เบื้องหลังความฮิต มาลัยเกล้าผม เมื่อเจน Z ตีความใหม่ สร้างรายได้สะพัดปากคลอง
จากพวงมาลัยดอกไม้ที่คุ้นตาในฐานะของไหว้บูชา หรือใช้ในโอกาสสำคัญๆ วันนี้พวงมาลัยในรูปแบบเดิม ออกมาเป็น “อะไรใหม่” ผ่าน “มาลัยเกล้าผม” มิกซ์แอนด์แมทช์ จนได้รับความนิยมทั่วโลกออนไลน์
ขึ้นฟีดกันรัวๆ ทั้ง Lemon 8 TikTok และ Instagram จนเหล่าดารา อินฟลูเอนเซอร์ ตบเท้าเข้าไปร่วมเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ญาญ่า อุรัสยา, ใหม่ ดาวิกา ,น้ำตาล ชาลิตา , แนท อนิพรณ์, เกรซ กาญจน์เกล้า ,โยชิ รินรดา , เก๋ ชลดา ,จีน่า วิรายา , นุ่น วรนุช, ซ้อก้าด , นารา เครปกะเทย , เป้ย ปานวาด ทำให้ภาพของมาลัยเกล้าผมถูกส่งต่อไปอีกเรื่อยๆ
เป็นที่มาให้คนนับร้อย มุ่งหน้าพิกัดเดียวกันอย่าง “ปากคลองตลาด” เพื่อไม่ให้หลุดเทรนด์



มาลัยเกล้าผมฟีเวอร์ !
การนำดอกไม้มาประดับผม หรือ การนำพวงมาลัยมาร้อยผม อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในวัฒนธรรมไทย แต่เราอาจจะเห็นได้ยาก เพราะมักจะกระจุกอยู่กับภาพของเครื่องประดับในงานพิธีต่างๆ
สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงอาจไม่ใช่ “มาลัย” แต่เป็นวิธีที่คนรุ่นใหม่เลือกใช้มัน
จากเครื่องประดับในบริบทแบบเดิม วันนี้มาลัยถูกนำมาอยู่บนทรงผม เข้าคู่กับเสื้อผ้า และกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพที่คนอยากถ่ายและอยากแชร์ บางทีเสน่ห์ของเทรนด์นี้จึงอยู่ตรงที่มันไม่ได้พยายามทำให้ความเป็นไทยดูใหม่ทั้งหมด แต่หยิบสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้วมาเล่าในมุมที่คนรุ่นใหม่รู้สึกว่า “แบบนี้ก็เก๋ดีเหมือนกัน”
ก้าวเท้าเข้าสู่บริเวณปากคลองตลาด ก็เห็นเหล่าพ.ส. ทั้งไทยและเทศ โดยเฉพาะกับเหล่าเจน Z คราคร่ำมานั่งรอคิวมาลัยร้อยผม บ้างก็ถือดอกบัว ถ่ายภาพกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้ง โซนตลาด ริมถนน หรือ สะพานพุทธ อันเป็นแลนด์มาร์กใหม่ บนศีรษะมีมาลัย ร้อยกันเอาไว้เกือบทุกคน แถมมาลัยก็เปลี่ยนรูปแบบออกไป มีทั้งร้อยด้วยดอกบัว เปลี่ยนภาพจำให้ พวงมาลัยไปอีกแบบ
ฮิตขนาดว่า มีคนมาตั้งโต๊ะทำเฉพาะผม เพื่อให้ไปร้อยมาลัยโดยเฉพาะทีเดียว
ไม่ใช่แค่ “ปากคลองตลาด” แต่ มาลัย ยังฟีเวอร์ไปทุกหัวเมือง เหล่าวัยรุ่นและนักศึกษาโคราช ลุกขึ้นมานำดอกไม้ผูกกับเส้นผม ถ่ายภาพกับ ลานย่าโม หรือ ประตูชุมพล
ทำเอาผู้ค้ายิ้มแก้มปริ เพราะยอดขายพุ่งขึ้น 30%

ที่มาเทรนด์ มาลัยเกล้าผม ขายวันละหลายร้อยพวง
