32 ปี ไม่ใช่จำนวนปีที่น้อยเลย ถ้าเป็นอายุคน ก็ต้องเรียกว่า เป็น “ผู้ใหญ่” แล้ว และนั่นคือตัวเลขของอายุของ “เพนท์” (paint) โปรแกรมวาดรูปที่ติดมากับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ที่เชื่อว่าหลายคนก็ต้องรู้สึกคุ้นเคยกับโปรแกรมนี้กันไม่มากก็น้อย
โปรแกรมเพนท์นี้ เริ่มเปิดตัวตั้งแต่ปี 1985 เดิมชื่อ เพนท์บรัช แล้วก็มาเป็น ไมโครซอฟท์ เพนท์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า เพนท์นี่แหละ
แม้จะไม่ได้เป็นโปรแกรมวาดรูปที่เลิศเลอ แต่ก็มีเครื่องมือพื้นฐานมาให้ใช้ได้แบบง่ายๆ
พอมีข่าวออกมาว่า ไมโครซอฟท์จะเลิกพัฒนาเพนท์ ก็เลยตื่นเต้นกันไปใหญ่
บางคนก็โวยวาย บางคนก็อาวรณ์
ก็ว่ากันไป แต่ที่แน่ๆ คือ ทางไมโครซอฟท์เขาออกมาชี้แจงแล้วว่า เพนท์ ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่จะเปลี่ยนรูปแบบ จากโปรแกรมที่ติดมากับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ กลายเป็นหนึ่งในแอพพลิเคชั่นที่เปิดให้ดาวน์โหลดใช้ฟรีกันจากวินโดวส์สโตร์ และจะไม่ใช่เพนท์ธรรมดาด้วย แต่จะเป็น เพนท์ 3 มิติ ที่เรียกได้ว่า อัพเลเวลของโปรแกรมเพนท์ธรรมดา ให้กลายเป็นเพนท์ที่สามารถสร้างงาน 3 มิติ ได้
ก็เป็นอันจบดราม่า ว่าด้วยเรื่องการ “จากลา” ของโปรแกรมเพนท์
ยังไม่ทันไร ก็มีข่าวการจากลาของอีกโปรแกรม ที่อยู่คู่กับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์มานาน นั่นคือ โปรแกรม “แฟลช” (Flash) ของอโดบี ที่ออกมาประกาศว่า จะหยุดพัฒนาและสนับสนุนโปรแกรมแฟลชอย่างเป็นทางการ ในปี ค.ศ.2020
โดยโปรแกรมแฟลชเพลเยอร์นั้น เป็นโปรแกรมสำหรับเล่นไฟล์มีเดียต่างๆ ที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1996 อ่อนกว่าเพนท์หน่อย และถือว่าเป็นโปรแกรมเล่นไฟล์มีเดียที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องต้องมี
แต่ที่เป็นข่าวคราวใหญ่โต คือเมื่อปี 2010 ที่สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล ออกมาประกาศว่า จะไม่ใช้ “แฟลช” ในไอโฟน เพราะมัน “ไม่ปลอดภัย” แถมยังใช้ทรัพยากรเยอะอีกต่างหาก หลังจากนั้นในปี 2012 แอนดรอยด์ก็ไม่ใช้แฟลช ตามมาด้วยกูเกิลที่บล็อกโฆษณาที่เป็นแฟลช ในเดือนกันยายน 2015 และกระทั่งเมื่อปีที่ผ่านมา ไฟร์ฟ็อกซ์ ก็เริ่มบล็อกแฟลชบางตัว
เป็นเหมือนการส่งสัญญาณของการเลิกใช้แฟลชมาเรื่อยๆ
กระทั่ง อโดบีประกาศวันสิ้นสุด “แฟลช” อย่างเป็นทางการ เพียงแต่ให้เวลาเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจอีก 3 ปี หลังจากที่หลายบริษัทเทคโนโลยีต่างประกาศเลิกใช้แฟลชกันไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่กินทรัพยากรของเครื่องเกินความจำเป็น และหันไปใช้เครื่องมืออื่นๆ หรือใช้ HTLM5 กันแทน
ที่สุดแล้ว คุณพี่ก็ต้องกลับไปพูดเรื่องเดิม “มีเกิดย่อมมีดับ” ไม่เว้นแม้แต่ในแวดวงเทคโนโลยี อย่างโปรแกรมที่อยู่มา 20-30 ปี ยังต้องมีหายตายจากกันไปเลย

