นิวซีแลนด์ตอกย้ำจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่ากับการออกเดินทางเป็นพิเศษ เปิดตัว ‘มิชลิน ไกด์ นิวซีแลนด์ 2026’ ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือก 110 แห่ง พร้อม 15 ร้านดาวมิชลิน
มิชลิน ไกด์ (The MICHELIN Guide) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศนิวซีแลนด์ โดยนับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคโอเชียเนีย ครอบคลุมเมือง โอ๊คแลนด์ เวลลิงตัน ไครสต์เชิร์ช และ ควีนส์ทาวน์ โดยมีร้านอาหารในนิวซีแลนด์ที่ได้รับการคัดเลือกมีจำนวนทั้งสิ้น 110 แห่ง โดยมี ร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินจำนวน 1 แห่ง ร้านอาหารระดับ 1 ดาวมิชลินจำนวน 14 แห่ง ร้านอาหารระดับรางวัลบิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) จำนวน 35 แห่ง และร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกใน MICHELIN Selected จำนวน 60 แห่ง
หลังจากการตรวจประเมินแบบไม่เปิดเผยตัวตนเป็นเวลาหลายเดือน คู่มือมิชลินได้มอบรางวัล 2 ดาวมิชลิน ให้แก่ร้าน Essence ในควีนส์ทาวน์ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอีก 14 แห่งจากทั้ง 4 ภูมิภาคได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน ร้านอาหาร 35 แห่งได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) สำหรับการนำเสนออาหารคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า และอีก 60 แห่งได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อร้านอาหารแนะนำอย่างเป็นทางการของคู่มือมิชลินครั้งนี้

ร้าน Essence ในควีนส์ทาวน์ ซึ่งนำโดยเชฟใหญ่ พอล ฟร็อกแกตต์ (Paul Froggatt) เป็นร้านอาหารเพียงแห่งเดียวที่ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน ร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา พร้อมทัศนียภาพกว้างไกลเหนือทะเลสาบวากาติปู ห้องอาหารที่เรียบง่ายและไม่ฉูดฉาดช่วยให้จุดเด่นอยู่ที่อาหารเป็นสำคัญ สำหรับเมนูเทสติ้ง (Tasting Menus) 2 รูปแบบนำเสนอวัตถุดิบตามฤดูกาลระดับพรีเมียมของนิวซีแลนด์ ผสานเทคนิคอันประณีตเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และมุมมองร่วมสมัย
เชฟใหญ่ ฟร็อกแกตต์ แห่งร้าน Essence ในควีนส์ทาวน์ กล่าวว่า การที่ Essence ได้รับรางวัล ไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งดาว แต่เป็นถึงสองดาวมิชลิน นับเป็นความฝันของเรา ผมถือว่ารางวัลนี้เป็นของทุกคนที่เคยก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครัวของเรา ตั้งแต่ทีมเชฟที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถ ทีมบริการหน้าร้าน ไปจนถึงซัพพลายเออร์และเกษตรกรผู้เพาะปลูก นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในเรื่องราวด้านอาหารที่น่าสนใจที่สุดของโลก และเราภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน

ทั้งนี้ ร้านอาหาร 14 แห่งที่คว้ารางวัล 1 ดาวมิชลิน ประกอบด้วย 5 ร้านในโอ๊คแลนด์ 3 ร้านในเวลลิงตัน 2 ร้านในไครสต์เชิร์ช และ 4 ร้านในควีนส์ทาวน์ ได้แก่
โอ๊คแลนด์: Ahi., Mudbrick, Paris Butter, Tala, The Estate
เวลลิงตัน: Jano Bistro, Logan Brown, Ortega
ไครสต์เชิร์ช: Inati, Tussock Hill
ควีนส์ทาวน์: Amisfield, Kika, Rātā, Sherwood
ร้านอาหาร 35 แห่งที่ได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์ ซึ่งยกย่องร้านอาหารที่นำเสนออาหารคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า ประกอบด้วย 13 แห่งในโอ๊คแลนด์ 4 แห่งในเวลลิงตัน 10 แห่งในไครสต์เชิร์ช และ 8 แห่งใน ควีนส์ทาวน์
นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารอีก 60 แห่งที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ The MICHELIN Guide Selected ซึ่งยกย่องความเป็นเลิศด้านอาหาร ประกอบด้วย 28 แห่งในโอ๊คแลนด์ 15 แห่งในเวลลิงตัน 4 แห่งในไครสต์เชิร์ช และ 13 แห่งในควีนส์ทาวน์

เกว็นดัล ปูลเล็นเนค (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักที่การเปิดตัวมิชลิน ไกด์ ในประเทศหนึ่งจะมีร้านอาหารได้รับดาวมิชลินจำนวนมากเช่นนี้ ผลงานของนิวซีแลนด์ถือว่าน่าประทับใจอย่างแท้จริง จุดหมายปลายทางแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงร้านอาหารชั้นเลิศให้เลือกสรรเท่านั้น หากแต่สำหรับผู้ตรวจประเมินของเรา นิวซีแลนด์ยังเผยให้เห็นภูมิทัศน์อาหารร่วมสมัยที่หล่อหลอมจากเอกลักษณ์ของผืนดินและวัตถุดิบในแต่ละพื้นที่ พร้อมด้วยวัฒนธรรมอาหารที่ดำเนินไปอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ
“ทั้งสี่ภูมิภาคต่างเผยให้เห็นมิติที่แตกต่างกันของวัฒนธรรมอาหารนิวซีแลนด์ แต่ทั้งหมดมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือความสะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งสะท้อนผ่านวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลคุณภาพสูง วัตถุดิบสดใหม่ที่ธรรมชาติมอบให้ และปรัชญาการปรุงอาหารที่ให้ความเคารพต่อแก่นแท้ของวัตถุดิบ เปิดโอกาสให้อัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคได้เปล่งประกาย ความบริสุทธิ์นี้ยังสัมผัสได้จากการต้อนรับอย่างจริงใจ เรียบง่าย และเป็นกันเอง ซึ่งพบได้ทั่วทุกแห่ง ตั้งแต่เมืองใหญ่ที่คึกคักไปจนถึงเมืองเล็กอันห่างไกล”

นิวซีแลนด์เป็นที่รู้จักทั่วโลกจากทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ ดินที่เปี่ยมด้วยสารอาหาร ชายฝั่งทะเลอันบริสุทธิ์ และแหล่งน้ำใสสะอาด จึงเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สดใหม่ ปราศจากสิ่งเจือปน และเปี่ยมด้วยรสชาติตามธรรมชาติ ซึ่งร้าน Ortega ในเวลลิงตันสะท้อนคุณค่าดังกล่าวผ่านเมนูอาหารทะเลโดยผสมผสานแรงบันดาลใจจากหลากวัฒนธรรมอาหารทั่วโลกเพื่อดึงเอาความสดใหม่และรสชาติแท้ๆ ตามธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ร้าน Sherwood ในควีนส์ทาวน์ เลือกที่จะใช้วัตถุดิบจากสวนของร้านเองหรือเก็บจากธรรมชาติในท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้อาหารนิวซีแลนด์โดดเด่นไม่ได้มีเพียงอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประสบการณ์ที่รายล้อมอยู่ด้วย ตั้งแต่การรับประทานอาหารชั้นเลิศท่ามกลางไร่องุ่น การออกหาวัตถุดิบจากผืนป่าพื้นเมืองโบราณ การปรุงอาหารด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ ไปจนถึงการชิมอาหารท่ามกลางทิวทัศน์ของขุนเขาสูงตระหง่าน ความงดงาม ความหลากหลาย และความบริสุทธิ์ของธรรมชาติในนิวซีแลนด์ ล้วนหล่อหลอมอารมณ์และความประทับใจของทุกมื้ออาหาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านร้าน Tussock Hill ที่เชื่อมโยงอาหารเข้ากับไร่องุ่นที่เป็นที่ตั้งของร้าน หรือร้าน Mudbrick บนเกาะไวเฮเก (Waiheke) ซึ่งมองเห็นวิวอันกว้างไกลของอ่าวฮาอูรากิ (Hauraki Gulf)