จุดเริ่มต้นของเทรนด์ฮิตโลก TikTok ในช่วงนี้ พาให้เกิดคำถามว่า “ใครคือคนแรก” เรื่องนี้ ป้าพลอย หลงลืม เจ้าแรกไอเดียพวงมาลัย เฉลยแล้วว่ามาจากลูกค้า LGBTQ ชาวไทยคนหนึ่ง ที่เดินเข้ามาเห็นพวงมาลัยที่ร้าน แล้วขอให้ช่วยนำมาลัยมาเกล้าผมให้ ขณะนั้นยังไม่มีลูกค้าคนอื่นทำแบบนี้ ก็เลยลองทำให้ตามที่ลูกค้าขอ หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนเข้ามาทำตามมากขึ้น จากวันละคน 2 คน ก็กลายเป็น 4-5 คน
จนทุกวันนี้ แตะวันละหลายร้อยคนเข้าไปแล้ว
“น่าจะเกิดจากที่ลูกค้าถ่ายคลิปลงโซเชียลมีเดีย ก่อนจะค่อย ๆ เกิดเป็นกระแส”
ในบรรดาหลายร้อยคนมาร่วมจอยเทรนด์ ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทย ซึ่งเดินทางมาจากทั้งในกทม. และ ในต่างจังหวัด อย่าง สุรินทร์ เชียงใหม่ ก็เดินทางมาแล้ว และก็ยังมี ชาวจีน เกาหลี ไต้หวัน อินเดีย
ป้าพลอย เล่าอีกว่า วันธรรมดาจะมีลูกค้าวันละ 200–300 คน ขณะที่วันเสาร์-อาทิตย์ ที่มีคนเดินทางเข้ามามาก ลูกค้าก็จะเพิ่มเป็นวันละ 500-600 คน หรืออาจจะมากกว่านั้น โดยร้านเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง
ด้าน เดียร์ พนักงานร้าน ระบุว่า เกล้าผมให้ลูกค้า 500 – 600 คนต่อวัน แต่ละคนใช้เวลาไม่นาน 3-4 นาทีก็เสร็จแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า ต้องการทรงไหน


120 บาท แลกงานฝีมือ
ความสวยที่เห็นบนศีรษะ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่เบื้องหลังคืองานฝีมือของแม่ค้าที่ต้องเลือกดอกไม้ จัดพวง และปรับรูปทรงให้เหมาะกับการนำไปเกล้าผม
บริการหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 120 บาท มีให้เลือกทั้งสีชมพู เหลือง ม่วง และ แดง รังสรรค์จากดอกไม้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น กุหลาบ ดอกรัก และดอกพุด ให้ลูกค้าได้เลือกให้เข้ากับเสื้อผ้า
มองจากหน้าร้านอาจดูเป็นราคาที่เข้าถึงง่าย แต่หากมองลงไปถึงเบื้องหลัง ก็มีทั้งค่าดอกไม้จากแหล่งต่างๆ ค่าแรง และเวลาที่ใช้ในการทำที่ต้องประณีตเรียงร้อยดอกไม้ให้ได้ตามรูปทรงที่สวยงาม
ชุบชีวิตดอกไม้พวงมาลัย ยันขายราคาเดิม แม้จะได้กำไรไม่มาก
ป้าพลอย เผยว่า แม้ของที่ใช้จะขึ้นราคา แต่ยังขาย 120 บาทรวมค่าพวงมาลัย และทำผม ได้กำไรน้อยมากๆ แต่ก็ไม่อยากขึ้นราคา ยังอยู่ได้ ชอบที่ตลาดคึกคัก ถือว่าได้ช่วยคนแถวนี้และคนที่ไปรับดอกไม้มา
ภาพเซ็ตหนึ่งของลูกค้า จึงไม่ใช่แค่เรื่องฟีเวอร์ แต่เป็น ฝีมือ ประสบการณ์ และ มูลค่าทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงคนอีกหลายคน

ปากคลองตลาดกับ “เทรนด์” ที่หมุนเปลี่ยนไป
หากจำกันได้ ก่อนที่มาลัยเกล้าผมจะเข้ามาสร้างสีสันให้ปากคลองตลาด ที่นี่ก็เคยคึกคักจากเทรนด์ “ถือดอกบัวถ่ายรูป” ที่เคยได้รับความนิยม โดยคนซื้อดอกบัวจากตลาดแล้วนำไปถ่ายภาพบริเวณสะพานพุทธยอดฟ้า และสถานที่ต่างๆ ในย่านพระนคร จนกลายเป็นหนึ่งคอนเทนต์ในช่วงเวลานั้น
เมื่อกระแสดังกล่าวเริ่มซาลง ความคึกคักของตลาดก็ลดลงตามไปด้วย ลูกค้าที่เดินทางเข้ามาเพราะอยากตามเทรนด์มีน้อยลง บรรยากาศของตลาดจึงกลับมาเงียบอีก
ป้าพลอย ระบุว่า ก่อนหน้านี้ตลาดค่อนข้างซบเซา ยิ่งร้านไม่ได้ขายดอกบัวด้วยแล้ว คนก็แทบไม่มาซื้อพวงมาลัย แต่พอกระแสมาลัยเกล้าผมได้รับความนิยม คนก็กลับเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ทำให้ตลาดกลับมาคึกคัก และร้านค้าบริเวณโดยรอบก็ได้ขายได้
จาก 1 ร้าน สู่ตลาดปากคลอง
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดปากคลองตลาด กระแสที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายถึงยอดขายของร้านใดร้านหนึ่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการค้าขายในพื้นที่โดยรอบอีกด้วย
ป้าพลอย ระบุว่า เมื่อจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น ร้านของตนก็สั่งพวงมาลัยและดอกไม้เข้ามาเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการ เพราะองค์ประกอบของมาลัยหนึ่งพวงไม่ได้มาจากแหล่งเดียว แต่ต้องรับชิ้นส่วนจากหลายแหล่งก่อนนำมาประกอบเป็นพวงมาลัยสำหรับเกล้าผม ส่วนร้านค้าในละแวกนี้ก็ได้ลูกค้าเพิ่มจากคนที่เดินทางเข้ามาตามเทรนด์ด้วย เพราะบางคนก็ซื้อดอกไม้อื่นเพิ่มเอาไปถ่ายรูปตามที่ต่างๆ
ด้าน โยเกิร์ต และ ออมมี่ ที่เดินทางมาจากแถววัดอรุณฯ เพื่อมาใช้บริการ ระบุว่า มาที่ปากคลองตลาดเพื่อถ่ายรูปกับพวงมาลัยเกล้าผมนี้โดยเฉพาะ อยากตามเทรนด์ TikTok หลังเลิกงานก็รีบมา รู้สึกว่าเป็นเทรนด์ที่เก๋มาก และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการได้ช่วยพ่อค้าแม่ค้าที่นี่ ถึงแม้จะเป็นเทรนด์สั้นๆ ก็ถือว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้
พวงมาลัยหลักร้อย สามารถพาคนหนึ่งคนเดินเข้าตลาด นั่งให้แม่ค้าร้อยดอกไม้เข้ากับผม แล้วกลับออกไปพร้อมภาพถ่ายที่อยากแชร์ต่อ เทรนด์เล็กๆนี้ จึงอาจกำลังสะท้อนให้เห็นว่า งานฝีมือแบบไทยยังไปต่อได้ หากหาวิธีพามันเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน





