“ผมอยากให้คนรู้จักทะเล” คุยกับ พาริ พนิตพันธุ์ บริพัตร ณ อยุธยา ช่างภาพวัย 14 เจ้าของนิทรรศการที่พาเราไปดูความงามใต้ทะเล PAY BACK TO THE OCEAN
โลกของท้องทะเล มีความมหัศจรรย์อย่างแปลกประหลาด เมื่อนั่งอยู่บนชายหาด เราอาจได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง แต่ลึกลงไปใต้น้ำ เราอาจพบกับความเงียบ ที่มีเพียงเสียงของสิ่งมีชีวิตที่กำลังแหวกว่ายอยู่ใกล้เราอย่างไม่รู้ตัว
แต่ในความเงียบที่เราอาจจะรู้สึกได้นั้น ด.ช.พนิตพันธุ์ บริพัตร ณ อยุธยา หรือ พาริ ช่างภาพใต้น้ำวัย 14 ปี คนนี้ ดึงเอาความสวยงามของสัตว์ทะเลเหล่านี้ ทะลุความเงียบงันขึ้นมาส่งเสียงให้เราได้ยิน ราวกับพวกมันกำลังแหวกว่ายอยู่กับเคียงข้างเรา แต่งแต้มภาพให้มีเสียงขึ้นมา
เรื่องราวโลกใต้ทะเลของพาริ บอกเล่าผ่านนิทรรศการ PAY BACK TO THE OCEAN จัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่รอให้เราไปดื่มด่ำสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกใต้ทะเล
กว่าจะออกมาเป็นภาพสวยๆ อย่างที่ได้เห็นในนิทรรศการ และ ที่ส่งออกไปประกวดระดับนานาชาติ คงต้องย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นในการถ่ายภาพของเขา

ท้องทะเล เป็นสิ่งที่เขารักและหลงใหลมาตั้งแต่เด็ก เขาชอบไปอควาเรียม ไปเลี้ยงปลา และชอบสัตว์ทะเลมาตลอด เมื่ออายุได้สัก 7-8 ขวบ พาริ ก็เริ่มลองดำน้ำตื้น (Snorkeling) และเมื่อได้เห็นปลาและอื่นๆ ก็กระตุ้นให้เขาอยากเห็นสิ่งนี้มากขึ้น
พาริ จึงเริ่มเรียนดำน้ำกับครู สอบใบอนุญาตดำน้ำได้ตอนอายุ 10 ขวบ ซึ่งเป็นอายุขั้นต่ำ จนค่อยๆเรียนรู้การถ่ายภาพกับครูดำน้ำ ได้เริ่มถ่ายจริงจังในวัย 11 ปี เก็บเอาเทคนิคต่างๆ นำไปฝึกเองต่อ พัฒนาตัวเองเรื่อยมาตลอด 3 ปี
ภาพแรกใต้ทะเลของเขา เกิดขึ้นระหว่างไปเที่ยวทะเลมัลดีฟส์ พาริ เอากล้องคอมแพคธรรมดาลงไปถ่ายภาพ เพราะคิดว่าที่นี่ไม่เหมือนเมืองไทย แต่กลับกลายเป็นว่าภาพดันไม่สวยดั่งใจคิด จนเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้เขารู้สึกว่า ต้องถ่ายให้สวยขึ้น จากปรับกล้องต่างๆไม่เป็น ทุกวันนี้เขาค่อยๆ เรียนรู้จากออนไลน์ จากครู และฝึกหัดถ่ายภาพไปเรื่อยๆ
“พอผมชอบทะเล ผมก็ไปเรียนดำน้ำ เรียนแล้วก็ชอบไปเรื่อยๆ จากนั้นเลยลองเอากล้องลง อยากจะเก็บเป็นโมเมนต์ตอนนั้น แต่พอขึ้นมามันไม่สวยเลย ก็เลยต้องลองฝึกไปเรื่อยๆ เปลี่ยนกล้องไป พอเริ่มทำได้ก็คิดว่า เราเก่งนี่นา เราทำได้ มันไม่เหมือนอย่างอื่นที่เราทำ ก็เลยทำไปเรื่อยๆ ลองอะไรใหม่ๆตลอด”

“การสนอร์เกิลลิ่งกับดำน้ำ มันไม่เหมือนกันเลย พอลงไปลึกๆ แสงหายหมด การถ่ายรูปต่างกันหมดเลย ตัวยากคือแสง บางครั้งพอลึกลงไป มีเมฆผ่านแสงก็ไม่เหมือนเดิม เราจะทำยังไงให้มันดูไม่มืดไป ไม่สว่างไป ให้มันธรรมชาติเหมือนที่ตาเราเห็น ผมอยากให้เราเห็นอย่างไร ถ่ายออกมาให้คนเห็นแบบนั้น สวยจริงๆ แบบเหมือนเห็นด้วยตา เราก็ต้องหาวิธี เรียนรู้จากคนที่ไปดำน้ำด้วยหรือกลับมาหาข้อมูลในออนไลน์กลับไปพัฒนาเพิ่ม ลองทำไปเรื่อยๆ”
เรียนรู้เทคนิคไปมากมาย กระทั่งวันที่เขาลงไปสอบดำน้ำ หยิบยืมไฟฉายครูมาถ่ายภาพกุ้งบนกัลปังหา วันนั้นเองที่เขารู้สึกว่า มันสวย เพราะได้ใช้เทคนิคใหม่ๆตอนนั้นอย่างการใช้ไฟ หลังจากนั้น ไฟฉายและกล้อง จึงเป็นอุปกรณ์คู่ใจ ถ่ายภาพจนชำนาญจึงได้เริ่มขยับรุ่นกล้องจากคอมแพค เป็น DSLR และ Mirrorless ซึ่งนี่เองเป็นสิ่งที่พาริมองว่าเป็นข้อดี หากต้องเริ่มด้วยกล้องใหญ่ที่ต้องปรับอะไรหลายอย่างแล้ว ก็อาจจะไม่ได้ภาพสวยๆเลย

พาริ ขยายภาพการถ่ายภาพใต้น้ำแบบเขาไว้ว่า การถ่ายภาพใต้น้ำมี 2 แบบ คือ เลนส์กว้าง (wide) และ แบบมาโคร (macro) หรือถ่ายเจาะสิ่งเล็กๆ ซึ่งหากเราถ่ายแบบมาโคร เราจะมีพื้นที่ทำงานนิดเดียว ต้องซูมสัตว์ตัวเล็กๆ สิ่งที่ยากคือ ตัวเลนส์เราโฟกัสยากมาก เพราะว่ามันตัวเล็ก ไปเร็ว ต้องถ่ายให้ได้ชัด ขณะที่หลังก็ต้องมืดๆหน่อย สัตว์จะได้สวย เราต้องให้แสงพอดี ซึ่งบางครั้ง เราถ่ายตอนกลางวันที่แดดออกแต่ก็ต้องทำให้หลังมืด
ขณะที่ถ้าถ่ายไวด์ พาริ บอกว่า บางครั้งน้ำมันขุ่น บางครั้งก็ใส น้ำทะเลมีแพลงก์ตอนที่มีตะกอนอยู่ เป็นเรื่องยากที่จะถ่ายไม่โดนเลย ก็ต้องหาที่น้อยที่สุด หามุมลองไปเรื่อยๆ ถ้าปรับกล้องไม่เป็นขึ้นมารูปก็จะเสีย ต้องถ่ายภาพใต้น้ำให้สวยเลย เพราะขึ้นมาปรับอะไรได้น้อยมาก
“ที่เรียนมา ของจริงมันอาจจะเอาไปใช้ไม่ได้เลย เพราะมันไม่เหมือนกับเหตุการณ์ที่เราเจอตอนนั้น เราต้องเปลี่ยน หาวิธีไปเรื่อยๆ เพื่อให้โมเมนต์นั้นเราถ่ายรูปได้ เพราะทุกครั้งทุกอย่างมันเปลี่ยนไป เราไม่มีทางรู้ก่อนเลย”
“การจะถ่ายภาพใต้น้ำให้ดี ต้องดำน้ำให้ได้ก่อน ส่วนใหญ่เวลาเราดำน้ำ สัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ เขาไม่รู้จักเรา ก็กลัว เราต้องนิ่งเพื่อให้ถ่ายได้ เมื่อนิ่งแล้วก็ถึงจะจัดแสงให้ได้ รูปมันมีฝุ่นเยอะ แสงก็ไม่เหมือนกันตลอด เมฆผ่านใต้น้ำก็เปลี่ยนแล้ว แสงสีเขียวก็เยอะ ทุกรูปเราต้องถ่ายไปปรับไป มีหลายอย่างต้องคอนโทรลใต้ทะเล”

แตกต่างจากงานอดิเรกของคนอื่น พาริ ต้องรอที่จะได้ไปออกทริปคว้ากล้องคู่ใจ Nikon Z8 กับอุปกรณ์ที่หนักกว่า 10 กิโลกรัม ลงไปถ่ายภาพใต้ทะเล ออกไปครั้งหนึ่งจึงต้องเอาให้คุ้ม เขาดำน้ำทุกวัน วันละ 4 ไดฟ์ ทั้งกลางวันและกลางคืน ไปอยู่ทีหนึ่งเป็นสัปดาห์ กดชัตเตอร์วันละ 400-500 รูป เลาะมาแล้วทั้ง อันดามัน อ่าวไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ เม็กซิโก
เม็กซิโก เป็นทะเลที่เขาประทับใจ ด้วยมีสัตว์ใหญ่เยอะ ทั้งวาฬ กระเบนเป็นฝูง ด้วยความเป็นทะเลน้ำลึก แตกต่างจากไทย ที่ดำน้ำทั้งอาทิตย์อาจจะเจอกระเบนเพียงตัวเดียว แต่อย่างไรก็ตามพาริบอกว่า ท้องทะเลไทยของเราก็ไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะกับ หลีเป๊ะ ที่ทำให้ได้รูปที่เป็นกัลปังหาที่เขาชอบมาก
และก็ฉลามและวาฬที่เม็กซิโกนี่เอง ที่ทำให้เขาว้าวกับการถ่ายภาพแบบสุดๆ
“ตอนเจอว้าวมาก เขาใหญ่มาก ใหญ่กว่าในรูปที่เราเห็นมากๆ ความรู้สึกในกล้องเรามองว่าเขาเล็ก แต่จริงๆเขาใหญ่มาก มหัศจรรย์สุดๆ”
“เขาไม่ได้น่ากลัว ฉลามใต้น้ำไม่ได้ดุร้ายเหมือนฉลามขาวที่เราดำในกรงอะไรแบบนั้น แน่นอนก็มีโอกาสปะทะเราได้ แต่เราก็ต้องรักษาระยะห่าง เวลาลงไปดำน้ำ ในไซต์ที่มีฉลาม ไกด์ลีดเขาจะช่วยดูแลเรา หากเราไม่แพนิค ฉลามก็ไม่ทำร้ายเรา”

ถ่ายภาพมาสักพัก พาริ ก็ส่งภาพเข้าประกวดในเวทีต่างๆ ด้วยความคิดที่อยากจะพิสูจน์ความสามารถ
“ครั้งแรกที่ส่งประกวด เพราะอยากรู้ว่างานเราดีแค่ไหน ผมส่งเพื่อตัวเอง ไม่ได้อยากจะโชว์ใคร อยากรู้ว่าตัวเองเก่งพอไหม ต้องเรียนรู้อะไรใหม่บ้าง”
พาริ จึงเริ่มส่งภาพเข้าประกวดระดับนานาชาติ ซึ่งสามารถคว้ารางวัลในระดับเยาวชนด้วยกันมาหลายรางวัล ข้อดีของการประกวดระดับนานาชาติอีกอย่างคือ มักจะเกี่ยวกับการอนุรักษ์ และเป็นเวทีที่เราสามารถใช้ทั้งภาพและข้อความสื่อสารให้คนทั่วไปเห็นว่าทะเลสวยและสำคัญอย่างไร แต่กับเวทีซึ่งต้องแข่งขันกับผู้ใหญ่แล้ว เขาบอกว่าเขายังต้องพยายามต่อไป
“ตอนแรกๆ ผมก็คิดว่าภาพผมมันสวย แต่ส่งไปกลับไม่ได้ ก็คิดว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดเราต้องทำให้มันได้ ก็พยายามส่งภาพไปเรื่อยๆ อย่างที่ UPY หรือ Underwater Photographer of the Year ของอังกฤษ ผมส่งมา 3 ปีแล้ว จนปีนี้ได้เข้า Finalist ก็ดีใจ แต่ปีหน้าต้องลองใหม่ มันต้องพยายาม เราแข่งกับคนเก่งๆมีช่างภาพใต้น้ำทั้งโลกแข่งกัน แต่ก็ไม่ใช่การแข่งขันอย่างเดียว เราก็จะสามารถพัฒนาตัวเองได้ด้วย”
“พอแข่งแล้วไม่ได้ ผมก็คิดว่าต้องแข่งให้มันได้ เราจะมองว่ารูปเราสวยคนเดียวไม่ได้ ต้องให้คนอื่นคิดว่าสวยด้วย เราต้องแข่งให้รู้ว่ามันสวยจริงๆนะ ไม่ใช่แค่เราคิดอยู่คนเดียว ข้อดีของการลงแข่งแม้ไม่ชนะ คือเราได้เห็นงานที่ชนะ แล้วพัฒนา เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆนำมาปรับใช้ได้”

และภาพที่สวยงามใต้ท้องทะเลเหล่านั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ PAY BACK TO THE OCEAN ที่พารินำมาจัดแสดงเพื่อส่งข้อความถึงคนที่มาชมว่า ทะเลของแต่ละคนมีความหมายอย่างไร
นิทรรศการดังกล่าว มาจากจุดเริ่มต้นที่พาริเป็นทูตให้องค์กร Manta Trust ของอังกฤษ ซึ่งมีคนทั่วโลกส่งชื่อเข้าไปเพื่อช่วยทะเลผ่านโปรเจกต์ต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวเป็น 4 ส่วน ตั้งแต่แนะนำโลกใต้ทะเล พาไปดูสัตว์ใหญ่อย่างฉลาม วาฬ และ กระเบน ตามมาด้วยภาพทะเลกลางคืน และปิดด้วย Ocean Art ที่เพิ่มแสงและสีในกล้อง ให้ออกมาดูเป็นศิลปะ แต่ละภาพในนิทรรศการใช้เทคนิคการถ่ายภาพที่แตกต่างกัน อย่างที่เขาฝึกฝนมาอย่างยาวนาน
“ใต้ทะเลคือโลกอีกใบหนึ่ง เป็นโลกที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวและสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ทุกทิศทาง บางครั้งความงดงามของทะเลคือภาพของปะการังที่มีฝูงปลาหลากสีสัน แต่ในบางครั้ง ความมหัศจรรย์ของมหาสมุทรกลับซ่อนอยู่ในสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ผู้คนอาจไม่สังเกตเห็น ทั้ง ปลาการ์ตูนที่กำลังดูแลไข่ กุ้งขนตัวเล้กที่มีขนาดไม่ถึง 1 เซนติเมตร หรือ ทากทะเลที่กำลังพรางตัวให้กลมกลืนกับปะการัง การถ่ายภาพใต้น้ำ ทำให้ผมเข้าใจว่ามหาสมุทรคือชีวิต เป็นชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ซับซ้อน และ มหัศจรรย์มาก ใต้ทะเลไม่เคยเหมือนกันเลยในแต่ละวัน การที่เรายังมองไม่เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีอยู่” พาริ บรรยายไว้ใต้ภาพชุดแรกของนิทรรศการ ที่อาจจะบ่งบอกความคิดของเขาที่ถ่ายทอดผ่านนิทรรศการนี้ได้ดีที่สุด

พาริ เผยว่า ทะเลมีความสวยงามหลายอย่าง ไม่ว่าจะชอบสัตว์ตัวเล็ก ตัวใหญ่ อยากให้คนที่ได้มาดูนิทรรศการนี้เห็นว่าเราควรอนุรักษ์ทะเลเพราะมันสวยยังไง เราไม่ได้อยากสื่อว่ารูปเราสวย แต่อยากสื่อว่าท้องทะเลมันสวยยังไง
“ปัญหาของโลกเรา คือ เราไม่ดูแลก็เพราะเราไม่รู้จัก ผมอยากให้คนรู้จักทะเล อยากให้เห็นความสวยงามของทะล แต่เขาจะดูแลหรือไม่เราบังคับใครไม่ได้”
“เมื่อเราเห็นว่าทะเลสวยยังไง ก็จะทำให้คิดว่า เพราะอะไรคนถึงบอกว่าให้ช่วยทะเล อนุรักษ์ทะเล ผมอยากบอกว่าทะเลดียังไง สวยอย่างไร และให้นึกกับตัวเองว่าทำไมต้องอนุรักษ์ก็พอ” พาริ ทิ้งท้าย
เป็นภาพความงามใต้ทะเลที่ชวนกระตุกให้คิด ดั่งชื่อ PAY BACK TO THE OCEAN ที่เขาว่าไว้










รายละเอียดนิทรรศการ
วันที่ 2–14 มิถุนายน 2569 ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เวลา: 10.00-20.00 น.
ชมผลงานเพิ่มเติมได้ที่ www.pariocean.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง



