นับเป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่เกี่ยวกับ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ “ราชสกุลมหิดล” สำหรับ “ประเทศสวิตเซอร์แลนด์” ดินแดนที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของยุวกษัตริย์เมื่อครั้งวัยเยาว์นานถึง 18 ปี
นอกจากพระตำหนักที่ประทับ โรงเรียนทรงศึกษา และสถานที่ต่างๆ ที่คนไทยหลายคนอยากไปตามรอยแล้ว ยังมีเครื่องดนตรีที่เป็น “อนุสรณ์” แห่งความทรงจำที่คนไทยหลายคนไม่เคยรู้ นั่นคือ “เปียโน” ซึ่งได้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีที่ “สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น” ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ในโอกาสที่คณะสื่อมวลชนไทยเดินทางตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ เราได้เข้าพบกับ นายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น สมาพันธรัฐสวิส ที่สถานทูตฯ
ที่นี่ทำให้เราได้พบกับ “เปียโน” เครื่องดนตรีอันทรงคุณค่าในความรู้สึกของปวงชนชาวไทย
ท่านทูตกิตติพงษ์เล่าว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น ได้ดูแลสิ่งของสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ เปียโนไม้สีน้ำตาลเข้มแบบตั้งตรง ยี่ห้อ คาร์ล ฮาร์ดต์ สตุ๊ตการ์ท (Carl Hardt Stuttgart) ผลิตในเยอรมนี ซึ่งถือเป็น “เครื่องดนตรีชิ้นแรก” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงศึกษาในขณะทรงพระเยาว์ เมื่อทรงมีพระชนมพรรษาได้ 9 และ 7 พรรษา ตามลำดับ
“ร้านเปียโนของครอบครัวโลร็องต์ ในเมืองโลซาน รับซื้อเปียโนหลังนี้ไว้ เมื่อเจ้าของร้านสำรวจสภาพการใช้งานก็พบข้อความขีดเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสอยู่ด้านในฝาครอบ แปลได้ว่า เปียโนหลังนี้ตั้งอยู่ในถิ่นพำนักของกษัตริย์แห่งสยามประเทศ ตั้งแต่เมษายน พ.ศ.2477 ถึงกรกฎาคม พ.ศ.2478 ครอบครัวโลร็องต์เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับประเทศไทย จึงได้มอบให้แก่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเบิร์นเก็บรักษาไว้ ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2540 เป็นต้นมา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทรงเปียโนหลังนี้อีกครั้งเมื่อครั้งเสด็จประพาสสวิตเซอร์แลนด์และสถานเอกอัครราชทูตในปี 2543″ ท่านทูตกิตติพงษ์กล่าว
นับเป็นเวลาถึง 20 ปีแล้ว ที่เปียโนประวัติศาสตร์ได้รับการเก็บรักษา ณ สถานทูตแห่งนี้ “ในความคิดของผม เปียโนไม่ควรเก็บไว้ที่สวิส แต่ควรจะส่งกลับมาประเทศไทย ให้คนไทยได้มีโอกาสเห็นกับตาตัวเอง” ท่านทูตกิตติพงษ์กล่าว
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชสวรรคต หลายฝ่ายคาดว่า จะมีคนไทยเดินทางมาตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก ซึ่งท่านทูตกิตติพงษ์ฝากไว้ว่า นอกจากมาดูสถานที่ต่างๆ ที่ในหลวงเคยประทับและเสด็จฯแล้ว อยากให้มองให้ลึกซึ้งลงไปกว่านั้น
“ไทยและสวิสมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาเป็นระยะเวลานาน ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ประพาสยุโรปเมื่อ 120 ปีที่แล้ว ขณะที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันมีมายาวนานถึง 87 ปี ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าประเทศนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2 รัชกาลเคยประทับอยู่ที่นี่”
การเดินทางมาตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 นอกจากมาดูสถานที่ต่างๆ แล้ว สิ่งที่น่าคิดไปกว่านั้นคือ พระองค์ประทับอยู่ที่นี่ 18 ปี ที่นี่ได้สอนอะไรให้พระองค์ทรงเป็นอย่างนี้ ตรงนี้น่าจะเป็นแก่นที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความพอเพียง ความเรียบง่าย รวมถึงพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ซึ่งโดยนิสัยของคนสวิสจะเป็นคนที่เรียบง่าย และมักทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จึงมีส่วนในการหล่อหลอมพระองค์เช่นกัน” ท่านทูตกิตติพงษ์กล่าว
“เปียโนประวัติศาสตร์” อนุสรณ์แห่งความทรงจำ





