เมื่อปัดขวายังไม่พอ ‘ทินเดอร์’ เปิดรสนิยมเดตคนโสดยุคใหม่ ‘ไอซ์บาธ-ฝึกหายใจ’ มาแรง ผุดแคมเปญ ชวนคนแปลกหน้าพบกันนอกจอผ่าน ‘หมูกะเธอ Party’
การทำความรู้จักผู้คนในยุคที่ความสัมพันธ์เริ่มต้นได้จากการปัดหน้าจอภายในไม่กี่วินาที อาจดูเป็นเรื่องง่ายขึ้น แต่เมื่อถึงเวลาต้องพบกันในชีวิตจริง การเริ่มต้นบทสนทนากับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนกลับเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะการนัดพบแบบตัวต่อตัวที่บางครั้งมาพร้อมความคาดหวังและความกดดัน
ล่าสุด “Tinder” ได้เปิดโอกาสให้คนแปลกหน้าได้ใช้เวลาร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเป็นคู่เดต ที่หยิบเอาวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นจุดตั้งต้น ผ่าน “หมูกะเทอ Party” ที่นำวัฒนธรรมการกินหมูกระทะมาสร้างเป็นพื้นที่สำหรับการพบปะผู้คนในชีวิตจริง


งานดังกล่าวจัดขึ้นบริเวณลานจอดรถช้าง ถนนทรงวาด โดยเปิดให้ผู้เข้าร่วมสามารถมาจอยได้ทั้งแบบกลุ่มเพื่อนหรือเดินทางมาคนเดียว ซึ่งสำหรับผู้ที่มาคนเดียวจะได้รับหมายเลขโต๊ะจากการลงทะเบียน หรือ “เสี่ยงเซียมซี” เลือกโต๊ะ ที่สามารถรองรับได้ 4 คน ทำให้รูปแบบของกิจกรรมไม่ได้วางอยู่บนการจับคู่แบบสองต่อสอง แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้คนได้ทำความรู้จักกันผ่านบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ

โดยภายในงานมีการออกแบบกิจกรรมที่ช่วยลดความเกร็งของการพบคนใหม่ เช่น “กล่องทิชชู่ชวนคุย” ที่ภายในมีการ์ดคำถามสำหรับใช้เปิดบทสนทนา ไปจนถึง “ใจสั่งมาให้” ใบสั่งอาหารเมนูพิเศษสำหรับส่งไปยังโต๊ะอื่น หากใครต้องการส่งสัญญาณทำความรู้จักโดยไม่จำเป็นต้องเดินเข้าไปทักโดยตรง
ส่วนคนที่อยากทำความรู้จักกันต่อ ยังมีเมนูของหวานที่สามารถสั่งแบ่งกันได้ รวมถึง “Love Lotto สุ่มโปรไฟล์เสี่ยงรัก” ซึ่งให้ผู้เข้าร่วมสแกนเพื่อสุ่มพบโปรไฟล์ของคนที่มาร่วมงาน และมีกิจกรรมให้ทดลองใช้ Tinder Gold โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านการจับ “ล็อตเตอรี”


สำหรับคนที่ยังไม่พบคนที่อยากทำความรู้จักภายในงาน ก็ยังสามารถฝากโปรไฟล์ไว้ผ่าน “กระทะฝากใจ” ด้วยการถ่ายรูปจากโฟโต้บูธแล้วนำภาพไปติดไว้ ขณะที่กลุ่มเพื่อนสามารถเก็บภาพร่วมกันผ่าน “หมู่กระทะ Gang” ทำให้กิจกรรมไม่ได้จำกัดผลลัพธ์อยู่ที่การได้คู่เดต แต่รวมถึงการได้พบเพื่อนใหม่หรือมีประสบการณ์ร่วมกับคนอื่น
-
ขยับจากแมตช์บนแอป สู่การพบกันในชีวิตจริง
เบื้องหลังงานครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวฟีเจอร์ “Events” ของ Tinder ในประเทศไทย ซึ่งขยับรูปแบบการทำความรู้จักจากการจับคู่บนแอปพลิเคชันไปสู่การพบปะผ่านกิจกรรมในชีวิตจริง โดยกิจกรรมไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องการเดต แต่ครอบคลุมความสนใจและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ตั้งแต่รันคลับ พิกเคิลบอล กอล์ฟ พิลาทิส เวิร์กช็อปเพนต์เซรามิก แช่ไอซ์บาธ ชมภาพยนตร์ เล่นบอร์ดเกม ไปจนถึงโซเชียลคลับและคอนเสิร์ต
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมการเข้าสังคมของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองการทำความรู้จักผู้คนผ่านแอปฯ เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการพื้นที่สำหรับพบปะกันจริง โดยกิจกรรมที่มีความสนใจร่วมกันสามารถทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาได้โดยไม่ต้องอาศัยคำถามพื้นฐานอย่าง “ทำงานอะไร” หรือ “ชอบอะไร” เพียงอย่างเดียว

ข้อมูลจาก Tinder ระบุว่า นับตั้งแต่เปิดตัวฟีเจอร์ Events ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 มีการจัดกิจกรรมแล้วมากกว่า 25 ครั้ง ขณะที่กรุงเทพฯ อยู่ในอันดับ 2 ของโลกเมื่อวัดจากจำนวนผู้เข้าชมหน้ารายละเอียดกิจกรรมต่อวัน โดยสมาชิกชาวไทย 12% ของผู้ที่เข้าชมหน้ากิจกรรมกดแสดงความสนใจ และอัตราการเช็กอินเข้าร่วมกิจกรรมในกรุงเทพฯ อยู่ที่เฉลี่ย 44%
-
กิจกรรมที่ใช่ คือจุดเริ่มต้นของการพบปะ
กิจกรรมที่ได้รับความสนใจยังสะท้อนว่าผู้คนไม่ได้มองหาพื้นที่เพื่อพูดคุยเพียงอย่างเดียว แต่สนใจกิจกรรมที่ได้ลงมือทำร่วมกัน โดยข้อมูลของ Tinder ระบุว่า กิจกรรมแช่น้ำเย็น และฝึกการหายใจมียอดเข้าชมหน้ากิจกรรมมากกว่า 11,000 ครั้ง ขณะที่กิจกรรมวิ่ง พิกเคิลบอล การฉายภาพยนตร์กลางแจ้ง เวิร์กช็อปปั้นเครื่องปั้นดินเผา และชมรมหนังสือ ก็ได้รับความสนใจเช่นกัน

จากการสำรวจผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่าน Events ในประเทศไทย 92% ให้คะแนนประสบการณ์ในเชิงบวก และ 85% ระบุว่าต้องการเข้าร่วมกิจกรรมอีกครั้ง ขณะที่ผู้เข้าร่วมซึ่งยังไม่ได้ใช้ Tinder มากกว่าครึ่งระบุว่าประสบการณ์จากกิจกรรมทำให้มีแนวโน้มที่จะเริ่มใช้แอปพลิเคชัน
การเปิดตัวครั้งนี้สอดคล้องกับการสื่อสารแบรนด์ Tinder ประเทศไทยภายใต้แนวคิด “Real Chemistry” ที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจและมีความหมายบนพื้นฐานของความสนใจและไลฟ์สไตล์ที่ตรงกัน งานวิจัยในกลุ่ม Gen Z อายุ 18–24 ปี พบว่า คนโสดชาวไทยต้องการความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับคนที่มีความสนใจคล้ายกันและสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ นอกจากนี้ คนโสดยุคใหม่ยังสนใจการพบปะผ่านกิจกรรมกลุ่มมากกว่าการนัดเดตแบบตัวต่อตัว

อีกหนึ่งองค์ประกอบของ Events คือการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานว่าเป็นบุคคลเดียวกับในรูปโปรไฟล์ ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ทำให้การพบกันในพื้นที่จริงมีความเชื่อมโยงกับตัวตนบนโลกออนไลน์มากขึ้น และหลังจบกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะมีตรา “เข้าร่วมแล้ว” (Attended) ปรากฏบนโปรไฟล์ เพื่อให้สมาชิกที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมเดียวกันสามารถกลับไปกด Like หรือ Match กันต่อได้
หมูกะเทอ Party จึงเป็นการนำกิจกรรมในชีวิตประจำวันมาเป็นตัวกลางระหว่างโลกออนไลน์กับโลกจริง เพราะการ Match อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จัก ขณะที่การได้ใช้เวลาร่วมกันจริง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งล้อมเตาเดียวกัน ช่วยกันย่างหมู หรือพูดคุยระหว่างรออาหารสุก อาจทำให้ผู้คนได้เห็นบุคลิกของกันและกันในบริบทที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น


สำหรับ “หมูกะเทอ Party” เปิดให้เข้าร่วมทั้งหมด 11 รอบจนถึงวันที่ 27 กันยายน วันละ 2 รอบ เวลา 17.00–19.00 น. และ 19.30–21.30 น. ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานผ่าน Ticketmelon
เพราะท้ายที่สุดแล้ว “เคมี” ที่ตามหาในโลกออนไลน์ ก็อาจต้องใช้โลกจริงเป็นสถานที่พิสูจน์



