แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง สำหรับการทำตลาดของ “หัวเว่ย พี10” (Huawei P10) ว่าด้วยเรื่องของสเปกที่ว่ากันว่าไม่ตรงตามที่โฆษณากันไว้ แต่ทางหัวเว่ย ประเทศไทย เคลียร์ชัดๆ แล้วว่า หัวเว่ย พี10 ซีรีส์ทุกเครื่องที่ขายในประเทศไทยนั้น เป็นไปตามมาตรฐาน UFS2.1 เพราะฉะนั้น ลูกค้าในประเทศไทย ขอให้เชื่อมั่นใน พี10 ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
มาถึงเรื่องของการใช้งาน พี10 กันดีกว่า อย่างที่รู้กันว่า หัวเว่ย พี10 มาพร้อมกับกล้องไลก้า ที่ไม่ใช่แค่กล้องหลังเท่านั้น แต่กล้องหน้าก็เป็นไลก้าด้วย ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกที่ใช้กล้องหน้าเป็นไลก้า ที่มาช่วยอรรถรสในการถ่ายภาพจากมือถือได้มากขึ้น ทำให้การถ่ายภาพพอร์เทรทสมบูรณ์แบบมากขึ้น
เริ่มจากรูปร่างหน้าตากันก่อนดีกว่า ในที่นี้ ขอพูดเฉพาะรุ่น พี10 ที่ได้มาทดสอบอย่างเดียวก็แล้วกัน โดยพี10 จะมีหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว สามารถใส่ซิมการ์ดได้ 2 ซิมด้วยกัน หรือถ้าเลือกจะใส่ไมโครเอสดีเพิ่ม ก็จะใส่ซิมการ์ดได้ 1 ซิม ตัวเครื่องก็มีความบางเบาอย่างมาก ตามสไตล์ของ พี ซีรีส์ มีความโค้งที่ขอบเครื่อง และช่องการเชื่อมต่อก็เป็น ยูเอสบี ไทป์-ซี
รุ่นนี้ มาพร้อมกับตัวสแกนลายนิ้วมือที่อยู่บริเวณปุ่มโฮมด้านหน้าเครื่อง ไม่ได้อยู่ที่ด้านหลังแล้ว ซึ่งปุ่มโฮมรุ่นพี10 นี้ ก็จะแตกต่างไปจากปุ่มโฮมทั่วไป เพราะจะเป็นรูปวงรี และจะมีความพิเศษอยู่ตรงที่ ปุ่มโฮมนี้ สามารถตั้งค่าเพื่อใช้แทนปุ่มควบคุมทิศทางหน้าจอได้ด้วย ปุ่มควบคุมทิศทางที่ว่านี้ ก็คือสัญลักษณ์ 3 อัน คือ สามเหลี่ยม (ถอยกลับ) วงกลม (หน้าจอหลัก) สี่เหลี่ยม (แถบหน้าจอแสดงผลทั้งหมด)
ซึ่งหากเราตั้งให้ปุ่มโฮมทำหน้าที่แทน ก็จะมีพื้นที่บนหน้าจอมือถือเพิ่มขึ้นมาให้อีกนิดนึง ก็แล้วแต่ว่า ใครจะชอบแบบไหน
ที่สุดสุดอีกอย่างคือ เรื่องของเทคโนโลยีซุปเปอร์ชาร์จ ลิขสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ย ที่ทำให้การชาร์จแบตเตอรี่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วพิเศษ ไม่ต้องรอนาน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบการรอ
มาถึงเรื่องกล้องกันบ้าง ที่จริงๆ แล้ว ก็ต้องบอกว่า เป็นกล้องที่ช่วยตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิตประจำวันทุกวันนี้ได้ดีจริงๆ เพราะความสามารถของกล้องเรียกได้ว่า ถ่ายได้แทบทุกสถานการณ์ และยิ่งตอนนี้เป็นไลก้าทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ยิ่งทำให้การถ่ายภาพจากพี10 สนุกยิ่งขึ้น ทั้งการจัดแสง การปรับสีต่างๆ
โดยกล้องหลังที่เป็นกล้องคู่ ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล กับ 12 ล้านพิกเซล โดยกล้องแรก 20 ล้านพิกเซลนั้น มีเซ็นเซอร์รับภาพขาวดำ ส่วน 12 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์รับภาพสี รูรับแสงขนาด f/2.2 พร้อมกับแฟลช Dual LED ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.9
ซึ่งเซ็นเซอร์ที่แยกกันระหว่างสีกับขาวดำนั้น ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดในการไต่ระดับสีที่คมชัดมากขึ้น หรือแม้แต่การถ่ายภาพขาวดำอย่างเดียว ก็จะได้ภาพขาวดำที่มีการไล่สีขาวดำอย่างสวยงาม
โดยรวมถือว่าชอบมากสำหรับ พี10 ที่ยังคงตอบสนองการถ่ายภาพได้อย่างดี ติดอยู่นิดเดียวตรงที่ สแกนลายนิ้วมือที่ถูกจับมาไว้ข้างหน้า แทนที่จะอยู่ข้างหลัง ที่น่าจะใช้งานได้ถนัดกว่า
สำหรับสเปกก็มี 2 รุ่นให้เลือกคือรุ่นที่หน่วยความจำ 64GB ราคาอยู่ที่เหยียบสองหมื่น ส่วนรุ่น 32GB ราคาก็ประมาณหมื่นแปด มีหลายสีให้เลือก แล้วแต่ใจอยากเลย

