เส้นทางแนวคิด ฮองเฮาตาต้า จากผู้บุกเบิกทัวร์ฮ่องกง สู่มุมมองการมูเตลูอย่างมีสติในยุค 9
ในแวดวงการท่องเที่ยว และการศึกษาเส้นทางสายมูเตลูที่ฮ่องกง ชื่อของ “ฮองเฮาตาต้า”
รัชต์สกล พันธ์ดาสุวรรณ แห่งบริษัท ริชเวิลด์ โฮลเซล จำกัด เป็นที่คุ้นเคยกันดี ในฐานะผู้ให้บริการทัวร์รายใหญ่รายหนึ่ง ที่ได้รับความไว้วางใจจากเอเจนซี่ในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง โดยในแต่ละเดือนได้รับเกียรติให้ดูแลคณะเดินทางสู่ฮ่องกงกว่า 300 กรุ๊ป ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปี เริ่มต้นตั้งแต่การเป็นไกด์นำเที่ยว เรียนรู้ผ่านอุปสรรคและสมรภูมิธุรกิจมากมาย จนสามารถสร้างรากฐานบริษัทริชเวิลด์ โฮลเซล ให้เติบโตภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ตลอดเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ฮองเฮาตาต้าได้มีโอกาสพบปะกับซินแสและหมอดูมากมาย และได้รับเกียรติเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการประสานงาน จัดหา และแนะนำสถานที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในฮ่องกงให้กับคณะทัวร์และอาจารย์หลายๆ ท่าน จนสถานที่เหล่านั้นกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ชาวไทยหลั่งไหลไปกราบไหว้จนถึงปัจจุบัน จึงอาจกล่าวได้ว่า ฮองเฮาตาต้า เป็นหนึ่งในผู้ร่วมบุกเบิกและบ่มเพาะ กระแสการศึกษาเส้นทางสายมูเตลูในฮ่องกงมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น
จากใจที่เคยต่อต้าน สู่การเปิดรับด้วยประสบการณ์จริง
แม้ในวันนี้จะยืนอยู่ในฐานะผู้แนะนำแนวทางสายมู แต่ในอดีต ฮองเฮาตาต้า เคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ให้ความเลื่อมใสในเรื่องดวงชะตาหรือศาสนาเลย และค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก
“ต้องยอมรับตามตรงค่ะว่าเมื่อก่อนเราทำงานตรงนี้ พบเจอหมอดูและซินแสมานับไม่ถ้วน ด้วยความที่ตอนนั้นเราเชื่อในหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง ไม่เคยดูดวง ไม่เชื่อเรื่องศาสนาเลย สมัยที่เป็นไกด์เคยมีซินแสเข้ามาทัก ด้วยความที่เราเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงและค่อนข้างตรงไปตรงมา ก็เคยคิดในใจว่าชีวิตของคนที่ทักเราดีพอหรือยัง ถ้ายังไม่ดีเท่าเรา ก็ไม่อยากให้มาทัก อยากให้เขากลับไปดูแลชีวิตตัวเองก่อนมากกว่า”
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หันกลับมาทบทวนความคิด เกิดขึ้นจากการได้ร่วมเดินทางกับลูกค้ารายหนึ่ง
“กระทั่งวันหนึ่งได้เจอกับลูกค้าท่านหนึ่ง วันแรกที่เขาเดินทางมาไหว้ขอพร เขาเป็นเพียงเด็กธรรมดาๆ คนหนึ่งที่แม้แต่ตอนจะซื้อธูปไหว้พระ ยังต้องนั่งคำนวณเงินอย่างถี่ถ้วนเป็นเงินไทย แต่หลังจากที่เขาได้มาขอพรและกลับมาอีกครั้ง เขาสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นซีอีโอมูลค่าธุรกิจระดับร้อยล้าน เหตุการณ์นั้นทำให้เราหันกลับมามองดูสิ่งรอบตัว และเริ่มศึกษาศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างจริงจัง เรียนรู้อย่างลึกซึ้งและลงมือพิสูจน์ด้วยตัวเอง ซึ่งศาสตร์เหล่านี้ไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อเราศึกษาจนเห็นผลลัพธ์และประสบความสำเร็จแล้ว การที่เรานำพาผู้คนมาร่วมไหว้ขอพรในทุกวันนี้ จึงเป็นการบอกเล่าและถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรง รวมถึงความรู้ที่ตั้งใจศึกษามาตลอดชีวิต”
