เปิดโลก ‘Car Culture’ ส่องบรรยากาศ ‘IMPACT Speed Fest 2026’ จุดนัดพบคนรักรถจากทุกคอมมูนิตี้
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี คึกคักไปด้วยบรรดาคนรักรถ นักสะสม และสายไลฟ์สไตล์ที่มาร่วมงาน IMPACT Speed Fest 2026 เทศกาลที่รวบรวมทั้งวัฒนธรรมรถแต่ง มอเตอร์สปอร์ต แฟชั่น และกิจกรรมความบันเทิงไว้ในพื้นที่เดียว โดยปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมย้ายสถานที่จากบริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานีเข้าสู่อาคารชาเลนเจอร์ เพื่อรองรับกิจกรรมและผู้เข้าชมที่หลากหลายมากขึ้น
แม้จะถูกนิยามว่าเป็นงานสำหรับคนรักรถ แต่เมื่อเดินสำรวจภายในงานจะพบว่า IMPACT Speed Fest ไม่ได้มีเพียงการจัดแสดงรถยนต์เท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนวัฒนธรรมของคอมมูนิตี้คนรักรถในหลายมิติ ทั้งงานคราฟต์ การบูรณะรถยนต์ แฟชั่น สตรีทคัลเจอร์ ดนตรี เกม และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจากหลากหลายวงการได้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน

พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน IMPACT Speed Fest 2026 มหกรรมยานยนต์และไลฟ์สไตล์แห่งปี กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีคอมมูนิตี้หรือชุมชนคนรักรถที่หลากหลาย ทั้งชุมชนคนแต่งรถ คอมมูนิตี้ที่รวมตัวแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้องกับวงการรถ ไปจนถึงการแข่งขันรถที่คึกคัก เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับวงการนี้อย่างครบครัน ทั้งสนามแข่งรถระดับมาตรฐานสากล รวมถึงงานแสดงสินค้ายานยนต์ระดับเอเชียที่จัดขึ้นเป็นประจำ แต่กิจกรรมต่างๆยังคงกระจัดกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ โดยไม่มีศูนย์กลางสำคัญที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม จึงเกิดเป็นแนวคิดในการเชื่อมโยงคอมมูนิตี้คนรักรถเข้าด้วยกัน

สำหรับ IMPACT Speed Fest 2026 จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้ย้ายสถานที่จากริมทะเสสาบเมืองทองธานีมาจัดที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 ภายใต้แนวคิด “MOVING THAI RESTORATION CRAFTSMANSHIP FORWARD TOGETHER” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่เวทีสากล
“เป้าหมายสำคัญของการจัดงานนี้ คือ การผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็น “Destination of Car Culture” หรือ ศูนย์กลางวัฒนธรรมยานยนต์ที่ชัดเจนในระดับภูมิภาค ด้วยการเป็นพื้นที่ที่รวบรวมกลุ่มคนรักรถจากหลากหลายคอมมูนิตี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเราไม่ได้มองว่างานนี้เป็นแค่งานโชว์รถ แต่กำลังสร้าง ‘แลนด์มาร์กแห่งวัฒนธรรมยานยนต์’ ที่รวมศิลปะ แฟชั่น ดนตรี และความเร็วเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อพิสูจน์ให้ทั่วโลกเห็นว่า งานคราฟต์และฝีมือการบูรณะรถของคนไทยนั้นยืนหนึ่งไม่แพ้ใครในระดับสากล พร้อมมุ่งสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับวงการยานยนต์ไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลกอย่างยั่งยืน”

หนึ่งในไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจ คือการรวมตัวของบุคคลระดับตำนานในวงการรถแต่งจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Smoky Nagata จาก Top Secret, Isami Amemiyaจาก RE Amemiya, Kei Miura ผู้ออกแบบ Rocket Bunny และ Pandem, Max Orido, Daisuke Mizuguchi จาก HKS, Hironao Yokomaku จาก VeilSide, Michizo Niikura จาก Mine’s และ Chieko Iioka จาก TRUST/GReddy ที่เดินทางมาร่วมพบปะแฟนรถชาวไทยอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ฝั่งไทยก็มีอินฟลูเอนเซอร์และคนดังในวงการยานยนต์มาร่วมสร้างสีสัน อาทิ เบียร์ ใบหยก จาก Top Secret Thailand, โอ๊ต ปราโมทย์ รวมถึงทีม Street Doc ที่ร่วมพูดคุยและพบปะแฟน ๆ ตลอดการจัดงาน
อีกหนึ่งโซนที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือการแสดงดริฟต์จากทีมนักแข่ง D1GP Thailand และนักดริฟต์จากญี่ปุ่น ที่เรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมได้ตลอดการแสดง พร้อมการแข่งขัน BKKC Time Attack ครั้งที่ 4 และโชว์ผาดโผนจาก Red Bull ซึ่งเพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศของงานตลอดทั้งสามวัน
สำหรับสายสะสม งานนี้รวบรวมรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 3,000 คัน จากคาร์คลับทั่วประเทศ รวมถึงรถแต่งระดับตำนานจากสำนักแต่งชื่อดังของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น TOYOTA 86 RS-3 by HKS, Rocket Bunny Nissan GT-R R34, RE Amemiya Mazda RX-7, Top Secret Mazda RX-7 ตลอดจนรถแข่ง Formula 1 จาก Red Bull ที่เปิดให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด



นอกจากรถแต่งและมอเตอร์สปอร์ตแล้ว ภายในงานยังจัดพื้นที่ Restoration Craftsmanship ซึ่งรวบรวมผลงานของช่างบูรณะรถยนต์ชาวไทย ถ่ายทอดฝีมือและความประณีตของงานซ่อมแซมและฟื้นฟูรถคลาสสิก สะท้อนศักยภาพของช่างไทยที่ได้รับการยอมรับในวงการยานยนต์
โซน Automotive Market ก็ได้รับความสนใจจากนักแต่งรถและนักสะสม ด้วยการรวบรวมอะไหล่ ของแต่งรถ และสินค้าลิมิเต็ดจากกว่า 350 แบรนด์ ขณะที่สายแฟชั่นสามารถเลือกชมสินค้าแนวสตรีทและไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ต่างๆ ภายในโซน Fashion & Lifestyle ซึ่งช่วยเติมเต็มภาพของงานให้เป็นมากกว่างานแสดงรถยนต์ทั่วไป








อีกมุมที่ได้รับความนิยมคือ Game Arena ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้ทดลองแข่งขัน Sim Racing และกิจกรรม RC Drift รวมถึง RC Off-Road สร้างประสบการณ์การขับขี่เสมือนจริงที่ได้รับความสนใจจากทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ส่วนใครที่เดินชมงานจนเหนื่อย ยังมีโซน Food Truck รวมร้านอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์ไว้รองรับ ทำให้ผู้เข้าชมสามารถใช้เวลาอยู่ภายในงานได้ตลอดทั้งวัน
IMPACT Speed Fest 2026 สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมรถแต่งในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องสมรรถนะของยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับแฟชั่น งานออกแบบ ไลฟ์สไตล์ และคอมมูนิตี้ของผู้คนที่มีความสนใจร่วมกัน จนกลายเป็นเทศกาลที่เปิดพื้นที่ให้คนรักรถและผู้ที่สนใจวัฒนธรรมร่วมสมัยได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และสัมผัสอีกมุมหนึ่งของวงการยานยนต์ไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

