แน่นอนว่าใครก็อยากจะเป็น “ที่รัก” เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มเพื่อน และอาจมีบางคนที่เผลอให้ “ความสำคัญ” กับเรื่องนี้มากเกินไป เพราะคิดว่านี่คือสิ่งที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข จนลืมคิดที่จะ “ผูกมิตร” กับเพื่อนๆ มีเพื่อนสนิทไว้ และรักษามิตรภาพนั้นไว้ให้ดี จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า ฉันไม่เห็นมีความสุขในชีวิตเลย และอดคิดไม่ได้ว่า “ถ้าย้อนเวลาได้ ฉันจะไม่ทำแบบนั้น”
และเพื่อไม่ให้ใครก็ตามต้องมานั่งพูดประโยคนี้กันซ้ำๆ หลายครั้งในชีวิต เพราะมัวแต่ไปให้ “ความสำคัญ” ผิดเรื่อง ให้ความสำคัญกับเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ต่อชีวิตในระยะยาว วันนี้เรามีผลการศึกษาที่น่าสนใจมาฝากกัน เป็นผลการศึกษาที่พูดถึง วิธีหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขแบบยั่งยืนนั่นเอง

เป็นผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ที่ทำการศึกษาถึงการเป็นคนป๊อปปูลาร์คนที่เพื่อนๆ ชื่นชอบสมัยเรียน ซึ่งเป็นวัยที่มักให้ความสำคัญกับการเป็นที่ยอมรับ เป็นที่ชื่นชอบ ในสังคมเพื่อน โดยคิดว่านี่คือความสุข โดยหารู้ไม่ว่านี่อาจเป็นความสุขเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขในระยะยาว หรือมีความสุขที่ยั่งยืน แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือการมีเพื่อนสนิท และพยายามรักษามิตรภาพ ความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทไว้ให้ดีต่างหาก
ทั้งนี้ในผลการศึกษาของทีมนักวิชาการมหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ที่ตีพิมพ์ในวารสารพัฒนาการเด็ก ระบุว่า “วัยรุ่นที่มีกลุ่มเพื่อนสนิท และมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับกลุ่มเพื่อนสนิท ปรากฏว่ามีสุขภาพจิตที่ดีกว่า และมีการปรับตัวทางด้านจิตใจ หรือแม้แต่การปรับตัวรับมือกับภาวะความเครียดได้ดีกว่ากลุ่มคนที่ไม่มีเพื่อนสนิท ขณะที่เด็กวัยรุ่นที่มีกลุ่มเพื่อนสนิทที่ดี ที่มีคุณภาพ ยังพบด้วยว่ามีความสุขกับชีวิตโดยรวมมากกว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีเพื่อนสนิท”
ในการศึกษาเรื่องนี้ ทีมนักวิชาการมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ได้ทำการเก็บข้อมูลในกลุ่มนักเรียนอายุ 15 ปีของโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งจำนวน 169 คน ซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ความหลากหลายทางพื้นฐานครอบครัว และฐานะทางเศรษฐกิจ และเฝ้าติดตามผลกลุ่มนักเรียนเหล่านี้เป็นเวลานานกว่า 10 ปี โดยทีมนักวิชาการได้ทำการสัมภาษณ์นักเรียนเหล่านี้ด้วยคำถามแบบเจาะลึก เพื่อจะประเมินความรู้สึกของนักเรียนกลุ่มนี้เกี่ยวกับความรู้สึกวิตกกังวลในการใช้ชีวิตในสังคม การยอมรับจากสังคม ความรู้สึกเห็นถึงคุณค่าในตัวเอง และอาการต่างๆ เกี่ยวกับความซึมเศร้า
และในการศึกษายังมีการถามนักเรียนเหล่านี้ให้ระบุชื่อเพื่อนสนิทของพวกเขา และให้พวกเขาประเมินมิตรภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับเพื่อนสนิทว่ามีความแข็งแรง แนบแน่นประมาณไหน?
ส่วนในการประเมิน ความเป็นที่ชื่นชอบ เป็น “คนโปรด” ของกลุ่มเพื่อนๆ ทีมศึกษาจะมีการสอบถามเพื่อนร่วมชั้นเรียนให้ระบุรายชื่อ เพื่อนในห้องที่พวกเขาอยากสังสรรค์ อยากไปเที่ยวด้วยหากมีเวลาว่างมา 10 อันดับ และเพื่อนที่พวกเขาไม่อยากคบหา ไม่ชอบมา 10 อันดับ จากนั้นใครที่ได้คะแนนนิยมมากที่สุด ก็คือ คนที่ป๊อปปูลาร์ในกลุ่มเพื่อน
ทั้งนี้ในตอนท้าย ทีมศึกษายังได้สรุปด้วยว่า เด็กวัยรุ่นที่ให้ความสำคัญต่อการต้องเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆ มากกว่าที่จะมุ่งเน้นรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนสนิทให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น มักจะไม่มีความสุขที่ยืนยาว ต่างจากผู้ที่พยายามรักษามิตรภาพ ความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนสนิท ด้วยมิตรภาพที่มีทั้งการเป็นฝ่ายให้ และเป็นฝ่ายรับ คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน


