เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่โฮมโปร แยกพงษ์เพชร กรุงเทพฯ นางพรสม เปาปราโมทย์ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางไปพร้อม นางดรุณี มนัสวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าเยียวยาจิตใจผู้เสียหาย กรณีถูกคนร้ายกำลังกระทำชำเราในป่ารกร้างข้างทาง แต่แท็กซี่พลเมืองดีเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน พร้อมมอบสิ่งของกับแท็กซี่พลเมืองดีที่เข้าช่วยเหลือ
นางพรสมกล่าวว่า จากกรณีข่าวที่แท๊กซี่พลเมืองดีเข้าช่วยเหลือพนักงานหญิงร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังจะถูกคนร้ายพยายามกระทำชำเราในป่ารกร้างข้างทาง บริเวณฝั่งตรงข้ามปากซอยบรมราชชนนี 69 โดยคนร้ายใช้มีดพับจี้พนักงานหญิงมาจากป้ายรถเมล์ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ซึ่งได้ทำร้ายร่างกายด้วยการต่อยท้องและมัดเท้าของหญิงผู้เสียหาย และใช้มีดขู่ผู้เสียหายไม่ให้ส่งเสียงร้อง ก่อนจะพยายามกระทำชำเราแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจาก นายเป็ด คล้ามคล้าย อายุ 34 ปี โชเฟอร์รถแท็กซี่ สีส้ม ทะเบียน ทษ 504 กรุงเทพมหานคร เห็นเหตุการณ์จึงรีบลงจากรถซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนักเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ซึ่งคนร้ายพยายามหลบหนีพร้อมทั้งหยิบโทรศัพท์มือถือกับเงินสดของผู้เสียหายแล้ววิ่งหลบหนีไป แต่กลับถูกรถชนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมก่อนนำตัวส่งไปรักษา ที่โรงพยาบาลศิริราชนั้น
นางพรสมกล่าวอีกว่า ตนพร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 และหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. ได้ลงพื้นที่เพื่อมาชื่นชมพร้อมมอบรางวัลและแสดงความขอบคุณ นายเป็ด คล้ามคล้าย เป็นตัวแทนคนดี ๆ ในสังคมไทย ในฐานะพลเมืองดีที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอย่างกล้าหาญ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง จึงขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ทำความดีเพื่อสังคมต่อไป ทั้งนี้ จากการถามนายเป็ดว่าไม่กลัวได้รับอันตรายหรือที่เข้าไปช่วยผู้เสียหายในตอนนั้น นายเป็ดกล่าวว่า
“ผู้เสียหายเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีทางสู้ เธอคงกลัวมากกว่าหลายเท่า ในเวลานั้นคิดอย่างเดียวที่จะช่วยให้ผู้หญิงคนนั้นปลอดภัย และเมื่อเห็นเหตุการณ์แล้วก็ไม่สามารถนิ่งเฉยอยู่ได้ จึงโทรแจ้งตำรวจ 191 แล้วรีบลงไปแสดงตัวให้คนร้ายเห็นว่าตรงนั้นมีเขายืนอยู่ใกล้ๆ เพื่อถ่วงเวลาให้ตำรวจมาช่วยได้ทัน และคนร้ายเมื่อเห็นเขาก็จะได้ไม่กล้าทำอะไรผู้หญิงด้วย ซึ่งก็เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ คือ คนร้ายทำทีออกมาเดินใกล้ๆ พลเมืองดี และขอยืมไฟเช็คเพื่อจะสูบบุหรี่ ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีตำรวจก็มาถึง และช่วยได้ทันเวลาโดยผู้หญิงยังไม่ได้ถูกล่วงละเมิดทางเพศแต่อย่างใด” นายเป็ดกล่าว
สำหรับประชาชนที่พบเห็นหรือประสบปัญหาทางสังคม สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 ซึ่งให้บริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งกระทรวง พม. พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลือได้อีกช่องทางหนึ่ง