นอกจากนี้ ฮองเฮาตาต้า ยังได้แบ่งปันข้อคิดเกี่ยวกับความหลากหลายในวงการหมอดูและซินแส เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนมีสติในการเลือกเชื่อ เพราะในบางครั้งอาจพบเจอการแสดงออกที่เกินพอดี หรือขัดต่อกฎหมายท้องถิ่นของฮ่องกง เช่น การแสดงอาการทรงเจ้าเข้าผีในสถานที่สาธารณะซึ่งอาจทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตักเตือนได้ การจะเลือกเชื่อหรือศรัทธาสิ่งใด จึงอยากแนะนำให้ศึกษาด้วยเหตุผลและวิเคราะห์ให้ดีก่อนเสมอ

ผ่านมรสุมชีวิต รอดพ้นวิกฤตด้วยอานิสงส์แห่ง “การให้”
เส้นทางชีวิตของฮองเฮาตาต้าไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ผ่านความท้าทายมาทุกรูปแบบ เคยประสบปัญหาหนักจากการถูกคนสนิทที่นับถือกันมานานกว่า 20 ปีทุจริตเรื่องตั๋วเครื่องบินจนสูญเสียเงินไปหลายล้านบาท แต่ด้วยทัศนคติที่ไม่จมอยู่กับอดีต เลือกที่จะเดินหน้าต่อเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่า จนกระทั่งมาเจอวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างรุนแรง ชีวิตดิ่งลงจนถึงจุดที่ต้องตัดสินใจขายทรัพย์สินและคอนโดมิเนียม แล้วผันตัวไปทำธุรกิจรีโนเวทบ้านมือสองเพื่อประคองตัว แม้ต่อมาจะเจอปัญหาการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่ยากขึ้นจนชีวิตผันผวนอีกครั้ง แต่สุดท้ายเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย การกลับมาทำธุรกิจทัวร์อีกครั้งด้วยความมุ่งมั่น กลับทำให้ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าเดิม
“เราเข้าใจความรู้สึกของคนที่ชีวิตอยู่ในช่วงดิ่งลงและต้องการที่พึ่งทางใจเป็นอย่างดีค่ะ จึงตั้งใจขอเป็นที่ปรึกษาและทำหน้าที่เสมือนผู้รับใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในการนำพาพี่น้องชาวไทยไปรับพลังงานดีๆ ที่ฮ่องกงอย่างถูกวิธี สิ่งที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านโปรดคือกลิ่นธูปและการกราบไหว้ด้วยความจริงใจ ยิ่งเราเป็นผู้ให้ นำพาคนมาสร้างบุญ เราก็ยิ่งได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทน แต่สิ่งหนึ่งที่เราตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ทำเด็ดขาด คือการขายวัตถุมงคล เพราะเราเกรงว่าจะทำให้ความน่าเชื่อถือและความตั้งใจจริงของเราดูลดน้อยลงไป สิ่งที่เราเลือกทำคือการจัดหาและแจกฟรี เพื่อให้ทุกท่านนำไปเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ช่วยให้ทุกคนมูได้อย่างถูกวิธีและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน”
ด้วยปรัชญาการทำธุรกิจที่เน้นการดูแลด้วยใจ มุ่งเน้นปริมาณการบริการมากกว่าการตั้งกำไรที่สูงเกินควร ประกอบกับความซาบซึ้งในบารมีของพระแม่จิ่วเทียนและวัดหลินฟ้าที่ช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นวิกฤต ฮองเฮาตาต้าจึงได้จัดสร้าง “เหรียญพระแม่จิ่วเทียน และ แผ่นทองวัดหลินฟ้า” เพื่อนำมาแจกจ่ายเป็นทานบารมีฟรีให้แก่ลูกค้าและผู้ที่แวะเวียนมาเยี่ยมชม ที่ออฟฟิศของริชเวิลด์ เพื่อส่งต่อขวัญ กำลังใจ และความเป็นสิริมงคลให้ทุกคนเติบโตก้าวหน้าไปด้วยกัน
เคล็ดลับการมูเตลูในยุค 9: ปรับเปลี่ยนมุมมองให้สอดคล้องกับปัจจุบัน
ฮองเฮาตาต้า อธิบายถึงศาสตร์ฮวงจุ้ยว่า ในปัจจุบันโลกได้ก้าวเข้าสู่ “ยุค 9” (ยุคธาตุไฟ) อย่างเต็มตัวแล้ว พลังงานและบริบทต่างๆ ได้แปรเปลี่ยนไปจากยุค 8 ในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน
“หากเป็นยุค 8 ที่ผู้คนเริ่มศึกษาการมูเตลูเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เรามักจะนิยมเดินทางไปกราบไหว้ตามวัดต่างๆ ที่คุ้นเคย แต่ในวันนี้ พลังงานฮวงจุ้ยของโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว หากเราอยากได้รับพลังงานที่สอดคล้องและส่งเสริมความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว แนะนำให้บูชาองค์ประธานแห่งยุค 9 คือ เจ้าแม่จิ่วเทียนเสวหนี่ อย่างไรก็ตาม วัดเดิมๆ ที่เราเคยไปกราบไหว้นั้น ท่านยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์และสามารถไปขอพรได้ตามปกติเช่นเดิมค่ะ เพียงแต่ว่าหากเราอยากให้ชีวิตขับเคลื่อนได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น การกราบไหว้ให้สอดคล้องกับยุคสมัยตามหลักฮวงจุ้ยใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจ”
ทำความรู้จัก “เจ้าแม่จิ่วเทียนเสวหนี่” ประธานแห่งยุค 9
สำหรับการเดินทางไปรับพลังงานดีๆ ที่ฮ่องกงในยุค 9 นี้ ฮองเฮาตาต้า พร้อมด้วย “ซินแสตงฟาง” แนะนำให้ร่วมกันสักการะ “พระแม่จิ่วเทียนเสวหนี่” หรือเทพีแห่งสวรรค์ชั้น 9 ผู้ซึ่งตามตำราโบราณยกย่องให้เป็นปรมาจารย์ผู้รังสรรค์ตำราฮวงจุ้ยในยุคแรกเริ่ม พระองค์ทรงมีพลังหยินและหยางที่สมดุล เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถทั้งด้านวิชาการและกลยุทธ์ (บุ๋นและบู๊) โดดเด่นในการประทานสติปัญญา ความกล้าหาญ แนวคิดในการดำเนินธุรกิจ ความรัก และโชคลาภ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหาร นักธุรกิจ และสตรีในยุคสมัยใหม่ เพราะในยุคนี้การขับเคลื่อนธุรกิจมีความท้าทายสูง การพึ่งพาเพียงโชคชะตาอาจไม่เพียงพอ แต่การมีสติปัญญาและกลยุทธ์ที่เหนือชั้นควบคู่ไปด้วย จะช่วยให้เราเป็นผู้โชคดีอย่างยั่งยืน
4 แนวทางปฏิบัติในการขอพรอย่างมีสติและสง่างาม เพื่อให้การเดินทางไปขอพรประสบความสำเร็จและรักษาภาพลักษณ์อันดีงาม ฮองเฮาตาต้าได้สรุปเคล็ดลับไว้ 4 ประการ ดังนี้
1. เน้นย้ำเรื่องหน้าที่การงานและธุรกิจก่อน ในยุคสมัยนี้ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นรากฐานสำคัญ เมื่อเรามีความพร้อมทางการเงิน สมองจะปลอดโปร่ง และสามารถใช้ศักยภาพรวมถึงปัจจัยต่างๆ มาแก้ไขปัญหาในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ตั้งจิตขอพรทีละ 1 เรื่อง แนะนำให้เลือกเรื่องที่สำคัญและต้องการมากที่สุดเพียงเรื่องเดียวในขณะนั้น เมื่อความปรารถนานั้นประสบความสำเร็จแล้ว จึงค่อยกลับมาขอบพระคุณและขอพรในเรื่องถัดไป
3. กราบไหว้ด้วยความสำรวมและมีมารยาท ตามความเชื่อ เทพเจ้าทรงโปรดความสงบและความนอบน้อม ไม่ควรส่งเสียงดังอื้ออึงในสถานศักดิ์สิทธิ์ หากมีผู้นำกล่าวเปิดโองการสวรรค์ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะและสุภาพ จะยิ่งช่วยเสริมความสมบูรณ์และเป็นระเบียบเรียบร้อย
4. งดเว้นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อยากฝากความห่วงใยถึงพี่น้องสายมูชาวไทยทุกท่าน ให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจสร้างความเสียหายแก่โบราณสถานหรือส่งผลต่อภาพลักษณ์ส่วนรวม เช่น การนำแผ่นทองไปแปะตามองค์กังหันโบราณอายุร้อยปีจนเกิดคราบฝังลึก หรือความเชื่อที่ผิดหลักการ เช่น การทิ้งสิ่งของส่วนตัวหรือกางเกงชั้นในไว้บนเครื่องบิน เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้เกิดความร่ำรวย แต่กลับสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น การไปขอพรที่ดี ควรไปด้วยความเคารพและไม่สร้างปัญหาให้ใครวิพากษ์วิจารณ์ได้




