สปอติฟาย (Spotify) ผู้ให้บริการมิวสิกสตรีมมิ่งระดับโลกจากประเทศสวีเดน ได้ฤกษ์เปิดให้บริการแล้วในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นเรื่องของเพลย์ลิสต์ที่คัดสรรมาแล้วอย่างดีที่จะทำให้ประสบการณ์ในการฟังเพลงสตรีมมิ่งที่แตกต่างออกไป
สุนิตา คอร์ กรรมการผู้จัดการ Spotify เอเชีย กล่าวว่า สปอติฟายเริ่มให้บริการที่ประเทศสวีเดนตั้งแต่ปี 2008 และที่เพิ่งเข้ามาให้บริการในประเทศไทย ก็เพราะต้องการจะให้แน่ใจว่าคนไทยจะได้ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจาก
สปอติฟาย และเพื่อมอบประสบการณ์ในการฟังเพลงที่แตกต่างออกไป ด้วยคลังเพลงที่มีอยู่กว่า 30 ล้านเพลง สามารถใช้ได้บนทุกอุปกรณ์ ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมไปถึง “เพลย์ลิสต์” ที่เป็นจุดเด่นของสปอติฟาย ด้วยเพลย์ลิสต์ที่มีมากถึงกว่า 2,000 ล้านเพลย์ลิสต์ และความสามารถในการแบ่งปันเพลงบนโลกโซเชียล
ปัจจุบันสปอติฟายให้บริการในทั้งหมด 61 ประเทศทั่วโลก มีผู้ที่ใช้งานทั้งหมดกว่า 140 ล้านคน มีผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกกว่า 60 ล้านคน สำหรับสิ่งที่จะนำมาเสนอให้คนไทย คือ ศิลปินของไทยเองจะได้นำเสนอผลงานของตัวเองไป
ทั่วโลกด้วยผ่านทางสปอติฟายที่มีผู้ใช้งานกว่า 140 ล้านคน และได้ฟังเพลงที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ รวมถึงเป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมดนตรีของไทยเติบโตมากขึ้น

สุนิตากล่าวว่า อุตสาหกรรมเพลงในประเทศไทยที่ผ่านมา พบว่ารายได้จากเพลงดิจิทัลลดลงเรื่อยๆ โดยเมื่อปี 2012 มูลค่าเพลงดิจิทัลของไทยอยู่ที่ 1,100 ล้านบาท แต่เมื่อปี 2016 กลับลดเหลือเพียง 727 ล้านบาท ดังนั้น บริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งจึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยสร้างรายได้ในอุตสาหกรรมดนตรี
ทั้งนี้ สปอติฟายได้รับการยอมรับในฐานะบริการด้านดนตรีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อผู้ใช้มากที่สุด เนื่องจากความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ในการคัดเลือกเพลงให้เข้ากับทุกรสนิยมและอารมณ์ของผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ใช้ชาวไทยเองก็จะสามารถเข้าถึงเพลย์ลิสต์อันหลากหลายในประเทศ ที่ได้รับการคัดเลือกและอัพเดตเป็นประจำโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเพลงไทยของ
สปอติฟาย ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทยยอดนิยม เพลงลูกทุ่งยอดนิยม เพลงรักเพื่อชีวิต สวัสดีประเทศไทย ร็อกนอกกรอบ และจังหวะฮิพ รวมไปถึงเพลย์ลิสต์สากลที่จัดโดยสปอติฟายและแฟนเพลงทั่วโลกอีกหลายล้านเพลย์ลิสต์
นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ที่เตรียมเปิดตัวในเร็วๆ นี้ อย่างเช่น Discover Weekly เพลย์ลิสต์ที่จะจัดเรียงจากพฤติกรรมการฟังเพลงของคุณ ที่จะมาอัพเดตให้ทุกเช้าวันจันทร์ หรือจะเป็น Release Radar เพลย์ลิสต์เพลงใหม่จากศิลปินที่คุณติดตามและฟังมากที่สุด ที่จะมาอัพเดตให้ทุกวันศุกร์
หรือจะเป็นการเห็นว่า เพื่อนของเราฟังเพลงอะไรอยู่ และในส่วนของเกมมิ่ง สำหรับคอเกมก็จะมีส่วนของเพลงของเกมมาให้ได้ฟังกันด้วย
โดยนอกจากสปอติฟายจะสามารถโหลดมาใช้งานได้ทั้งบนสมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ตได้แล้ว ในอีกไม่ช้า ก็จะมีสปอติฟายอยู่ในเพลย์สเตชั่น มิวสิก ด้วย
ทั้งนี้ สปอติฟายมีให้บริการทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน โดยแบบฟรี ก็แน่นอนว่า ฟังไป ก็ต้องมีโฆษณากันบ้าง และการเล่นเพลงจะเป็นการเล่นแบบชัฟเฟิล (แบบสุ่ม) สามารถเล่นแบบออนดีมานด์ได้บนเดสก์ท็อปกับแท็บเล็ต แต่ไม่ต้องห่วง เพราะคลังเพลงยังคงเป็นคลังเพลงของสปอติฟายแบบเต็มๆ ที่มีอยู่กว่า 30 ล้านเพลง
แต่เป็นแบบเสียเงินที่เรียกว่า สปอติฟาย พรีเมียม (Spotify Premium) จะสามารถเล่นแบบออนดีมานด์และสามารถเล่นซ้ำได้แบบไม่จำกัด ไม่มีโฆษณา พร้อมกับระบบเสียงคุณภาพสูง และสามารถเล่นแบบออฟไลน์ได้
โดยแบบเสียเงินก็จะมีให้เลือกว่า ถ้าต้องการเสียเป็นรายเดือน ก็จะเสียเดือนละ 129 บาท หรืออาจจะเหมาแบบแฟมิลี คือใช้ได้ 6 บัญชี จ่ายเพียง 199 บาทต่อเดือน หรือถ้าเกิดว่าต้องการใช้แค่วันเดียว ก็สามารถจ่ายได้วันละ 8 บาท หรือถ้าต้องการแบบสัปดาห์ ก็สัปดาห์ละ 39 บาท
ซึ่งสำหรับราคาค่าใช้จ่ายนี้ สุนิตาบอกว่า ได้ผ่านการคิดคำนวณมาแล้วว่า ราคาไหนเป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้งานในแต่ละประเทศ
จริงๆ แล้ว นอกเหนือไปจากความบันเทิงที่ผู้ใช้งานจะได้รับแล้ว ก็ยังเป็นเรื่องของการเข้ามาช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมดนตรีในบ้านเราให้ครึกครื้นขึ้น ให้มีเงินไหลเวียนมากขึ้น
ก่อนที่สุดท้าย สุนิตาจะพูดถึงการแข่งขันในตลาดว่า การมีการแข่งขันถือว่าดีต่ออุตสาหกรรม ไม่เพียงแค่ศิลปินเท่านั้น แต่ยังดีต่อคนฟัง และถือเป็นการลุกขึ้นมาสู้กับพวกเพลงละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย

