้าร่วมงานด้วย