ทีมนักวิจัยทางด้านโบราณคดีจาก สถาบันมักซ์พลังค์เพื่อมานุษยวิทยาวิวัฒน์ (เอ็มพีไอ อีวีเอ) จากเมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี เผยแพร่ผลงานการค้นพบใหม่ในแหล่งโบราณคดีเลื่องชื่อทาง เจเบล อิร์ฮาด ในเขตนครมาราเกช ทางตะวันตกของประเทศโมร็อกโก โดยค้นพบซากชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ พร้อมทั้งเศษซากกระดูกสัตว์ที่ล่ามาเพื่อปรุงเป็นอาหาร ตรวจสอบอายุพบมีอายุย้อนหลังกลับไปมากถึง 300,000 ปีมาแล้ว ซึ่งถือว่าเก่าแก่กว่าซากฟอสซิลของมนุษย์ (โฮโมเซเปียนส์) เก่าแก่ที่สุดที่เคยพบกันมาแต่เดิมถึง 100,000 ปี

“เจเบล อิร์ฮาด” แหล่งโบราณคดีใกล้กับแนวชายฝั่งด้านตะวันตกของโมร็อกโก มีการขุดค้นเป็นระยะๆ มาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และเป็นแหล่งที่มีความชุกชุมด้านโบราณคดีสูงมาก โดยเฉพาะหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่ส่วนใหญ่มักถูกระบุอายุย้อนหลังไปไม่เกิน 40,000 ปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ทีมขุดค้นซึ่งนำโดย ฌ็อง-ฌาคส์ อูแบล็ง นักวิจัยประจำเอ็มพีไอ อีวีเอ ซึ่งขลุกอยู่กับการขุดค้นในแหล่งโบราณคดีแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2004 ต่อเนื่องมานาน ได้ค้นพบชั้นทางโบราณคดีชั้นใหม่ในแหล่งเดียวกันนี้ ที่พบหลักฐานทางโบราณคดีมากมาย ตั้งแต่หินเหล็กไฟ ที่มีร่องรอยถูกเผาด้วยความร้อน, ชิ้นส่วนของกระดูกและกะโหลกจากมนุษย์โบราณ 5 คน รวมถึงชิ้นส่วนของกระดูกที่เหลือของตัว กาเซลล์ (สัตว์กีบจำพวกเดียวกับละมั่งหรือเนื้อ), ม้าลาย, ตัววิลเดอบีสต์ และสัตว์ที่ถูกล่ามาเป็นอาหารอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเสือดาวและสิงโตอีกด้วย

อูแบล็งและทีมรายงานเอาไว้ว่า กะโหลกศีรษะที่พบเห็นได้ชัดว่าเป็นของมนุษย์ยุคใหม่ ที่เป็นบรรพชนของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน หรือโฮโมเซเปียนส์ แม้ลักษณะรวมของศีรษะจะยาวและแคบกว่าเล็กน้อยก็ตาม เมื่อนำทั้งเครื่องมือหินและกระดูกทั้งหมดไปตรวจสอบอายุด้วยวิธีการกำหนดอายุแบบใหม่ รวมทั้งวิธี “ลูมิเนสเซนซ์ เดทติ้ง” พบว่ามีอายุอยู่ระหว่าง 300,000 ถึง 350,000 ปี ซึ่งทำให้ทีมขุดค้นสรุปว่าแหล่ง “เจเบล อิร์ฮาด” นอกจากจะเป็นแหล่งโบราณคดีมนุษย์โบราณที่ชุกชุมที่สุดแล้ว ยังเป็นแหล่งโบราณคดีที่เกี่ยวกับมนุษย์ยุคหินกลางในแอฟริกาที่เก่าแก่ที่สุดอีกด้วย
ศาสตราจารย์อูแบล็งระบุว่า ซากกระดูกมนุษย์โฮโมเซเปียนส์ที่เก่าแก่ที่สุดเดิมนั้นมีอายุย้อนหลังไปเพียง 195,000 ปี พบในพื้นที่ของประเทศเอธิโอเปีย ซึ่งอยู่ในอีกฟากตรงกันข้ามกับโมร็อกโกในทวีปแอฟริกา เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบกัน อูแบล็งชี้ว่า การค้นพบใหม่นี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์โฮโมเซเปียนส์นั้นกระจายกันอยู่ทั่วทวีปแอฟริกา ไม่ได้มีแหล่งกำเนิดแหล่งเดียวเหมือนที่เชื่อกันว่ามี “สวนอีเดน” ที่เป็นต้นธารกำเนิดมนุษย์ยุคปัจจุบันนี้เพียงที่เดียวเหมือนที่เชื่อกันก่อนหน้านี้
คริส สตริงเกอร์ กับ จูเลีย กัลเวย์-วิทแมน นักวิชาการประจำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งอังกฤษ เขียนบทความแสดงความคิดเห็นประกอบรายงานชิ้นนี้ของอูแบล็งและทีมวิจัย แสดงความเห็นพ้องกับข้อสรุปของทีมวิจัยที่ระบุว่า นี่เป็นการค้นพบหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการช่วงแรกสุดของมนุษย์โฮโมเซเปียนส์เท่าที่เคยพบกันมา
และถือเป็นการค้นพบน่าอัศจรรย์ล่าสุดที่ทำให้ต้องเขียนประวัติศาสตร์ของมนุษย์ยุคโบราณใหม่อีกครั้ง

