เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ซึ่งมีพระราชศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง น้อมนำมาซึ่งพระราชจริยวัตรอันเป็นแบบอย่างที่ดีงามแก่ประชาชน อีกทั้งทรงนำแสงสว่างแห่งธรรมเผยแผ่ออกไปให้ประชาชนทั่วหล้าได้มี “ดวงตาเห็นธรรม”

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จัดทริปพาไปชม “พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์” ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการจัดสร้างไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในกิจกรรมสืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” เสวนาสัญจร ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ครั้งที่ 4 ณ พุทธอุทยานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ วัดทิพย์สุคนธาราม อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี
“โครงการนี้เกิดจากความริเริ่มของเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม) ท่านได้ปรารภกับข้าพเจ้าเรื่องความตั้งใจที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์สำคัญขึ้น วัตถุประสงค์คือ เพื่อเป็นศูนย์รวมความเคารพของพุทธศาสนิกชนอีกแห่งหนึ่ง และเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน รวมทั้งเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา กับเพื่อเป็นเกียรติแก่ข้าพเจ้าที่จะมีอายุ 80 ในปีหน้า เมื่อข้าพเจ้าได้ทราบ ข้าพเจ้าก็รับปากกับเจ้าพระคุณสมเด็จฯว่า ข้าพเจ้าจะขอร่วมทำบุญและจะพยายามสนับสนุนโครงการนี้ให้ดำเนินไปจนสำเร็จ บัดนี้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านได้มรณภาพแล้ว ข้าพเจ้าจึงรับเป็นผู้อุปถัมภ์โครงการ และปวารณาว่าจะดำเนินการให้ลุล่วง ดั่งความตั้งใจของเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์”
พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานแก่บุคคลที่มาเข้าเฝ้าฯ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554
จากนั้นการจัดสร้างพระพุทธเมตตาฯดำเนินการตามแผนอย่างเรียบร้อย โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยแรงศรัทธาจากทุกภาคส่วน ที่มีความจงรักภักดีและศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนา จนมาแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2557 ทั้งนี้ พระพุทธเมตตาฯ เป็นพระพุทธรูปศิลปะคันธาระ ปางขอฝนขนาดใหญ่ หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์เนื้อบางมีขนาดความสูง 32 เมตร ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปยืนเนื้อสัมฤทธิ์ที่สูงที่สุดในประเทศ และด้วยตั้งอยู่ในพื้นที่มีรอยเลื่อนสำคัญของประเทศ จึงจัดสร้างให้สามารถรองรับแผ่นดินไหวได้ถึงขนาด 9 แมกนิจูด อยู่ภายในพุทธอุทยานพระพุทธเมตตาฯ มีเนื้อที่รวม 170 ไร่ ซึ่งยังประกอบด้วยสวนป่าพุทธอุทยาน ที่รวบรวมพันธุ์ไม้ไทยหายาก พันธุ์ไม้ในพุทธประวัติ อันเกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องราวการประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพานไว้อย่างครบถ้วน อาทิ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ต้นไทรนิโครธ ต้นตาล ต้นสาละ ตลอดจนสวนสวยเขียวขจีและพื้นที่ในส่วนอาคารนิทรรศการเรียนรู้ ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานจัดสร้างพระพุทธเมตตาฯ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ไว้ทั้งหมด พร้อมจัดแสดงเรื่องราวการก่อกำเนิด เผยแผ่ และพัฒนาการการสืบทอดพระพุทธศาสนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนจะได้ศึกษา ปฏิบัติ เพื่อเข้าถึงพระพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่ปรึกษาโครงการจัดสร้างฯ เล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนาอย่างมาก คราวใดที่ทรงว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจ จะทรงศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นนิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันสำคัญทางศาสนา จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงสดับพระธรรมเทศนา และทรงเวียนเทียนอย่างเข้มแข็งสม่ำเสมอตลอดมา อันเป็นแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนที่ดี ทั้งนี้ ในการจัดสร้างนอกจากทรงรับโครงการไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์แล้ว ยังพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ที่พระราชทานเป็นระยะๆ และทรงบอกบุญกับชาวพุทธทั้งหลายและผู้มาเฝ้าฯในโอกาสต่างๆ ให้ได้ร่วมกันทำบุญสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้
ดั่งพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานแก่กลุ่มนักข่าวหญิงพ.ศ.2524 ว่า “ฉันรู้สึกว่าชีวิตของฉัน ทั้งโดยฐานะส่วนตัวและในฐานะที่เป็นพระราชินี ถ้าเผื่อไม่ได้พระพุทธศาสนา ก็คงจะแข็งแรงอยู่ไม่ได้อย่างนี้”

