“ผ้าฝ้าย” ถือเป็นหนึ่งที่อยู่ในกิจกรรมการดำรงชีวิตตั้งแต่เกิดจนเติบโตขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนไทยที่ในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ มีภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้ายสืบทอดกันมานาน ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณที่จะสืบสานให้ราษฎรมีอาชีพจากการทอผ้า
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) จึงได้นำเอาภูมิปัญญาไทยนี้มาเป็นหัวใจหลักจัดโครงการ “ฝ้ายทอใจ” ครั้งที่ 10 โดยจัดงานแถลงข่าว ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชูแนวคิด “วิถีไทย ร่วมสมัย ด้วยฝ้ายทอมือ” เพื่อสนับสนุนงานผ้าฝ้ายศิลปาชีพให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น
อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ เผยว่า “ผ้าฝ้ายถือเป็นภูมิปัญญาของไทยที่สืบทอดมานานและมีเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน เช่น การย้อมผ้าลาวครั่งที่อุทัยธานี การย้อมครามสกลนคร ในปัจจุบันผ้าฝ้ายได้แปรรูปไปหลากหลายอย่างทั้งเครื่องประดับ เครื่องทอ ไม่ใช่แค่เฉพาะเครื่องนุ่งห่มเท่านั้น รวมทั้งมีกรรมวิธีต่างๆ เข้าไปพัฒนา อย่างการย้อมสีที่คงทนขึ้น ระบายอากาศดีซักเร็วแห้งไวไม่ต้องรีด ก็ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจมากขึ้น
ความพิเศษของงานครั้งนี้คือ การออกแบบลายผ้าขึ้นเป็นพิเศษเพื่อจำหน่ายภายในงาน ซึ่งปีนี้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ออกแบบ 5 ลายพิเศษ ได้แก่ กุหลาบควีนสิริกิติ์, เส้นสีของผีเสื้อ, ปลาตะเพียนทองในสายน้ำพระทัย, สีสวยบนบอนสี และปูราชินี กษัตรี 5 รอบ โดยได้ เอก ทองประเสริฐ นักออกแบบชื่อดังมาออกแบบชุดในคอลเล็กชั่น “แสงเดือน”



เอก ทองประเสริฐ เผยว่า ผ้าฝ้ายเรียกว่าได้รับความนิยมในวัยรุ่นมากขึ้น เนื่องจากเป็นเส้นใยธรรมชาติระบายร้อนได้ดี และไม่ใช้สารเคมี ทำให้ย่อยสลายง่าย โดยสามารถดีไซน์ให้ใส่ได้ทุกช่วงวัย คนทำงานหรือวัยรุ่นอาจดีไซน์เป็นสูทแจ๊กเก็ตสบายๆ ให้เข้ารูปได้ ขณะที่ผู้สูงอายุสามารถดีไซน์ให้หลวมใส่ง่ายเพื่อความสบายตัว ไม่จำเป็นที่ฝ้ายจะใส่หลวมๆ อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งคอลเล็กชั่นนี้ได้ทำโครงสร้างแบบเรขาคณิตให้เข้ารูปใส่ง่ายสำหรับทุกวัย
งานฝ้ายทอใจจะจัดขึ้น ณ วันที่ 22-25 มิถุนายนนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดงาน ในวันที่ 22 มิถุนายน ณ ศูนย์ส่งเสริม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา



