เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่โรงแรมวี โฮเต็ล เขตราชเทวี กรุงเทพฯ คณะอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดงานสัมมนาวันสตรีสากล ประจำปี 2559 “การประกาศเกียรติยศสตรีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” โดยนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการกสม. และประธานอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี กล่าวเปิดงานและปาฐกถา “ผู้หญิงปกป้องสิทธิมนุษยชน : การขับเคลื่อนในสังคมไทย” ตอนหนึ่ง ว่า ทุกครั้งที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการชุมนุมประท้วง และเผชิญหน้า เรามักจะเห็นภาพผู้หญิงอยู่แถวหน้าเสมอ ผู้หญิงจึงมักถูกใช้เป็นกำแพงมนุษย์ เพื่อป้องกันความรุนแรงและดูเหมือนการใช้เพศสภาพ เป็นเครื่องมือในการป้องกันความรุนแรงของคู่ขัดแย้ง กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย แต่แม้ผู้หญิงจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการปกป้องสิทธิมนุษยชน แต่ผู้หญิงก็ยังไม่สามารถสร้างอำนาจต่อรองในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การเข้าร่วมการเมือง หรือการสร้างสันติภาพอย่างเปิดเผยได้ โดยเฉพาะในหลายพื้นที่ของประเทศซึ่งยังมีทัศนคติเชิงลบต่อผู้หญิง
นางอังคณากล่าวอีกว่า ในประเทศไทยองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในท้องถิ่นมักเป็นองค์กรขนาดเล็ก และงานที่ทำมักเป็นงานอาสาที่ไม่มีค่าตอบแทน ส่วนใหญ่สมาชิกจะเป็นคนหนุ่มสาวในท้องถิ่น การคุกคามจึงมักเกิดขึ้นกับอาสาสมัครท้องถิ่นเหล่านี้ การคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดต่อนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในไทย คือการข่มขู่ ลอบสังหาร หรือการลักพาตัว ขณะที่คดีความไม่มีความก้าวหน้าทางการสอบสวนอย่างจริงจัง ทำให้ผู้ที่คุกคามนักสิทธิมนุษยชนไม่ต้องรับโทษทางกฎหมาย การไม่ต้องรับโทษ ส่งผลโดยตรงให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนมีความเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายมากยิ่งขึ้น โอกาสนี้กสม.จึงเห็นควรประกาศเกียรติคุณ ยกย่องผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่อุทิศทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ได้การประกาศเกียรติคุณ “ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” ประจำปี 2559 เช่น กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด ซึ่งเป็นกลุ่มผู้หญิงปกป้องสิทธิชุมชนจากการทำเหมืองแร่ทองคำ จังหวัดเลย, กลุ่มผู้หญิงสู้ชีวิต ซึ่งเป็นกลุ่มผู้หญิงทำกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์, นางพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยา นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ นักเคลื่อนไหวเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมชาติพันธุ์กะเหรี่ยง




