‘Big Bad Wolf Books 2026’ ชวนสำรวจโลกการอ่านในยุค AI เผยสถิติ คนไทยอ่านหนังสือ 113 นาทีต่อวัน
กลับมาอีกครั้งสำหรับ “Big Bad Wolf Books 2026” เทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษระดับโลกที่เดินทางมาจัดในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 พร้อมขนหนังสือภาษาอังกฤษมากกว่า 1 ล้านเล่ม มารวมไว้ในพื้นที่กว่า 60,000 ตารางฟุต บน 2 ชั้นของ PLATINUM POP ราชประสงค์
ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา Big Bad Wolf Books เป็นมากกว่างานที่นำหนังสือมาจำหน่ายในราคาลดพิเศษ แต่กลายเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนอ่านได้เข้าถึงหนังสือหลากหลายประเภทมากขึ้น ตั้งแต่นิยาย หนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน หนังสือสารคดี ไปจนถึงหนังสือด้านธุรกิจ การศึกษา และการพัฒนาตัวเอง โดยปีนี้หนังสือทั้งหมดมาจากสำนักพิมพ์ไทยและต่างประเทศกว่า 40 แห่ง พร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 95 เปอร์เซ็นต์
การกลับมาในปีที่ 10 จึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ “การอ่าน” กำลังเผชิญกับความท้าทายมากกว่าเดิม เพราะแม้คนไทยจะยังอ่านหนังสือและมีพฤติกรรมการอ่านที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่คำถามสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า “อ่านมากแค่ไหน” หากแต่รวมไปถึงว่า อ่านแล้วเข้าใจมากน้อยเพียงใด และสามารถนำสิ่งที่อ่านไปคิดต่อได้หรือไม่

ข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ในปี 2567 ระบุว่า คนไทยใช้เวลาอ่านเฉลี่ย 113 นาทีต่อวัน โดย 45 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าอ่านหนังสือทุกวัน ขณะที่รูปแบบการอ่านก็มีทั้งหนังสือเล่มและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยหนังสือรูปเล่มอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ และอีบุ๊ก 47 เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า หนังสือยังไม่ได้หายไปจากชีวิตประจำวัน เพียงแต่รูปแบบการเข้าถึงและพฤติกรรมของผู้อ่านเปลี่ยนแปลงไปตามยุคดิจิทัล ขณะเดียวกัน ความท้าทายสำคัญของการอ่านก็ไม่ได้อยู่เพียงการทำให้คนหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน แต่คือการทำให้การอ่านนำไปสู่ความเข้าใจ การวิเคราะห์ และการตั้งคำถามต่อสิ่งที่อ่าน

ประเด็นนี้ยิ่งเห็นชัดเมื่อมองไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน ผลการประเมิน PISA 2025 ระบุว่า นักเรียนไทยอายุ 15 ปี ที่มีความสามารถด้านการอ่านตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป มีสัดส่วน 41 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD อยู่ที่ 69 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งระดับดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดพื้นฐานของความสามารถในการอ่านและทำความเข้าใจข้อมูล
ตัวเลขจึงชวนให้มองการอ่านในมุมที่กว้างกว่าการเพิ่มจำนวนหนังสือที่อ่านต่อปี เพราะการอ่านที่มีคุณภาพยังเกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจเนื้อหา การเชื่อมโยงข้อมูล การวิเคราะห์ และการนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ในบริบทนี้ การทำให้หนังสือเข้าถึงง่ายขึ้น ทั้งในแง่ของราคาและความหลากหลาย จึงยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างโอกาสให้คนได้พบกับหนังสือที่เหมาะกับตัวเอง โดยเฉพาะเด็กและคนรุ่นใหม่ที่อาจกำลังเริ่มค้นหาว่าตัวเองชอบอ่านเรื่องอะไร

Big Bad Wolf Books จึงกลับมาในปีที่ 10 พร้อมหนังสือมากกว่า 1 ล้านเล่ม ครอบคลุมตั้งแต่วรรณกรรมร่วมสมัย หนังสือขายดีระดับนานาชาติ ไปจนถึงหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน เช่น The Housemaid’s Secret, Iron Flame, I Want to Die but I Still Want to Eat Tteokbokki, CoComelon: Feelings และ Code Name Bananas รวมถึงหนังสืออีกหลากหลายประเภทที่ทยอยนำมาจัดแสดงภายในงาน
สิ่งที่น่าสนใจของงานในปีนี้จึงไม่ได้อยู่เพียงส่วนลดสูงสุด 95 เปอร์เซ็นต์ หรือจำนวนหนังสือที่นำมารวมไว้ในพื้นที่เดียว แต่ยังอยู่ที่การทำให้การเดินเลือกหนังสือกลายเป็นประสบการณ์ของการ “ค้นพบ” เพราะสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอ่านอะไร การได้เดินผ่านชั้นหนังสือจำนวนมาก ได้เปิดดูปก ทดลองอ่านเนื้อหา หรือเจอหนังสือที่ไม่ได้ตั้งใจตามหา อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านเล่มต่อไป

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แจ็คเกอลีน อึ๊ง ผู้ร่วมก่อตั้ง Big Bad Wolf Books มองว่าหนังสือไม่ควรเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้เฉพาะคนบางกลุ่ม และความสำเร็จของงานไม่ได้วัดจากจำนวนหนังสือที่ขายได้เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการสร้างผู้อ่านหน้าใหม่ขึ้นมาด้วย
ส่วนลดอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนตัดสินใจเดินเข้ามาในงาน แต่สิ่งที่มีความหมายมากกว่านั้น คือการที่ใครสักคนเดินออกไปพร้อมหนังสือหนึ่งเล่มที่ทำให้เขาได้เห็นมุมมองใหม่ และอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หยิบหนังสือเล่มต่อไปขึ้นมาอ่าน

ในวันที่คนไทยยังใช้เวลาอ่านเฉลี่ยมากกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อวัน เราจะทำอย่างไรให้เวลาที่อยู่กับหนังสือ ไม่ได้จบลงเพียงการอ่านให้จบเล่ม แต่กลายเป็นการอ่านเพื่อทำความเข้าใจ คิดวิเคราะห์ และเปิดมุมมองใหม่ให้กับตัวเองได้มากขึ้น
ทั้งนี้ Big Bad Wolf Books Bangkok 2026 จัดระหว่างวันที่ 2–13 ตุลาคม 2569 เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00 น. – เที่ยงคืน

