ไม่ว่าจะไปมหาเศรษฐีพันล้าน หรือมนุษย์เงินเดือนยุคดิจิตอล ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตารางชีวิตแต่ละวันของมนุษย์ยุคดิจิตอลก็รัดตัวไม่แพ้กัน เทรนด์การออกกำลังกายของมนุษย์ยุคนี้จึงต้อง น้อย แต่มาก คือใช้เวลาน้อยแต่เบิร์นได้มากนั่นเอง
อีกหนึ่งประเภทกีฬาที่ตอบโจทย์น้อยแต่มากได้ดี ก็คือ SPRINTTM (สปริ้นท์) หรือการปั่นจักรยานรูปแบบใหม่ ได้รับการพัฒนาจากพื้นฐานการออกกำลังกายแบบ HIIT (High-Intensity Interval Training) หรือคาดิโอ โดยเพิ่มความเข้มข้นของความเร็วและแรงในการปั่น จึงส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น
โอฬาร พิรินทรางกูร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด และ รูย์ ชี ผู้จัดการการออกกำลังกายแบบกลุ่มประจำภูมิภาคแห่ง เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ได้เผย 5 เหตุผลว่าทำไมใคร ๆ ก็หลงรัก การปั่นจักรยานแบบสปริ้นท์ไว้ว่า

1. อานุภาพการเบิร์นเกินห้ามใจ เชื่อหรือไม่ว่า เวลาเพียง 30 นาทีกับการออกกำลังกายแบบ HIIT สามารถเผาผลาญไขมันได้สูงสุด 800 แคลอรี่! หรือเท่ากับการปั่นจักรยานในคลาส RPMTM ที่ใช้เวลา 60 นาที ถึง 2 คลาส แถมร่างกายยังคงเบิร์นต่อเนื่องอีกหลายชั่วโมงแม้สิ้นสุดการออกกำลังกายแล้ว นี่จึงเป็นอานุภาพการเผาผลาญที่ไม่อาจปฏิเสธได้
2. ขาเรียว หุ่นลีน ฝันที่ไม่เกินเอื้อม นอกจากตัวเลขแคลอรี่ที่คุ้มหายเหนื่อย สิ่งที่ได้ตามมาคือ ความแข็งแกร่งของร่างกาย นอกจากต้นขาด้านหน้า ด้านหลัง และสะโพกแล้ว กล้ามเนื้อน่อง ก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ตลอด 30 นาทีนั้น
ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย เพน สเตต (Penn State) ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้ทดลองเปรียบเทียบกลุ่มตัวอย่างที่ออกกำลังกายกายแบบคาร์ดิโอปกติ เวลา 60 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ กับกลุ่มที่เข้าร่วมคลาสสปริ้นท์ ในระยะเวลาเท่ากัน พบว่า กลุ่มที่ออกกำลังกายแบบสปริ้นท์ มีอัตราเผาผลาญไขมันได้ดีกว่า ระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์อยู่ในระดับที่น่าพอใจ รวมถึงมีความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้ออย่างน่าทึ่ง

3. สตรองและปลอดภัยกว่าที่คิด การปั่นจักรยานแบบ สปริ้นท์ ก่อให้เกิดแรงกระแทกต่ำกว่าการออกกำลังกายแบบ HIIT วิธีอื่น ๆ ขณะเดียวกันก็ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านร่างกายและจิตใจได้ในบรรยากาศที่ปลอดภัย เนื่องจากมีเทรนเนอร์คอยควบคุม แถมความเร็วของการปั่นก็ได้รับการออกแบบมาพอดี จึงหมดกังวลเรื่องความล่ำของเรียวขาอีกด้วย
4. กายพร้อมใจแกร่ง การฝึกปั่นจักรยานแบบ สปริ้นท์อย่างสม่ำเสมอ มีส่วนช่วยให้สุขภาพหัวใจดีขึ้นด้วย เพราะการปั่นแบบเต็มกำลังในระยะเวลาที่เหมาะสม จะเร่งอัตราการเต้นของหัวใจและกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
5. ใคร ๆ ก็ทำได้สปริ้นท์ ไม่ได้มองหานักปั่นแข้งทอง คลาสนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีความมุ่งมั่นและพร้อมจะระเบิดพลังในตัว
พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำการ สปริ้นท์ อย่างเหมาะสมว่า เมื่อเข้าประจำที่ ปรับเบาะนั่ง และแฮนด์จับให้อยู่ในระดับความสูงที่เหมาะสม คือ เมื่อนั่งบนเบาะแล้ว แขนจะไม่เหยียดตรงจนสุด แต่ควรงอเล็กน้อย เพื่อรักษาระดับความตรงของแผ่นหลัง เปิดหน้าอกและหัวไหล่เตรียมพร้อม เริ่มต้นด้วยการวอร์ม อัพสั้น ๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อ ปอด หัวใจทำงาน สลับกับการปั่นในความเร็วระดับกลางและความเร็วสูงสุด จะมีช่วงพักประมาณ 10-15 วินาที เพื่อเติมพลังก่อนที่จะทุ่มสุดกำลังอีกครั้งตามจังหวะของเสียงเพลง โดยจะมีเทรนเนอร์เป็นผู้บอกจังหวะเร่งหรือลดแรงเสียดทาน (Resistance) ในแต่ละช่วงของการปั่น เมื่อครบ 30 นาที ก้าวลงจากเบาะด้วยความระมัดระวัง และบริหารเล็กน้อยเพื่อคลายกล้ามเนื้อ



