จากเรือนคหบดีริมแม่น้ำกก สู่ ‘คหวดี เชียงราย’ โรงแรมเครือฮิลตัน แห่งแรกในภาคเหนือ
ริมฝั่งแม่น้ำกกที่ทอดตัวผ่านเมืองเชียงราย ยังมีบางพื้นที่ซึ่งเก็บเรื่องราวของเมืองเอาไว้มากกว่าที่สายตาจะมองเห็น ทั้งความทรงจำของบ้านเรือนเก่า วิถีชีวิตของผู้คนริมสายน้ำ ตลอดจนเรื่องราวของเหล่า “คหบดี” หรือพ่อค้าผู้มั่งคั่งในอดีต ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการค้าขายและการเดินทางของเมืองเหนือแห่งนี้
วันนี้เรื่องราวเหล่านั้นได้รับการตีความขึ้นใหม่ กลายเป็น “คหวดี เชียงราย คิวริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน” โรงแรมใหม่ริมแม่น้ำกก ซึ่งนับเป็นโรงแรมแรกของเครือฮิลตันในภาคเหนือของประเทศไทย และเป็นสมาชิกของ Curio Collection by Hilton แบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับโรงแรมซึ่งมีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เบื้องหลังการถือกำเนิดขึ้นของคหวดีนั้น เกิดขึ้นจากครอบครัว “จิตรสกุล” ตระกูลนักธุรกิจเก่าแก่ของเชียงรายที่เติบโตเคียงคู่เมืองมาหลายทศวรรษ จากธุรกิจยานยนต์ที่เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของครอบครัว สู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ภาคเหนือ การเดินทางของครอบครัวจิตรสกุลจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องของการขยายธุรกิจ
หากยังสะท้อนความตั้งใจที่จะสร้าง “เลกาซี่” หรือมรดกที่ส่งต่อทั้งในมิติขององค์ความรู้ เศรษฐกิจ และเรื่องราวของท้องถิ่นให้เดินหน้าต่อไปพร้อมกับเมือง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 ครอบครัวจิตรสกุลเข้าซื้อกิจการโรงแรมริมกก รีสอร์ท ก่อนจะพัฒนาต่อมาเป็น “เวียงอินทร์ รีเวอร์ไซด์” ด้วยมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท นับเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะพลิกฟื้นผืนดินริมแม่น้ำกก 80 ไร่แห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

โดย “เรืองชัย จิตรสกุล” มองเห็นศักยภาพของพื้นที่และต้องการพัฒนาให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถต้อนรับผู้มาเยือนจากหลากหลายพื้นที่ กระทั่งการเข้ามาสานต่อของทายาทรุ่นที่ 3 “อังคณา จิตรสกุล” ซึ่งมองเห็นโจทย์ของการทำธุรกิจในยุคใหม่ว่า การสร้างโรงแรมไม่ควรหยุดอยู่เพียงการมอบความสะดวกสบาย
แต่ควรเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองได้ด้วย จึงเกิดแนวคิดในการนำ “ตำนานและเอกลักษณ์ท้องถิ่น” มาผสานเข้ากับ “มาตรฐานการบริการระดับโลก” นำไปสู่การลงทุนครั้งใหญ่กว่าพันล้านบาท เพื่อพลิกโฉมพื้นที่แห่งนี้และสร้างบทใหม่ให้กับเรื่องราวริมแม่น้ำกก จากรากฐานของครอบครัวที่ผูกพันกับเชียงรายมายาวนาน คหวดีจึงไม่ได้ถูกวางให้เป็นเพียงที่พักหรูหราอีกแห่งบนแผนที่เมือง หากแต่เป็นความพยายามที่จะนำเรื่องราวเดิมของพื้นที่กลับมาเล่าใหม่ ผ่านสถาปัตยกรรม งานศิลปะ อาหาร งานหัตถกรรม และวิถีชีวิตริมแม่น้ำกก ภายใต้แนวคิด “Beyond the Frame” ที่ชวนมองเชียงรายให้ไกลกว่าภาพจำเดิมๆ

และวันนี้ได้รับการพลิกโฉมครั้งใหญ่ กลายเป็นโรงแรมระดับพรีเมียมจำนวน 167 ห้อง โดยแนวคิดสำคัญของโครงการมาจากคำว่า “คหบดี” ซึ่งหมายถึงพ่อค้าผู้มั่งคั่งในสังคมล้านนา นำมาผสมกับเรื่องราวของ “เรือน” หรือคฤหาสน์ที่เปิดรับแขกบ้านแขกเมือง กลายเป็นภาพของบ้านพ่อค้าริมน้ำที่เต็มไปด้วยชีวิต ความอบอุ่น และมิตรไมตรี
โจทย์นี้ถูกถ่ายทอดผ่านงานออกแบบของ P49 Deesign สตูดิโอสถาปัตยกรรมไทยที่นำรายละเอียดจากภูมิปัญญาล้านนามาตีความใหม่ ตั้งแต่โครงสร้างเรือนไม้ การเลือกใช้วัสดุพื้นถิ่น เทคนิคงานสาน ไปจนถึงผลงานของศิลปินและช่างฝีมือในพื้นที่ ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่การตกแต่งให้ดู “ล้านนา” แบบตรงไปตรงมา หากแต่เป็นการหยิบองค์ประกอบบางอย่างมาสร้างบรรยากาศใหม่ ทำให้พื้นที่มีความร่วมสมัย ขณะเดียวกันยังสัมผัสได้ถึงรากของสถานที่


อเล็กซานดรา เมอร์เรย์ (Alexandra Murray) รองประธานระดับภูมิภาคและหัวหน้าฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครือโรงแรมฮิลตัน กล่าวว่า “นอกเหนือจากด้านการเติบโตของฮิลตันในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว การเลือกเชียงรายเป็นที่ตั้งของ Curio Collection by Hilton ครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับโลกกำลังเคลื่อนไปในปัจจุบัน ที่กำลังมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับเรื่องราวของพื้นที่อย่างแท้จริง

งานวิจัยของ Oxford Economics ระบุว่า นักเดินทางกว่า 72% เลือกใช้จ่ายไปกับกิจกรรมท้องถิ่นมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเดิม โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับความหมายและประสบการณ์เฉพาะตัว และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่จับต้องได้ ทำให้เมืองรองที่เคยถูกมองข้าม จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่แบรนด์โรงแรมระดับโลกกำลังให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับคหวดีนั้น นอกจากสถาปัตยกรรมแล้ว ยังมี “อาหาร” ที่เป็นประตูอีกหนึ่งบานที่จะพาผู้มาเยือนเข้าไปทำความรู้จักกับเชียงรายอย่างใกล้ชิด เริ่มต้นที่ “Larderley” ห้องอาหารนานาชาติซึ่งนำแนวคิดของ “ปิ่นโต” มาตีความเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การรับประทานอาหาร สะท้อนวัฒนธรรมการแบ่งปันและสำรับอาหารในแบบที่คุ้นเคยของคนไทย ก่อนจะนำเสนอผ่านเมนูร่วมสมัยที่เหมาะกับทั้งมื้อสบายๆ และการนั่งรับประทานอาหารแบบใช้เวลา

ถัดมาคือ ห้องอาหารท่าเสบียง (Tasabiang) ห้องอาหารริมน้ำที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากทำความรู้จักอาหารเหนืออย่างจริงจังมากขึ้น เนื่องจากมีการนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาปรุงเป็นอาหารเหนือรสชาติต้นตำรับ พร้อมเรื่องราวของสูตรอาหารที่ได้รับการส่งต่อมาอย่างยาวนาน ประกอบกับการได้นั่งรับประทานอาหารริมแม่น้ำกก ท่ามกลางบรรยากาศที่ออกแบบให้ชวนให้นึกถึง “ท่าน้ำ” ในอดีต ยิ่งทำให้มื้ออาหารกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ไม่ใช่เพียงมื้อหนึ่งที่แวะรับประทานระหว่างวัน

ส่วน “The Ledger” บาร์แห่งเดียวของโรงแรม หยิบยกแรงบันดาลใจจาก “สมุดบัญชี” ของพ่อค้าในอดีต มาสร้างเป็นพื้นที่สำหรับพบปะและพูดคุย พร้อมเครื่องดื่มที่เล่าเรื่องการเดินทางของวัตถุดิบ รสชาติ และวัฒนธรรมที่หลากหลายของภูมิภาค จากมื้ออาหารไปจนถึงแก้วเครื่องดื่ม ทุกอย่างจึงมีเรื่องราวของเชียงรายซ่อนอยู่โดยไม่จำเป็นต้องเล่าอย่างตรงไปตรงมา
หากการเดินทางคือการออกไปพบเจอสิ่งใหม่ การเข้าพักที่คหวดี ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่ชวนให้เราได้หยุดนิ่ง และไม่จำเป็นต้องทำอะไรไปมากกว่าการปล่อยตัวเองให้พักผ่อนอย่างเต็มที่ กับบริการ “eForea Spa” ศาสตร์ “ตอกเส้น” ภูมิปัญญาล้านนาที่สืบทอดกันมายาวนาน ถูกนำมาประยุกต์เข้ากับประสบการณ์สปา เพื่อช่วยคลายความตึงล้าของกล้ามเนื้อ

พร้อมเติมกลิ่นอายท้องถิ่นลงในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ขณะที่ยามเช้า ผู้เข้าพักสามารถเริ่มต้นวันอย่างเนิบช้าด้วย โยคะและ Sound Healing ริมแม่น้ำ ปล่อยให้เสียงของสายน้ำและจังหวะของธรรมชาติค่อยๆ พาร่างกายเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย ก่อนออกไปทำความรู้จักเชียงรายในแต่ละวัน
สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสเชียงรายผ่านรสชาติและวัตถุดิบท้องถิ่น ที่นี่ยังมีกิจกรรม “คลาสทำอาหารล้านนา” ซึ่งเลือกใช้ผักจากสวนของโรงแรมและวัตถุดิบสดใหม่จากตลาดท้องถิ่นในรูปแบบ “Market-to-Table” ทำให้มื้ออาหารไม่ได้จบลงเพียงการได้ลิ้มรสอาหารเหนือแต๊ๆ หากยังเป็นโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ทำความรู้จักวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง และเรื่องราวเบื้องหลังสำรับล้านนา ผ่านการลงมือทำด้วยตัวเอง



อีกหนึ่งเสน่ห์ของคหวดีคือ “ทำเลริมแม่น้ำกก” ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายเพียงประมาณ 10 นาที จึงสามารถใช้ที่นี่เป็นทั้งพื้นที่สำหรับพักใจและจุดตั้งต้นในการออกไปสำรวจเมืองได้ในเวลาเดียวกัน จากโรงแรมสามารถเดินทางไปยัง “วัดร่องเสือเต้น” เพื่อชมงานสถาปัตยกรรมและศิลปะร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของเชียงราย หรือขยับออกไปสัมผัสบรรยากาศของ “ไร่ชาดอยแม่สลอง” และหากมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย ก็สามารถวางแผนไปถึง “ภูชี้ฟ้า” หรือ “สามเหลี่ยมทองคำ” ได้ภายในทริปเดียว

โรงแรมคหวดี กำลังเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกให้เข้ามาสัมผัส ชวนให้ใช้เวลาอย่างช้าๆ และค่อยๆ ค้นพบด้วยตัวเองว่า เหตุใดเชียงรายจึงเป็นเมืองที่ควรค่าแก่การมาเยือนสักครั้ง

