เปลี่ยน”เรื่องร้าย”ให้กลายเป็นดี สาววิวาห์ล่ม ยกงานเลี้ยงวันวิวาห์ จัดเลี้ยงคนไร้บ้านแทน!!!

22.07.17 | 14:23 น.

ถึงแม้เราจะ “หลีกเลี่ยง” เหตุการณ์ที่ทำให้เสียใจไม่ได้ แต่เราสามารถ “เลือก” ที่จะเปลี่ยนเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต ให้กลายเป็น “เรื่องดี” มีประโยชน์ต่อผู้อื่นได้ เหมือนที่ ซาร่าห์ คัมมินส์ ว่าที่เจ้าสาวชาวอเมริกันวัย 25 ที่ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าสาวทำมาแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากข่าวเล่าว่า ซาร่าห์ และ โลแกน อารัวโจ คู่หมั้นหนุ่มต้องตัดสินใจยกเลิกงานวิวาห์ของพวกเขา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคมอย่างกะทันหัน ก่อนหน้าถึงวันงานเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น โดยโรงแรมก็จองไว้เรียบร้อยแล้ว รายการอาหารสำหรับเลี้ยงรับรองแขก 170 คนก็สั่งไว้พร้อมแล้ว เค้กแต่งงานก็สั่งไว้แล้ว แต่แทนที่จะปล่อยให้งานเลี้ยงนั้นสูญไปเปล่าๆ เนื่องจากไม่สามารถแคนเซิล แล้วขอเงินคืนจากทางโรงแรมได้ ซาร่าห์ หญิงสาวชาวรัฐอินเดียน่า สหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใจ เปลี่ยนงานเลี้ยงวันวิวาห์ของเธอ ให้เป็นงานเลี้ยงอาหารแก่คนไร้บ้านแทน

“สำหรับฉัน นี่คือโอกาสที่จะทำให้คนเหล่านี้ได้รู้ว่า พวกเขาก็มีคุณค่าคู่ควรกับสถานที่เช่นนี้เท่าๆ กับทุกคน” ซาร่าห์บอกกับสื่อ

ซาร่าห์เล่าว่า เธอและโลแกน ได้จองโรงแรมริทซ์ ชาร์ลส์ ในเมืองคาร์เมล เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงวิวาห์ของเขาและเธอ และสั่งอาหารเครื่องดื่มไว้รับรองแขก 170 คน แต่ 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันงาน เธอและโลแกนก็ตัดสินใจยกเลิกงานวิวาห์ โดยเธอขอไม่เปิดเผยเหตุผล ขอเก็บเป็นเรื่องส่วนตัว

ซาร่าห์เล่าว่า ด้วยความที่ถึงแม้จะยกเลิกงานแต่ง แต่เธอและอดีตคู่หมั้นก็ไม่สามารถขอเงินค่าจองโรงแรมคืนได้ เพราะจองแบบไม่สามารถขอรับเงินคืน เธอจึงปรึกษาโลแกน ขอนำงานเลี้ยงไปจัดเลี้ยงคนไร้บ้านแทน ซึ่งโลแกนก็เห็นดีด้วย

Advertisement

หลังจากนั้น ซาร่าห์จึงติดต่อไปยังสถานที่ให้ที่พักพิงแก่คนไร้บ้านหลายแห่ง แล้วยังได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้าน และเจ้าของธุรกิจในท้องถิ่น ที่ช่วยกันบริจาคชุดสูท ชุดเดรส เครื่องแต่งกายเพื่อให้คนไร้บ้านสวมใส่มาในงานเลี้ยงที่โรงแรม

ชาร์ลี อัลเลน ซึ่งใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้านมานาน 3 เดือน ได้รับบริจาคเสื้อแจ๊กเก็ต เผยความรู้สึกว่า “ผมไม่เคยมีเสื้อแจ๊กเก็ตแบบนี้ใส่ ผมคิดว่า ผมก็ดูดีเวลาใส่ชุดแบบนี้” ทั้งยังบอกด้วยว่า เขารู้สึกเหมือนแขกคนอื่นๆ ที่รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญ “สำหรับพวกเราส่วนใหญ่ นี่คือช่วงเวลาที่ดี ที่ทำให้เรารู้ว่า อะไรที่เราก็สามารถมีกับเขาได้ หรือเตือนให้เรารู้ถึงสิ่งที่เรามี”

ทั้งนี้ ในวันนั้น ซาร่าห์ยังได้ เพื่อนเจ้าสาว 3 ใน 7 คน รวมทั้งแม่ของเธอ ป้าของเธอ มาช่วยต้อนรับแขกไร้บ้านภายในงาน โดยเธอยังเล่าด้วยว่า เธอยังไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับชุดเจ้าสาว และว่า “มันยังเจ็บปวดเกินไปที่จะคิดถึง”