‘บ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน’ คว้ารางวัลใหญ่ กวาดแชมป์สุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษ 3 ประเภท

15.09.26 | 16:22 น.

‘บ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน’ คว้ารางวัลใหญ่ กวาดแชมป์สุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษ 3 ประเภท

ชื่อของ “กาแฟน่าน” กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของวงการกาแฟไทย หลังเมล็ดกาแฟจาก “บ้านมณีพฤกษ์” จ.น่าน กวาดรางวัลจากเวที Thai Specialty Coffee Awards 2026 ครบทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ Honey Process, Natural Process และ Washed Process ในงาน “Thailand Coffee Fest 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 กันยายน ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สะท้อนศักยภาพของแหล่งปลูกกาแฟไทยที่สามารถพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟจนได้รับการยอมรับในระดับสูง


สำหรับผลการประกวดปีนี้ กาแฟจากบ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน สามารถคว้ารางวัลได้ครบทั้ง 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทสะท้อนความแตกต่างของกระบวนการแปรรูปเมล็ดกาแฟ ตั้งแต่ก่อนนำไปคั่วจนกลายเป็นเมล็ดกาแฟสำหรับชงดื่ม รางวัลประเภท “Honey Process” ตกเป็นของ “ณัฐกานต์ ยอดออน” จากวัน นา ฟาร์ม บ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน เป็นกาแฟที่ผ่านกระบวนการแปรรูปแบบฮันนี โดยหลังจากเก็บผลกาแฟสุกแล้ว จะมีการเอาเปลือกออก แต่ยังคงเมือกหรือเนื้อบางส่วนที่ห่อหุ้มเมล็ดไว้ ก่อนนำไปตากแห้ง กระบวนการดังกล่าวช่วยให้เมล็ดกาแฟมีรสชาติและกลิ่นที่มีความหวานเด่น รวมถึงให้ความรู้สึกซับซ้อนในถ้วย

ขณะที่รางวัล “Natural Process” เป็นของ “เรวัตร ยอดออน” จากบ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน ซึ่งเป็นกระบวนการที่นำผลกาแฟทั้งลูกไปตากแห้ง โดยไม่ได้แยกเปลือกและเนื้อออกตั้งแต่แรก เมล็ดกาแฟจึงได้รับอิทธิพลจากผลกาแฟระหว่างการตาก ทำให้โดยทั่วไปกาแฟที่ผ่านกระบวนการนี้มีโทนรสชาติที่ให้ความหวานและกลิ่นผลไม้เด่นชัด เป็นอีกเอกลักษณ์ที่ทำให้ Natural Process ได้รับความสนใจในวงการกาแฟพิเศษ

Advertisement

ส่วนรางวัล “Washed Process” ตกเป็นของ “ทวนทอง หอมดอก” จากบ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน ซึ่งเป็นกระบวนการที่นำเปลือกและเนื้อผลกาแฟออกจากเมล็ด ก่อนผ่านการทำความสะอาดและนำไปตากแห้ง ทำให้รสชาติของกาแฟมีความชัดเจนและสะอาด โดยมักสามารถแสดงเอกลักษณ์ของสายพันธุ์และพื้นที่ปลูกออกมาได้อย่างโดดเด่น

การที่กาแฟจากบ้านมณีพฤกษ์สามารถคว้ารางวัลสูงสุดได้ทั้ง Honey Process, Natural Process และ Washed Process จึงน่าสนใจไม่น้อย เพราะทั้ง 3 รางวัลไม่ได้เป็นเพียงการยืนยันคุณภาพของเมล็ดกาแฟจากน่านเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถของเกษตรกรในการควบคุมและพัฒนากระบวนการแปรรูปที่แตกต่างกัน จนสามารถสร้างกาแฟคุณภาพสูงและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้

ความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นอีกภาพสะท้อนของศักยภาพกาแฟไทย ตั้งแต่ต้นทางในพื้นที่ปลูก ไปจนถึงกระบวนการแปรรูปที่มีบทบาทสำคัญต่อรสชาติและคุณภาพในถ้วย และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยผลักดันกาแฟไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดกาแฟพิเศษระดับโลกได้มากขึ้น

ทั้งนี้ การประกาศรางวัลเกิดขึ้นภายในงาน Thailand Coffee Fest 2026 เทศกาลกาแฟที่รวบรวมผู้คนตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต โรงคั่ว บาริสต้า ผู้ประกอบการ ไปจนถึงผู้บริโภค ภายใต้แนวคิด “Made by All of Us” โดยมุ่งสะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทยที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้คนในทุกภาคส่วน ขณะที่ตลาดกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ในประเทศไทย มีมูลค่าราว 30,000 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 12-15% ต่อปี สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ รสชาติ แหล่งที่มา ประสบการณ์ และความยั่งยืนมากขึ้น

ด้าน ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) กล่าวว่า กาแฟพิเศษในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของเครื่องดื่ม แต่เชื่อมโยงไปถึงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในหลายด้าน ทั้งการท่องเที่ยวในแหล่งปลูกกาแฟ การออกแบบร้านและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการเกิดอาชีพใหม่ของเกษตรกรรุ่นใหม่และบุคลากรในวงการกาแฟ อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “Global Coffee Destination” ผ่านระบบนิเวศกาแฟที่ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งปลูก การแปรรูป โรงคั่ว วัฒนธรรมร้านกาแฟ ไปจนถึงผู้บริโภค

ซึ่งชัยชนะของกาแฟจากบ้านมณีพฤกษ์ จ.น่าน ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่แสดงให้เห็นว่าแหล่งปลูกกาแฟของไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวไปสู่ตลาดโลก

นอกจากเวทีประกวดเมล็ดกาแฟ ภายใน Thailand Coffee Fest 2026 ยังรวบรวมร้านกาแฟ โรงคั่ว และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกว่า 400 บูธ รวมถึงเวทีการแข่งขันทักษะบาริสต้าระดับประเทศ การแข่งขัน Thailand Es Yen Championship 2026 และกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟ ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ด การ Cupping ไปจนถึงเทคนิคการสกัด

ชัยชนะของกาแฟจากบ้านมณีพฤกษ์จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “รางวัล” หากแต่เป็นภาพสะท้อนของการยกระดับกาแฟไทยตั้งแต่ต้นทาง และยืนยันว่าเมล็ดกาแฟจากพื้นที่เล็กๆ ของไทย โดยเฉพาะจังหวัดน่าน สามารถก้าวขึ้นมายืนบนเวทีคุณภาพและเป็นหนึ่งในความหวังของการผลักดันกาแฟไทยสู่ตลาดโลกได้อย่างน่าจับตา